search ค้นหาร้านอาหาร / ย่าน
มื้อกลางวัน

ร้านอาหารญี่ปุ่นลับๆ อีกร้านในตึกชาญอิสระทาวเวอร์ ชั้น 1 ตัวร้านจะอยู่ในหลืบหน่อยๆ และประตูหน้าร้านจะปิดไว้เงียบๆ แสดงถึงความลึกลับ แต่เมื่อเราเปิดประตูจะมีพนักงานยืนรอต้อนรับและเชิญไปที่โต๊ะที่นั่งเลยครับ วันนี้ผมมาทานมื้อกลางวันแบบ Omakase แบบ Jou Course โดยราคาจะอยู่ที่ 4000 บาทต่อท่าน ยังไม่รวม Service Charge และ VAT ครับ โดยเราจะต้องมัดจำไว้ก่อน 10% ก่อนมาทานครับ และที่สำคัญต้องจองล่วงหน้าเท่านั้นครับ สำหรับเชฟที่มาเสิร์ฟอร่อยในวันนี้เป็นเชฟคนไทย แต่ประสบการณ์ไม่เบาเลยครับ รอบรู้ในวัตถุดิบทุกตัว และอธิบายทุกอย่างในสิ่งที่เราสงสัย พร้อมทั้งให้คำแนะนำในการทานโอมากาเสะได้เป็นอย่างดีเลยครับ และนอกจากนี้ถ้าเราไม่รู้ว่า เนื้อชิ้นนี้มาจากปลาตัวไหน ทางพนักงานจะนำรูปมาให้เราดูเลยครับ คอร์สของผมที่ทานวันนี้จะนำเสนอในรูปแบบฤดูใบไม้ผลิครับ ซึ่งเริ่มต้นคอร์สด้วยวัตถุดิบ 4 อย่างที่แสดงถึงความเป็นฤดูใบไม้ผลิ เสิร์ฟมาในกล่องไม้ 1. โนริโซริ: ลูกปลาไหลตัวจิ๋วสีขาว เป็นเมนูเปิดฤดูใบไม้ผลิ ทางร้านจะจับขึ้นมาแบบสดๆ แล้วมาหมักในซอสพอนซึ และเสิร์ฟครับ เนื้อจะสีขาวใส รสชาติหวาน แทบละลายในปาก ถ้าปล่อยให้โตจะกลายเป็นตัวใหญ่ที่เรานำมาย่างกันนั่นเอง 2. ซาคาวานิ: ลูกปูตัวจิ๋วที่นำไปทอดและโรยด้วยผงปาปริก้า บีบมะนาวนิดๆก่อนทาน ตอนแรกคิดว่าจะออกแข็ง แต่พอทานแล้วกรอบ และด้านในมีเนื้อปูที่แน่นทั้งตัวครับ ตัวนี้ประทับใจมากครับ 3. ถั่วปากอ้าญี่ปุ่น: ผิวออกสีเขียว และมีขนาดใหญ่กว่าที่เคยทาน ปกติเราจะทานแบบอบแห้ง แต่พอทานสดแล้วๆ รสชาติออกหวานแบบธรรมชาติ 4. Sawara: ปลาอินทรีทาด้วยซอสมิโซะไซเกียว และปรุงรสเพิ่มด้วยสูตรของที่ร้าน เนื้อปลาออกหวานกำลังดี รสชาติเบาๆ จาก ออเดิร์ฟ 4 อย่างเมื่อสักครู่ผ่านไป ทางเชปจะเริ่มต้นด้วย ซากุระฮอนมัสสึ (Sakura Matsu) เป็นปลาอีกสายพันธุ์นึง ที่คนญี่ปุ่นเลี้ยงเอง ซึ่งถ้าเราเห็นสีเนื้อครั้งแรก จะคิดว่ามันเป็นแซลมอน แต่จริงๆ ไม่ใช่เลยครับ และเป็นปลาที่ต้องเลี้ยงแบบธรรมชาติ ผลผลิตได้มีจำนวนน้อยครับ ราคาเลยจะสูงกว่าแซลมอนปกติถึง 3 เท่าและกินในช่วง Spring เท่านั้นครับ รสชาติดีมาก มีความนุ่มละมุน ไม่เลี่ยน กินแล้วไม่รู้สึกเลยว่าทานแซลมอนอยู่ครับ ต่อด้วยเมนูถัดไป อย่าง ฮิมุกะ หรือที่คนไทยรู้จัก คือ ปลาซาบะ โดยปกติเราจะไม่ทานดิบกันเพราะกรรมวิธีค่อนข้างยุ่งยากและก้างเยอะ แต่เชฟก็สามารถจัดให้เราทานได้ โดยนำเนื้อไปบ่มและห่อด้วยสาหร่าย ตรงกลางใส่ผักเพื่อให้เกิดความเฟรช ตัวนี้ให้รสชาติที่ดีเลยครับ อร่อยแบบบอกไม่ถูก และอาจจะเป็นผักตรงกลางที่กลบความคาวของซาบะไปจนหมดจริงๆครับ มาปรับลิ้นกันอีกครั้งกับซึมะเตมากิ ทางเชฟจะนำบ๊วยดองงามาห่อด้วยสาหร่ายและทานเข้าไปทั้งคำ ตัวนี้จะออกเปรี้ยวเพื่อปรับให้ลิ้นพร้อมทานซูชิต่อไปครับ สำหรับเมนูซูชิจะเริ่มต้นด้วย - Golden Hirame: ปลาตาเดียวพันธุ์สีทอง เนื้อขาวเนียว ทางเชฟทาซอสก่อนเสิร์ฟครับ เนื้อจะออกเบาๆครับ ได้ความหวานนิดจากตัวเนื้อปลา ไม่ต้องจิ้มซอสเพิ่มเลยครับ - Sumi Ika: หมึกกระดอง เนื้อสีขาวนวลเหมือน Hirame รสชาติจะคล้ายๆกันคือเบาๆ แต่ได้ความกรุบกรอบนิดๆเพิ่มเติมขึ้นมา สดมากครับ - Shima Aji: ปลาหางแข็ง นำไป Aging 3 วันครับ จะเริ่มมีความซับซ้อนของรสชาติที่มากกว่า 2 เมนูก่อนหน้าครับ ได้ทั้งความหวานและความอูมามิเบาๆครับ - Shiro Ebi: กุ้งฝอยตัวจิ๋ว เสิร์ฟมาในรูปแบบซูชิ ปกติกุ้งฝอยตัวนี้ต้องมานั่งแกะทีละตัว ซึ่งถ้าแกะพลาดคือเสียทันทีครับ ทางเชฟเลยสั่งแบบแกะแล้วมาเสิร์ฟให้ทานแล้ว รสชาติจะมีความมันๆ เบาๆ คั่นรายการด้วย เบทาสึเกะ หัวไช้เท้าดองจากเกียวโต เพื่อปรับสภาพลิ้นให้รับซูชิรูปแบบถัดไป - อากามิซึเกะ ปลาทูน่าที่จับได้จากอ่าวเม็กซิโก และมาขึ้นบกที่ญี่ปุ่น เนื้อสีแดงสวยมากครับ รสชาติอูมามิเบาๆ กำลังดี - ชูโทโร่ อากาสึ เป็นตัวที่เชฟภูมิในนำเสนอเลยครับ ตัวข้าวจะหุงด้วยน้ำส้มสายชูสีแดงแบบไม่กลั่นสีออก รสชาติจะมีความเข้มข้นสูงกว่าน้ำส้มสายชูที่ใช้หุงข้าวญี่ปุ่นทั่วๆไป สีข้าวจะออกน้ำตาลนิดๆ ทานแล้วตัวข้าวสามารถขับรสชาติของเนื้อปลาออกมาได้สูงมากๆครับ และข้าวนี้ทางเชฟจะจัดให้เฉพาะคำที่ทานแล้วเข้ากันเท่านั้น จะไม่ได้เสิร์ฟให้ทุกคำ บอกได้คำเดียวว่า ฟินครับ และทางเชฟได้แจ้งเหมือนกันว่า อยากให้ลูกค้ามาตรงเวลา เพราะข้าวตัวนี้ต้องใช้เวลาในการหุง เพื่อรสชาติที่ดีที่สุดครับ แนะนำว่าให้ทานคู่กับขิงดองครับ - โอโทโร่ จานนี้เสิร์ฟมาเป็นชามครับ มีการเบิร์นเล็กน้อยก่อนตกแต่งด้วยไข่ปลาแซลมอน และซอสกระเทียม ตัวนี้จะให้ความมันๆ และรสชาติที่หนักที่สุด อร่อยดีครับ - อากะอูนิ อูนิที่รสชาติจะเบากว่าตัวอื่นๆ แต่ได้ความละมุนที่ดีกว่า เสิร์ฟพร้อมกับสาหร่ายครับ รสชาติดีเลยทีเดียว และนอกจากนี้ทางเชฟก็ยังตักให้ทานเพิ่มในช้อนที่ทำจากหอยมุก ซึ่งตัวนี้เป็นบาฟุอูนิ ได้ความอูมามิแบบเต็มๆครับ โดยตัวช้อนเป็นตัวขับรสชาติได้ดีมากครับ - Kohada หรือปลาตะเพียนทะเล ตัวนี้ความยากไม่ต่างจากซาบะเลยครับ โดยจะต้องนำไปดองก่อน เชฟเสิร์ฟมาทั้งหนัง สีสวยมาก รสชาติมีความกลางๆ ไม่หนักจนเกินไป - ไข่หวาน เป็นสูตรลับของร้านนี้เลยก็ว่าได้ครับ เพราะร้านนี้จะใช้กุ้งนากาอิโมะ ซึ่งเป็นกุ้งที่เชฟมือหนึ่งอย่างจิโระ นำมาผสมทำไข่หวาน ปกติกุ้งนากาอิโมะนี้จะเอามาทำอะไรก็ไม่อร่อยครับ แต่ตอนที่เชฟศึกษาแล้วอยากได้ความหวานแบบที่เชฟจิโระทำ ก็มาเจอว่าต้องใช้กุ้งตัวนี้ ซึ่งมีเลี้ยงอยู่ไม่กี่ฟาร์มในญี่ปุ่น โดยนำมาผสมกับโชยุ น้ำตาล และนำไปย่าง รสชาติออกหวานแบบธรรมชาติและได้ความเบาๆ เป็นคำเดียวที่ทานแล้ว ทำให้ไข่หวานที่ทานที่อื่นหลังจากนั้น ไม่อร่อยเลยครับ และทำเสิร์ฟในโอมากาเสะเท่านั้นครับ ปิดท้ายอาหารคาวนี้ด้วยซุปปลาอิชิได หรือปลากะพง น้ำซุปจะออกเหนียวๆ มีใส่เนื้อปลานิดหน่อย รสชาติออกหวานแบบมันๆ และมีเค็มปิดท้ายครับ และสุดท้ายของมื้อนี้ปิดท้ายด้วยของหวานอย่างไอศกรีมฮอกไกโด ที่ใช้นมจากฮอกไกโดกับดอกซากุระ อร่อยแบบบอกไม่ถูกครับ เป็นไอศกรีมที่ถูกใจมากๆครับ และทางเชฟเองก็มีขนมเซอร์ไพรส์เล็กๆ ซึ่งผมก็จำชื่อไม่ได้เหมือนกันว่าคือเมนูอะไร เป็นลูกกลมๆสีน้ำตาลใส กัดแล้วจะแตกในปากครับ มีส่วนผสมของสาเกนิดๆครับ แต่รสชาติดีเช่นกัน ส่วนชาเขียวของร้านนี้รสชาติดีมากๆครับ ที่ร้านจะใช้ของยี่ห้อนึงซึ่งผมมีใส่รูปมาในรีวิวนี้เรียบร้อยครับ โดยรวมสำหรับมื้อนี้ถือว่าคุ้มค่ามากๆครับ เชฟให้ความรู้ได้ดีและแนะนำต่างๆได้ครบถ้วนครับ ส่วนการบริการจากพนักงานดีเยี่ยมเลยครับ และด้วยความที่ทั้งร้านมาทานแค่กรุ๊ปเดียว เลยได้เหมือนกับปิดร้านทานอาหารกันเลยทีเดียวครับ สำหรับร้านนี้ แนะนำว่าถ้าอยากได้ moment ดีๆ ไม่ควรพลาดโอมากาเสะร้านนี้ครับ

  • 8
  • 2
20/02/11

Other Reviews

  • ร้านโอมากาเสะเล็กๆ ที่แอบอยู่ในตึกชาญอิสระทาวเวอร์ ชั้น G ยังอยู่ในตำแหน่งเดิมถึงแม้ร้านอื่นๆ ที่อยู่ในตึกจะเริ่มหายไปและเปลี่ยนมาเป็นร้านใหม่แทน สำหรับร้านนี้ถ้าหากไม่ได้ทานโอมากาเสะ ก็มี A La Carte เช่นเดียวกัน หรือถ้าไม่สะดวกมาทานที่ร้าน อย่างเช่นช่วงนี้ที่ไม่สามารถทานอาหารที่ร้านได้ ก็สามารถสั่ง Delivery ได้เช่นกัน หรือถ้ามีงบประมาณและอยากจัดงานสำคัญๆ ที่ร้านนี้ก็สามารถออกไปจัดโอมากาเสะนอกสถานที่ได้เช่นเดียวกัน สำหรับคอร์สในวันนี้ทานเป็นคอร์ส 4000++ ในช่วงมื้อกลางวัน มีด้วยกัน 18 + 2 เมนูด้วยกันถือว่าเยอะเลยทีเดียว ซึ่งจะมีมัดจำ 1000 บาทต่อ 1 ท่านครับ และเมนูอาหารจะเป็นวัตถุดิบในช่วงหน้าร้อน เริ่มต้นกันด้วย Appetizer 2 เมนู - โมสุโกสุ สาหร่ายเส้นผมสีออกเขียวๆ มาพร้อมกับยอดบัวที่อยู่ในเจลลี่ และมีเชอร์รี่ ไว้ทานตัดรสชาติกัน โดยเชฟแนะนำให้ทานเชอร์รี่ก่อน ตัวเชอร์รี่รสชาติดีเลยครับ ไม่มีรสชาติแปร่งๆแบบยาแก้ไอ ตัวยอดบัวจะให้ความขมๆ ตัดกับความเปรี้ยวจากยูซุที่อยู่ในสาหร่ายเส้นผมอีกทีครับ ตัวสาหร่ายให้ความรู้สึกแน่นๆ เปิดต่อมรับรสได้ดีเลยครับ - ฮาโมะเทมปุระ เป็นปลาไหลที่มีก้างเยอะที่สุดของญี่ปุ่นและเอาออกค่อนข้างยาก จึงนิยมมาทำเทมปุระ แต่ด้วยนิสัยคนไทยที่จะไม่ชอบก้าง ทางเชฟเลยผ่าให้ลึกกว่าปกติเพื่อนำก้างออกให้ได้มากที่สุด ก่อนนำไปทอด เสิร์ฟมาด้วยกัน 2 ชิ้นกับเครื่องเคียงสองแบบ แบบแรกจิ้มกับน้ำจิ้มยูซุให้ความเปรี้ยวๆ เฟรชๆ และแบบบีบมะนาวจิ้มเกลือ จะให้ความเปรี้ยวอีกแบบและชูรสชาติวัตถุดิบได้ดี เนื้อปลาคือดี หน้าตาดูเหมือนแห้งแต่จริงๆ ยังมีความฉ่ำและแน่นเหมือนกินปลาที่เนื้อแน่นๆ นุ่มอร่อย ต่อกันด้วยซาซิมิ - โยชิกุฮะตะ หรือปลาเก๋าญี่ปุ่น ผ่านการ Dry Aged 5 วัน เนื้อจะมีความแน่นๆและหนึบๆ นุ่มอร่อยแบบที่ปลาหลายๆ อย่างให้ไม่ได้ รสชาติออกมันๆ มีความหวานจากเนื้อปลานิดๆ เมนูนี้ทางเชฟไม่ได้จิ้มโชยุให้เพราะอยากให้ชิมรสชาติปลาจริงๆ - ซาบะโบล เป็นซาบะที่ห่อเป็นลักษณะมากิเพียงแต่ไม่มีข้าว ห่อในสาหร่ายเพื่อชูรสชาติ และมีต้นหอมเพิ่มความสดชื่น ตัวนี้เชฟจะแนะนำให้จิ้มกับโชยุ ลองทานแบบจิ้มโชยุคือดีครับ เนื้อปลาไม่คาว มีความมันๆ และหอมกลิ่นไหม้จากการเบิร์นนิดหน่อย ตัวสาหร่ายทำให้ความอูมามิออกมาค่อนข้างชัดครับ ก่อนที่จะไปซูชิ ทางเชฟจะมีสึเตะมากิ สำหรับล้างปาก ซึ่งจะประกอบด้วย บ๊วยดอง หัวไช้เท้าและโชยุ รสชาติจะออกเปรี้ยวๆ และต้องระวังซอสหกเพราะเชฟใส่ค่อนข้างเยอะ ห่อมาในสาหร่ายอีกที และมาถึงจานหลักของเราในวันนี้ ซูชินั่นเอง - มาโกะทาเระ หรือปลาตาเดียว เนื้อจะมีความลีนๆ รสชาติเบาๆ ไม่คาว ทางเชฟจะเพิ่มวาซาบิสำหรับเมนูนี้เพื่อเพิ่มลูกเล่นให้กับจานนี้ครับ - อาโอริอิกะ หมึกหอมเนื้อสีขาวนวล ท๊อปด้วยอูนิ รสสัมผัสจะออกละลายในปาก มีความหนึบๆ ผ่านลิ้นไปเลยทีเดียว อูนิรสชาติชัดแต่ไม่เด่นมาก ทำให้ยังได้รสชาติหมึกหอมอยู่ เมนูนี้ดีครับ - ชิมาอาจิ หรือปลาหางเหลือง ผ่านการ Dry Aged 6 วัน จะให้ Texture ไปทางกระด้างแต่นุ่ม ไม่ต้องออกแรงเคี้ยวเลย รสชาติกลางๆ ไม่หนักมาก - ทะชิอูโกะ หรือปลาดาบเงิน เสิร์ฟแบบสุกแล้วโดยผ่านการเบิร์น บีบมะนาวและแต้มด้วยหัวไช้เท้าก่อนทาน เนื้อแน่นและนุ่มกว่าที่คิด ไม่เละหรือแตกเป็นส่วนๆ ถือว่าดีมากครับ และก่อนที่จะไปต่อในคำที่แน่นขึ้น เชฟเลยเสิร์ฟ เบะตะระสุเกะ เป็นหัวไช้เท้าหมักกับข้าวมา 1 ปี เพื่อปรับสภาพลิ้นก่อน รสชาติออกหวานๆ เหมือนกินไช้โป้ว แต่ความกรอบไม่แข็งเท่าและไม่มีกลิ่นแปลกๆ - อามะเอบิ เป็นกุ้งหวานสีออกส้มๆ เนื้อหวาน มีความนุ่มและมันๆ กำลังดี - อากามิสึเกะ ปลาทูน่าส่วนของอากามิ ผ่านการบ่มมา 2 วัน รสชาติเข้มข้น นุ่มอร่อยตามมาตรฐาน แนะนำว่าบอกเชฟขอเพิ่มวาซาบิอีกนิดจากปกติครับ จะอร่อยมาก - ชูโทโร่ ปลาทูน่าส่วนชูโทโร่ เสิร์ฟมากับข้าวญี่ปุ่นที่หุงในน้ำส้มสายชูสีแดง รสชาติเข้มข้นกว่าอากามิแถมมีมิติอย่างบอกไม่ถูก ข้าวไม่ได้โดดจนกลบชูโทโร่ เป็นจานที่คราวที่แล้วทานก็ถูกใจ รอบนี้ก็ยังถูกใจเช่นเดิมครับ - อากะอูนิ ปัจจุบันหากเสิร์ฟโอมากาเสะแล้วไม่มีอูนิลูกค้าอาจจะไม่ชอบ ทางเชฟเลยจัดให้แบบแน่นๆ มีความครีมมี่ รสชาติฟุ้งอยู่ในปากนานพอสมควรเลยทีเดียว อาจจะไม่ได้หนักแน่นเหมือนมุราซากิครับ แต่ถ้าหนักไป จานต่อไปอาจจะเริ่มไม่อร่อยครับ - อิโบได เป็นตระกูลปลากระพงที่หน้าตาไม่เหมือนปลากระพงเลยครับ ถ้าเห็นแล้วอาจจะนึกถึงปลาสำลีมากกว่าด้วยตัวที่ออกป้อมๆ ซึ่งเนื้อจะไม่ได้เด่น แต่ความอร่อยอยู่ที่หนังครับ เชฟเลยนำมาเสิร์ฟหลังๆ แทน ตัวหนังปลาให้ความเข้มข้น มีกลิ่นหอมๆในปาก ออกมันๆ ส่วนเนื้อไม่ได้เข้มข้นมากแต่แน่นใช้ได้ มีเกลือท๊อปอยู่ด้านบนเพื่อเพิ่มรสชาติอูมามิของเนื้อปลาให้ออกมาอีกครับ - อะนาโกะ หรือปลาไหลทะเลที่ผ่านการต้มและย่างเพื่อเพิ่มกลิ่นและรสชาติซอส แปะด้วยใบพริกไทยญี่ปุ่น ซึ่งรสชาติจะออกแปลกๆ แต่ชูรสชาติของปลาไหลได้ดี เนื้อปลาจะมีความแห้งเพื่อให้หนังมีความกรอบ แต่ยังมีความแน่นและเนียนนุ่มอยู่ครับ - ฟูโตมากิ เนื่องจากทางเชฟกลัวจะไม่อิ่ม เลยเสิร์ฟมากิให้ครับ โดยนำข้าวสีแดงที่ทำชูโทโร่ มาห่อกับสาหร่าย แตงกวา ปูอัด ไข่หวานและปลาไหล อัดแน่นๆ เสิร์ฟพร้อมกับท๊อปด้วยวาซาบิ เป็นจานที่ปิดมื้อของคาวได้เป็นอย่างดีเลยครับ แน่นๆ รสชาติยังอยู่ครบไม่ตีกันเอง - อูซึยากิทามะโกะ เป็นไข่หวานที่ทำจากกุ้งหวานและมันมือเสือ ซึ่งเป็นเมนูที่ถูกใจมากและไม่มีที่ไหนอร่อยเท่าของที่นี่ครับ รอบนี้ทานแล้วรู้สึกกระด้างขึ้นไปกึ่งๆ ทางเค้กมากกว่า โดยเชฟแจ้งว่ามันมือเสือไม่เหมือนเดิม และไม่ใช่ฤดูที่อร่อยของมันมือเสือครับ - ซุปมะได ซุปจากกระดูกปลามะได รสชาติมีความเข้มข้นจากคอลลาเจนในกระดูกปลา ปรุงรสชาติด้วยยุซุออกเปรี้ยวๆ ตัดเลี่ยน เนื้อปลาจะออกแห้งๆ เพราะผ่านการต้มมา เป็นเมนูล้างปากได้ดีเลย ปิดท้ายด้วยของหวานอย่าง ฮินาโกะกับองุ่นเคียวโฮ ทานองุ่นก่อน หรือจะทานพร้อมกับเต้าหู้ก็ได้เช่นกัน องุ่นอร่อยออกหวานแบบทานไวน์ซึ่งผ่านการเชื่อมหวานมาก่อน ส่วนเต้าหู้นุ่มมาก ทานตัดกันได้ดีทีเดียว โดยรวมแล้ว ในเรื่องของรสชาติถือว่าอร่อยและรักษามาตรฐานของ Mizu ได้เป็นอย่างดี รู้สึกได้ว่าไปทานร้านไหน ก็ไม่เหมือนร้านนี้ครับ อาจจะเป็นเพราะความเป็นกันเองของเชฟ ทั้งให้คำแนะนำและความรู้ที่มาของปลาแต่ละตัว รวมทั้งการบริการแบบ Private Course ด้วยทั้ง 2 ครั้งที่มาทาน (ไม่ได้ทานกับคนอื่นเลย) การบริการดีเยี่ยมตามสไตล์โอมากาเสะครับ เหลือเพียงแค่ Course พิเศษของร้านนี้เท่านั้นครับที่ยังไม่เคยทาน 💚 สามารถตามติดชีวิตการกินของเป็ดน้อยต่อได้ที่ 💚 👇🏻👇🏻 🍭Fan Page : https://www.facebook.com/PednoiiPakin 🍭IG : PednoiiPakin || pednoii_ahha

    เพิ่มเติม
  • こんにちは😍💕💗 สวัสดีมื้อเที่ยง วันนี้อิชั้นขอโชว์เมนูเดลิเวอรี่ร้านนี้เลยจ้า ป ชวนชิม : Sushi Mizu by Sankyodai - กับโปรโมชั่นเซ็ต เดลิเวอรี่ ส่งฟรีโดนๆ 💗 อยากไปกินที่ร้านมานานละ ชื่อเสียงเขาโด่งดัง กับรางวัล wongnai user's choice ปีล่าสุด มีข่าวมาว่าราคาแพงอยู่ แต่ในช่วงนิวนอร์มัลมีโปรเดลิเวอรี่ ดีต่อใจมากๆ ซื้อครบ 1000 ช่วยค่าส่งฟรี 150 บาท ครบ 1500 ส่งฟรีทั่วกรุง มาส่ง รพ ศิริราช ฟีเลยค่ะคุณ เพราะค่าส่งจริง 119 บาท สอย 1000 ไม่ต้องจ่ายค่าส่งเลย มาๆ มาดูโปรกันเถอะ เร้าใจสุดๆ อีตรงโปรแพ็คคู่นี่ละ ข้าวหน้าปลาไหล 2 ที่ 650 บาท ว้ายๆๆ ลุยค่ะคุณ💕💓 🎈อาหาร : มาเป็นถุงหรูหราหมาเห่ามาก ปลื้ม ! สั่ง แพ็คคู่ ข้าวโฮตาเตะกับข้าวหน้าปลาไหล (950) 🎄ข้าวโฮตาเตะ - หอยมาแบบเพียบๆเต็มชามพร้อมไข่ปลาแซลมอนสะๆ ข้าวนุ่มหนึบอร่อยมาก หอยเชลล์ยักษ์สดหวานเนื้อนุ่มแน่นๆ ไม่คาว เนื้อฉ่ำ ไข่ปลาแซลมอนเด้งกรึบกัดแตกโพละ อร่อยมาก น้ำราดมาเป็นขวดเล็กๆออกเปรี้ยวอมหวาน 9/10 🎄ข้าวหน้าปลาไหล - ปลาฉ่ำมากๆเลย ขนาดยังไม่ราดซอส ชุ่มกว่า unatoto ร้านโปรดแน่ๆ เนื้อปลานุ่มมาก ข้างนอกเกรียมกำลังดี ถ้าเกรียมจนกรุบนอกนิดๆจะให้เต็ม ปลาเนื้อนุ่มนวล ไม่คาวเลย ชอบมากตรงไข่ซอยที่โรยเพียบๆด้านบน หอมอร่อย อย่างนุ่ม ข้าวนุ่มหนึบดีงาม 9.5/10 🎄ซุปใส (80) - เป็นซุปสาหร่ายล้วน เฮ้ย กลมกล่อม ละมุนละไมสุดๆ เหนือความคาดหมาย 10/10 🎄ซุปมิโสะ (80) - คล้ายอันแรกแต่ใส่มิโสะมีกลิ่นจำเพาะ และมีเต้าหู้ด้วย อร่อยเช่นกัน รสกำลังดี 9/10 🎈ราคา - เซ็ตคู่แบบนี้กับร้านและของคุณภาพแบบนี้ พี่ให้ 9/10 🎈บริการ : สั่งผ่าน line ร้าน โอนตังค์ นั่งรอ ชิวๆ 10/10 📌 พิกัด : Mizu by Sankyodai Ground Floor Charn Issara Tower 942/43 Rama 4 Rd., Bangkok, กรุงเทพมหานคร 02 632 6660 https://maps.app.goo.gl/qE4GLLF7cRtowa7S7 ท้ายนี้ ฝากเฟสบุ้คพี่ ป ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยจ้า https://www.facebook.com/porchanchim/

    เพิ่มเติม
  • ร้านอาหารญี่ปุ่นแบบพรีเมี่ยม มีจัดโปร 1 แถม 1 ช่วงที่ผ่านมา มีทั้งข้าวหน้าโอโทโร, ข้าวหน้าปลาไหล, ซูชิเซ็ทแบบพรีเมี่ยม หรือเมนูปลาย่างอย่าง Gindara ก็นำมาลดราคาพิเศษ ถือว่าคุ้มมากๆ เมื่อเทียบกับคุณภาพวัตถุดิบที่ร้านใช้ ถ้าไม่อยู่ในสถานการณ์ช่วงนี้ คงไม่พลาดจัดเซ็ทโอโทโรแน่นอน ส่วนเซ็ทที่มีความน่าสนใจไม่แพ้กันคือ Unajyu หรือ “ข้าวหน้าปลาไหล” (ราคาปกติขาย 550 บาท) เพียงแต่ที่นำมาจัดโปร จะไม่มีซุปและเครื่องเคียงเหมือนเสริฟที่ร้าน แต่ราคาโปรจะเป็นราคาเน็ท (ไม่บวกอะไรเพิ่มเติม) สิ่งที่ได้และรสชาติ: อาหารแพ็คมาในกล่องที่ดูมีความพรีเมี่ยมและใส่ถุงกระดาษมาเรียบร้อย พร้อม wet wipe และตะเกียบ ชอบที่ร้านจัดอาหารมาได้ปราณีต หน้าตาน่าทาน ใกล้เคียงกับการนั่งทานในร้าน ข้าวนุ่มอร่อย เนื้อปลาไหลก็นุ่มฟู หนังไม่หนา แม้จะยังมีก้างแทรกอยู่ในเนื้อแต่ก็เป็นก้างชิ้นเล็กๆ ที่ทานแล้วไม่ถึงกับระคายคอเท่าไหร่ ซอสรสออกหวานๆ เค็มๆ ทานคู่กับไข่ฝอย, กระเจี๊ยบ, และขิงดอง ช่วยตัดเลี่ยนได้พอดี วิธีสั่ง: สั่งตรงกับร้านได้ทุกช่องทาง โดยทางร้านจะแจ้งเลขที่บ/ช ให้เราโอนเงิน ถ้ามารับเอง สามารถจอดรถรอหน้าตึกเมื่อถึงเวลานัดรับ ทางร้านมีบริการนำอาหารมาส่งให้ถึงรถ ส่วนใครที่ใช้บริการ delivery ทางร้านมีบริการจัดส่งฟรีในกทม.ถ้ามียอดขั้นต่ำ 1000 บาท แม้ว่าโปรลดราคาข้าวหน้าปลาไหลจะหมดเขตไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา แต่คาดว่าร้านน่าจะยังออกโปรใหม่มาเรื่อย สำหรับใครที่ชื่นชอบอาหารร้านนี้ ลองเข้าไปเช็คข้อมูลในเพจร้านเพิ่มเติมนะคะ จะได้ไม่พลาดโปรดีๆ #Delivery #Take-away

    เพิ่มเติม
  • เนื่องจาก พรก ฉุกเฉินทำให้เราไม่สามารถทานอาหารที่ร้านได้ ร้าน Mizu เองก็เลยมี Promotion Delivery ออกมาด้วยเช่นกันครับ และพอดียังหาเมนูอาหารกลางวันทานไม่ได้ ก็เลยสั่งร้านนี้ผ่านทาง Line และโอนเงินเข้าบัญชีของทางร้าน จากนั้นทางร้านจะเรียก Line Man ให้มาส่งอาหารที่ตึกทำงานครับ สำหรับเมนูที่ทานวันนี้ก็จะมี 1. Unajyu ราคา 550 บาท: เมนูนี้คือข้าวหน้าปลาไหล ที่มี 1 แถม 1 ด้วยครับ แพ๊คใส่มาในถ้วยพลาสติกอย่างดี ตกแต่งได้เหมือนทานที่ร้านครับ รสชาติอร่อยเหมือนเดิม เนื้อปลามีความ Juicy ของซอส มีก้างอยู่พอสมควร แต่ไม่แทงคอ ไม่แห้ง ทานกับข้าวญี่ปุ่นอร่อยมากครับ แต่ถ้าเลี่ยนก็มีขิงดองและกระเจี๊ยบสดให้ทาน 2. Gindara Shioyaki ราคา 600 บาท: ปลาหิมะย่างเกลือ เสิร์ฟมาพร้อมกับไช้เท้าขูดราดพอนสึซอส มะนาว และข้าวสวย จานนี้ตอนมาถึงแล้วค่อนข้างเย็นครับ แนะนำว่าให้นำไปอุ่นร้อนแล้วค่อยทาน เนื้อปลารอบนอกออกจะแห้งไปสักหน่อยครับ แต่ภายในยังรักษาความฉ่ำได้อยู่ หนังปลากรอบอร่อย แนะนำให้บีบมะนาวทาน รสชาติจะอร่อยขึ้นอย่างเห็นได้ชัด 3. Miso Soup ราคา 60 บาท: จานนี้จะใส่ในถุงพลาสติกและวางในชามให้อีกทีครับ มาเย็นๆ ออกเค็มเช่นกัน ต้องนำไปเวฟก่อน รสชาติถึงจะดีขึ้นครับ โดยรวมแล้วก็ถือว่ารสชาติอาหารยังรักษาคุณภาพได้ แต่ก็อาจจะสู้ทานที่ร้านไม่ได้ครับ ส่วนการบริการของคนรับออเดอร์ค่อนข้างดีเลยครับ และแพ๊คเกจจิ้งต่างๆ ถือว่าแข็งแรงและดูหรูเลยทีเดียว

    เพิ่มเติม
  • Omakase ราคากลางๆ 4,500 ++ วัตถุดิบดี เชฟน่ารักเป็นกันเอง ปีใหม่ไม่หยุดไปทานกันได้ค่า😋

    เพิ่มเติม
  • It was the first time visited this place.... There wasnt much customer compare to other restaurant this style... food was good and fresh with the normal omakase price in bkk. Actually if the ingredients r fresh i think all of it not that different except how they present n prepare it... ห่างหายไปนานงานยุ่งมากค่ะ เมื่อสัปดาห์ก่อนได้มีโอกาสไปทาน omakase หลังจากโดนอีกร้านบอกว่าวัสดุไม่เข้า เลยมาร้านนี้ รสชาติสด อร่อยค่ะ แต่ก็ไม่ได้พิเศษอะไรถ้าเทียบกับร้านอื่น จริงๆที่ลองๆมาถ้าแบบต้นตำหรับก็จะเหมือนๆกัน อยู่ที่ความสด กับ การปรุง มากกว่าที่จะต่างกันมากน้อย... คนไม่เยอะเลย แบบโล่งมาก สงสัยวันธรรมดา ราคาก็ธรรมดาทั่วไปของomakase ในกทม. Coruse นี้5500++

    เพิ่มเติม
  • ร้านอาหารญี่ปุ่นขนาดเล็กในตึกชาญอิสระ 1 มีที่นั่งไม่มาก รวมส่วนนั่งเคาท์เตอร์สำหรับลูกค้า omakase ด้วยแล้ว เนื่องจากร้านเล็ก แค่ฟังเชฟหลายคนยืนคุยเล่นกัน ก็รู้สึกเสียงดังเกินไปหน่อย แวะมาทานมื้อกลางวัน สั่งเซ็ทกลางวัน ข้าวหน้าปลาดิบ Bara Chirashi (950) วัตถุดิบอาหารคุณภาพสดดี ชามไม่ใหญ่ไม่เล็กแต่ด้วยราคา เราว่าปริมาณน้อยไปนิด ราคาสูงไปหน่อยสำหรับเซ็ทนี้ เทียบกับบริการ บรรยากาศ และรสชาติ พิกัดร้าน: อยู่ชั้น 1 ตึกชาญอิสระ 1 ร้านจะอยู่โซนด้านหลังหน่อย เดินเข้ามาสุดทาง แล้วเลี้ยวขวามา จะเจอร้านอยู่ซ้ายมือ

    เพิ่มเติม
  • Good quality and tasty. Can feel the intention in every single bite. โอมากาเสะรสชาติดี คุณภาพเยี่ยมค่ะ แต่ถ้ามื้อเย็นจะราคาสูงไป เราเลยทานเป็นมื้อกลางวัน ถือว่าสมน้ำสมเนื้อกับราคาที่จ่ายไปค่ะ

    เพิ่มเติม
  • ประสบการณ์ครั้งแรกกับคอร์สอาหารญี่ปุ่น omakase สุดหรู สไตล์เอโดะแท้ๆ คอร์ส dinner จะมีอยู่ 3 คอร์ส ด้วยกันคือ 1) Kaiyu (9-12 คำ, 2500-3000 บาท) 2) Kisetsu (12-15 คำ, 4000-5500 บาท) 3) Mizu Tokusen (15-18 คำ, 6500-8000 บาท) โดยราคาจะแตกต่างกันไปในแต่ละวันตามวัตถุดิบที่เชฟคัดเลือก คอร์สที่เลือกกินจะเป็นคอร์ส Kisetsu ไปดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง คอร์สที่ 1: อันนี้จะเป็นหอย หอยอะไรไม่รู้ลืมชื่อ555 texture กรุบๆ คอร์สที่ 2: หัวไชเท้ากับสาหร่ายพวงองุ่นไปห่อสาหร่ายกรอบๆแต้มด้วยซอสบ๊วย Umeboshi ล้างปากก่อน คอร์สที่ 3: Kinmadai หมักกับสาเก ทำให้ได้กลิ่นสาเกอ่อนๆเวลาทานก็อร่อยไปอีกแบบนะ คอร์สที่ 4: Sumi Ika หรือปลาหมึกกระดองนั่นเองซึ่งเนื้อจะกรอบๆไม่เหนียวเหมือน Ika ทั่วไป คอร์สที่ 5: Megai awabi คอร์สที่ 6: ปลาตะเพียนญี่ปุ่นใช้ปลาเด็กๆ ตัวยังเล็ก นำมาดองกับเกลือ และน้ำส้ม เนื้อปลาจะนุ่ม มีความฉ่ำ รสค่อนข้างจัดและมีกลิ่นหอมจากการดอง เค้าบอกว่าฤดูใบไม้ร่วงเนื้อจะอร่อยที่สุด คอร์สที่ 7: Ama Ebi กุ้งหวานตัวใหญ่ เนื้อแน่นๆหวานๆ คอร์สที่ 8: Shirako เครื่องในปลาค็อด เอาไปทำในรูปแบบของเทมปุระ มีความกรอบนอก ฉ่ำใน มีความมันๆครีมๆ อร่อยมาก คอร์สที่ 9: Akami Suke ปลาทูน่าเนื้อแดงที่ผ่านการ age มาแล้ว 10 วันก่อนนำมาแช่ในซอสโชยุ คอร์สที่ 10: Chutoro โดยเชฟเลือกเปลี่ยนเป็นข้าวที่ใช้น้ำส้มสายชูสีแดงทำให้ได้รสเปรี้ยวมากขึ้น คอร์สที่ 11: Otoro ละมุนลิ้นนนละลายในปากมาก บอกเลยว่าฟิน คอร์สที่ 12: Uni หอมมันละลายในปากเลยคำนี้ คอร์สที่ 13: 3 combinations นี้ฟินมาก ปูขน+uni+ไข่ปลา คอร์สที่ 14: Tamago ของที่นี่จะค่อนข้างเป็นเอกลักษณ์มาก เนื้อนุ่ม เนียน ฟู มี มีรสชาติเค็มจากโชยุด้วย รสหวานเล็กน้อย ดีงามทั้งรสชาติและรสสัมผัสเลย คอร์สที่ 15: ไอศกรีมhomemade จะมีทั้งหมด 4 รสชาติ รสนม, คิทแคทชาเขียว, ส้มยูสุ และเหล้าบ๊วย เราเลือกชาเขียว อันนี้คือชอบมาก อร่อยที่สุดเท่าที่เคยกินมา หนึบและเข้มข้นมาก

    เพิ่มเติม
  • ข้าวหน้าปลาไหลอร่อยมาก อาคารชาญอิสระ 1 ตรงสีลม พระราม 4 จะเต็มไปด้วยร้านอาหารญี่ปุ่น และร้านนี้ ถือว่าเป็นร้านขนาดเล็ก นั่งได้ไม่น่าจะเกิน 20 ที่ รวมส่วนที่เป็นบาร์ omakase แล้วด้วย คือทานกันนี่ คุยกันเสียงดังหน่อยได้ยินกันหมด เชฟส่วนบาร์ omakase พูดเสียงดั ตลอดเวลารู้สึกรบกวนเล็กน้อย สั่งข้าวหน้าปลาไหลอร่อยมาก ข้าวดี ปลาไหลเนื้อแน่นให้เยอะราดซอสซีอิ๊วหวานกำลังอร่อย ทานแล้วมีความสุข ปลาหมึกชุบแป้งทอด จานเล็กๆ แต่อร่อยมาก เนื้อสดเด้งเลย เซ็ทปลาแซลมอนก็ใช้ได้เลย พิกัดร้าน: อยู่ชั้น 1 ตึกชาญอิสระ 1 ร้านจะอยู่โซนด้านหลังหน่อย เดินเข้ามาสุดทาง แล้วเลี้ยวขวามา จะเจอร้านอยู่ซ้ายมือ

    เพิ่มเติม
  • ตั้งใจไปทานอาหารกลางวันที่ร้านนี้ แอบเล็งเมนูไว้เรียบร้อยแต่พอไปถึงร้าน พนักงานแจ้งอย่างสุภาพว่าครัวร้อนไม่มีในวันนี้ ไหนๆกผ้มาแล้วเลยสั่ง salmon kimura top on rice มาทาน แซลมอนรสชาติชาติแปลกๆไปนิดดูอุ่นๆไม่หวานมันเท่าที่ควร ซุปสาหร่ายได้มาตรฐานทั่วไปมาพร้อมสลัดปูอัด นั่งทานเกือบจบไข่ตุ๋นเพิ่งมามีปูอัดกะแปะก๋วยมาอย่างละชิ้น ไข่ปรุงมาอ่อนไปนิดเนื้อเนียนนุ่มดี ทางร้านมี omagase เสริฟมื้อเที่ยงด้วย

    เพิ่มเติม
  • Bangkok🇹🇭Near BTS SalaDaeng🚉 Sushi Omakase for Lunch! Around 3,000 bath(3 omakase courses available). They import all of Neta from Tsukiji, Tokyo. Hidden sushi place. #sushi #omakase #saladaeng

    เพิ่มเติม
  • มาเดินเล่นที่ธนิยะ พอได้เวลาอาหาร จึงเดินลงมาหาของกิน ตอนนี้ดูเรตติ้งดีงาม แถมยังเป็นร้าน Users' Choice 2018 ลองชิมข้าวหน้าปลาไหล มี 2 ราคา น้องปอบเลือกแบบธรรมดา ฿480++ อีกแบบหนึ่งเป็นแบบปลา organic ประมาณพันห้า ไม่สู้ค่ะ ข้าวหน้าปลาไหล ใช้ข้าวญี่ปุ่นล้วน เหนียวนุ่ม มันอร่อย เนื้อปลาไหลนุ่มมากๆ หนังปลาก็นุ่มดีมาก หอมอร่อย ก้างนิ่ม ราดซอสรสหวานกลมกล่อม มาพร้อมซุปใส รสชาติดีมากค่ะ

    เพิ่มเติม
  • Mizu by Sankyodai ร้านซูชิ Omakase ในเครือ Sankyodai ชื่อร้าน Mizu แปลว่าน้ำ ซึ่งร้านนี้จะเสริฟแต่ของที่อยู่ในน้ำเท่านั้น รัานนี้เชฟใหญ่เป็นคนไทยซึ่งมีประสบการณ์ในวงการอาหารญี่ปุ่นกว่า 15 ปี มาลองมื้อกลางวัน คอร์สที่ลองคือ Nami 2000++ ประกอบไปด้วย -Kaki หอยนางรมจากฮอคไกโดราดด้วยพอนสึ -Sumi Ika หมึกกระดอง ปรุงด้วยเกลือและส้มสุดาจิ -Hirame ปลาตาเดียว บ่มไว้ 3 วันปรุงด้วยโชวยุ -Shina Aji ปลาสุกุน ปรุงด้วยโชวยุ -Hiramasa ปลา Buri ช่วงวันก่อน Hamachi ปรุงด้วยโชวยุ -Kawahagi ปลาวัว ท็อปด้วยตับในตัวมันเองกับดอกขิง ปรุงด้วยโชวยุ -Akami ปลาบลูฟินทูน่าส่วนเนื้อแดงจาก Wakayama นำมา Tsuke ในโชวยุเป็เวบา 2 นาที -Kampyu Maki โรลน้ำเต้าดอง ร้านนี้จะรีวิวรสชาติรวมๆ ร้านนี้เคลมตัวเองว่าเป็นสไตล์ Edomae ซึ่งจะใช้การเลือกและปรุงรสวัตถุดิบตามแบบเอโดะโบราณ ข้าวที่ทางร้านเลือกใช้คือข้าว Koshihikari ซึ่งเป็นพันธุ์ที่แข็งกว่าข้าวญี่ปุ่นปกติ และทางร้านปรุงรสข้าวมาได้ค่อนข้างอร่อย ทางร้านรู้จักการเลือกวัตถุดิบตามฤดูกาลและจัดเก็บมาค่อนข้างดี จุดบอดเพียงอย่างเดียวของร้านนี้คือเชฟฝีมือไม่ถึง (ซึ่งเป็นจุดบอดอันใหญ่หลวง) การปั้นซูชิที่ใช้เสต็ปมือต่อคำเกิน 10 ครั้ง ซึ่งมากเกินไป (ปกติจะ 5-7) ซึ่งจะทำให้ปลาได้รับอุณภูมิจากมือมากเกินไปจนเสียรสชาติ และบางคำก็มีการหยิบข้าวออกระหว่างปั้นซึ่งเกิดจากการกะปริมาณข้าวไม่พอดีตั้งแต่แรก กอรปกับโชวยุที่รสจัดและกะปริมาณมาไม่พอดี กับข้าวที่อร่อยจนเกินไป จนทำให้ทุกคำมีแต่รสข้าว โชวยุ วาซาบิ ไม่มีรสปลาเลย ร้านอยู่ตึกชาญอิสระ ถ.พระราม 4 ชั้น G มื้อกลางวันเปิด 11.30-14.30 มื้อเย็นเปิด 17.00-22.00 สำหรับ Omakase รบกวนโทรจองกับร้านก่อน

    เพิ่มเติม
  • มิซู บาย ซันเคียวได อีกหนึ่งโอมากาเสะซูชิยอดนิยม แม้ว่าจะขายความเป็นโอมากาเสะเป็นหลัก แต่เซทเมนูอาหารญี่ปุ่นก็ดีมาก โดยเฉพาะข้าวหน้าปลาไหลที่อันข้าวและปลาไหลมาจนแน่นกล่อง #newyear

    เพิ่มเติม