search ค้นหาร้านอาหาร / ย่าน
เชฟส์ เทเบิล 12/11/2021

20 ร้าน Chef's Table อิ่ม จุก เริ่มต้นไม่เกิน 2,900฿

สวัสดีค่าา วันนี้ มาพบกับร้าน Chef's Table อิ่ม จุก เริ่มต้นไม่เกิน 2,900฿ ที่รวบรวมมาจากเพื่อนๆ ชาว Retty มาให้ทุกคนได้ตามไปลองทั้งหมด 20 ร้านด้วยกัน จะมีร้านไหนบ้าง ไปดูกันเลยยย

1. INCONTRO by Chef DOLF / นวมินทร์

ซอยนวมินทร์ 81 แยก 3-1 แขวงนวมินทร์ เขต บึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร

photo by ภาคภูมิ สุวรรณเตมีย์

Review:

ภาคภูมิ สุวรรณเตมีย์

#เจริญพุงพเนจร #incontro #chefdolf #cheftable #ov64 " อร่อย hereๆ ตามแบบฉบับการปรุงจากเชฟที่เข้าใจในวัตถุดิบและรสชาติอย่างลึกซึ้ง " "สปาเก็ตตี้จานนี้เผ็ดไปนิดขอลดลงมาหน่อยได้ไหม คำตอบที่ได้จากเชฟก็คือ ลองสปาเก็ตตี้เมนูอื่นดีกว่าครับถ้าลดอะไรไปรสชาติจะไม่สมดุล" เป็นหนึ่งใน conversation ของ 3 ชั่วโมงครึ่งเกือบ 4 ชั่วโมงในการทาน chef table ในครั้งนี้แต่ไม่มีคำว่าเบื่อเลย ถ้ามามื้อเย็นรับรองยาวแน่นอน เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ทานเชฟเทเบิ้ลที่ไม่เหมือนใครมีครบทุกอรรถรสทั้งในเรื่องรสชาติของอาหารและบทสนทนาโต้ตอบระหว่างลูกค้าและเชฟกันอย่างดุดันเผ็ดร้อนแต่อบอวลไปด้วยความสุขรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ เชฟดอล์ฟ สหัส จันทกานนท์ เป็นทั้งพิธีกรรายการอาหาร food stylist นักออกแบบเมนูอาหาร ทำหนังสือจะได้ไปร่วมงานกับสถานทูตต่างชาติอีกมากมายสรรพคุณไม่ต้องบรรยายกันลองไปกินและคุยกับเชฟดูกันเอง วันนี้ได้รับเกียรติจากพี่ที่เคารพทั้งสอง พี่แดงผู้ที่หลงรักในการกินและชิมแห่งเมืองปากน้ำโพชักชวนไปกินเนื่องในวันเกิดของสารวัตรหนุ่ย พลตำรวจเอก สุวัฒน์ ธำรงศรีกุล อดีตตำรวจผู้ดำเนินการรายการ top 5 จัดอันดับอาหารที่โด่งดังในช่อง 5 งานนี้ก็เลยเป็นลาภปากของพุงน้อยๆ ในซอยนวมินทร์81 แยก 3-1 incontro ดัดแปลงบ้านมาเป็นห้องครัวเปิดโล่งสามารถมองเห็นเชฟปรุงอาหารได้ทุกขั้นตอนแบบที่นั่งริงไซด์ข้างสนามมวย วัตถุดิบต่างๆวางเรียงกันตามลำดับจานที่ทางร้านได้จัดเตรียม ในส่วนของเครื่องดื่มคิวกันมาเองได้เต็มที่อยากดื่มอะไรเอามากันไม่มีค่าเปิดทางร้านจะมีแก้วและอุปกรณ์ต่างๆเตรียมไว้ให้อย่างพร้อมเพรียง อยากทานอะไรบอกเชฟหรือให้ทางร้านเตรียมให้จะมีเซอร์ไพรส์ให้คุณแปลกใจ วันนี้เริ่มด้วยเมนูเรียกน้ำย่อยด้วยตับห่านคุณภาพเยี่ยมทอดได้สุกกำลังดีนุ่มหวานมันละลายในปาก ลองด้วยกีวีสีเหลืองที่มีความเปรี้ยวหวานกำลังดีพร้อมกับซอสบัลซามิกรสบางๆทำให้ตับห่านจานนี้มีความสมบูรณ์แบบ แฮมอย่างดีพาดมาบนเมล่อนราดคาราเมลเบิร์นมาด้วยไฟทำให้มีกลิ่นหอมบางๆยกระดับเมนูง่ายๆได้อย่างงดงามทานคู่กับสลัดผักย่างกลิ่นหอม กุ้งมังกรดิบ Ceviche สไตล์เปรูที่ชูรสวัตถุดิบกุ้งมังกรได้อย่างลงตัวทานคู่กับส้มที่เพิ่ม acid บางๆชุ่มคอชื่นใจ สเต็กเนื้อริบอายวากิว australia Tomahawk สองจานเนื้อที่กริลมาพอดิบพอดีตามความชอบของลูกค้าเป็นสองจานเมนหลักเพิ่มโปรตีนได้อย่างลงตัว ทางร้านมีเกลือทรัฟเฟิลมาให้ด้วย แตะเกลือบางๆกับเนื้อแค่นี้ก็อร่อยแล้ว ตบท้ายด้วยสปาเก็ตตี้ซอส XO แบบ Homemade ไข่เค็ม ใส่พริกเปรูที่คล้ายกับพริกกะเหรี่ยงเม็ดเล็ก เส้นลูกมาได้อะเดนเต้นิดๆจานนี้ครบรสทั้งเผ็ดร้อนบางๆเค็มหว่นมันกลมกล่อม ของหวานล้างปาก Apple crumble&Ice cream , Mokapot Coffee ก็นำเสนอมาได้ดีเยี่ยม ส่วนที่ประทับใจในมื้อนี้นอกจากความรู้และการชูรสของวัตถุดิบจากฝีมือเชฟ บรรยากาศในการทานเต็มไปด้วยความสนุกสนานเหมือนทานข้าวกันในบ้านเพื่อนแบบกันเอง เชฟก็อารมณ์ดีมีความเป็นกันเองเหมือนกับเพื่อนที่รู้จักกันมานานเลยทำให้มื้อนี้เป็นอีกหนึ่งมื้อที่สมบูรณ์แบบ อยากสัมผัสรสชาติของ Incotro=Meeting place ลองจองกันเข้ามาดูนะครับ สอบถามราคาจากทางร้านได้เลยครับ มื้อนี้ผู้ใหญ่ใจดีเลี้ยง🙏     Tel.0962524694   INCONTRO by Chef DOLF 89/119 นวมินทร์, แขวง นวมินทร์ เขต บึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร 10230 096 252 4694 ดูเพิ่มเติม

2. Seasoning 36 / พระราม4

ซอยแสนสบาย 2 แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร

photo by ภาคภูมิ สุวรรณเตมีย์

Review:

ภาคภูมิ สุวรรณเตมีย์

  #เจริญพุงพเนจร "จองกันตอนนี้คิวยาวถึงมีนาคมปีหน้ากันเลย"       Seasoning Chef Table by Chef Benz.      ร้านอาหารสไตล์ chef's table ที่เปิดมาตั้งแต่เดือนมีนาคมปีนี้แต่ขอบอกเลยว่าคิวยาวไปจนถึงมีนาคมปีหน้ากันแล้ว เป็นร้านที่ตั้งอยู่ในบ้านบรรยากาศสบายๆไม่เกร็งคุยกับเชฟแล้วรู้สึกสนุกสนานเฮฮากันดีมาก    ทำกันวันละรอบเป็นร้านอาหารไทยสไตล์ฟิวชั่นมีกลิ่นอายของญี่ปุ่นและอาหารฝรั่งแซมสไตล์ตามใจเชฟแล้ววัตถุดิบในแต่ละวัน    วันนี้ตั้งแต่เมนู starter ต้มข่ากับปลากุเลาที่ดูเหมือนจะธรรมดาแต่ทานแล้วประทับใจมาก เมนูเรียกน้ำย่อยที่ใช้กุ้งตัวโตมาพร้อมกับอะโวคาโดบวกซีฟู้ดซ๊อสอารมณ์เหมือนทานกุ้งแช่น้ำปลาแต่มีความหวานมันทำให้รสชาติของจานนี้โดดเด่นขึ้นมา ยำเนื้อปูก้อนมังคุดที่มีไข่แดงโรยมาเพิ่มความมันรสชาติจัดจ้านชื่นใจ ปลากุดสลาดที่เซียมาพอดิบพอดีทานคู่กับน้ำซุปที่คล้ายกับต้มโคล้งแต่รสชาติไม่ได้จัดจ้านมากก็ชื่นใจ เมนูเนื้อ australien แองกัสกับน้ำจิ้มแจ่วทางร้านก็ทำมาได้ดี ตบท้ายด้วยมัสมั่นไก่ที่หนังกรอบเสิร์ฟมาพร้อมมันบดกับซอสมัสมั่นก็ดีงามไม่พากันแรกๆทานคู่กับข้าวผัดมันเนื้อก็อร่อย ตบท้ายด้วยของหวานอย่างสาคูและวันนี้เชฟทำเลม่อนพายให้ทานเป็นอันเสร็จสมบูรณ์ของมื้อนี้    เป็นอีกหนึ่งร้าน chef table ที่แนะนำเพราะชอบบรรยากาศของทางร้านและความเป็นกันเองของเชฟเบนซ์    ร้านจะนั่งได้ประมาณ 6-8 คนต่อรอบ ตั้งอยู่ในบ้านสุดซอยแสนสบาย 2 ในซอยสุขุมวิท 36 Seasoning 36 081 459 8403 ดูเพิ่มเติม

3. Blackitch Artisan Kitchen / นิมมาน

ถนนนิมมานเหมินท์ ซอย 7 ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่

photo by Veerapat Ma

Review:

Veerapat Ma

ร้านขนาด 1 คูหาในถนนนิมมาน สามารถจอดรถได้ที่ริมทาง บริเวณรอบๆร้านจะเป็นร้านเหล้าซะส่วนใหญ่ที่จะเปิดให้บริการในช่วงเย็น แต่เมื่อเราเข้าไปในร้านแล้ว จะเงียบสงบอย่างประหลาด ชั้นล่างจะดูรกๆ มีทั้งอุปกรณ์ทำอาหารเต็มไปหมด และมีของดองที่ทางเชฟดองไว้ในโหลแก้วครับ โดยทางขึ้นก็จะมีประตูเลื่อนปิดไว้อยู่ ก็เพียงเลื่อนแล้วจะเจอกับที่นั่งที่ทางร้านเตรียมไว้ให้เราเรียบร้อยครับ สำหรับร้านนี้การจะมา Walk-in คงทำไม่ได้ครับ ต้องโทรมาจองล่วงหน้าก่อนครับ สำหรับคอร์สนี้จะสนนราคาอยู่ที่ 1800 บาทถ้วน ไม่รวมเครื่องดื่มที่จะมีเมนูให้ดูเพิ่มเติมครับ หากอยากทราบว่าเมนูในช่วงนี้เป็นอะไร สามารถเข้าไปดูเมนูได้ที่ ig ของทางร้าน หรือ Request ขอรายละเอียดเกี่ยวกับวัตถุดิบเพิ่มเติม ซึ่งทางร้านจะให้มาเป็นกระดาษเลยครับ วันนี้เชฟแบล๊กไม่อยู่ แต่น้องชายซึ่งเป็น Manager อยู่ให้บริการแทน ขอเริ่มต้นด้วยเครื่องดื่มที่ได้ชิมวันนี้มี 2 ตัว ส่วนน้ำเปล่าฟรีนะครับ 1. Wild Ginger Ale ราคา 100 บาท: คือน้ำขิงที่มาปรุงหวานและเติมโซดาหน่อยๆ โดยปกติคนไทยจะไม่ค่อยทานในลักษณะนี้กัน และก็ไม่มีเครื่องดื่มประเภทนี้จำหน่ายแบบแมสเท่าไร รสชาติมีความหวานนำ ให้ความเผ็ดแบบขิงกลางๆ และปิดท้ายด้วยความขมเล็กๆ ทานแล้วเฟรชดีครับ 2. Organic Kalamansi & Wild Honey ราคา 100 บาท: ส้มจิ๊ดหรือมะปิ๊ดจากชุมพร ตัวนี้จะให้ความเปรี้ยวนำและโดดมากๆ หวานตามแบบน้ำผึ้ง และขมแบบเข้มๆ หน่อยปิดท้าย และเรามาสู่คอร์สของเราในวันนี้กัน 1. มะเขือเทศดองแบบญี่ปุ่น: หน้าตามินิมัล มะเขือดองแบบญี่ปุ่น สีแดงสวย ตอนแรกนึกว่าแตงโมมาปั้นเป็นก้อนกลม โรยด้วยคัตสึโอะ รสชาติไม่เหม็นเขียวแต่มีความหวานแบบมะเขือเทศ ออกเค็มๆ ได้ความอุมามิของคัตสึโอะมาตัด 2. ขนมปังครีมไตปลากาหยูกับหมูหวาน: ขนมปังยัดไส้หมูหวานซึ่งทำจากหมูสามชั้นคาคุนิ(ต้มซีอิ๊ว)และต้มอ้อย ซอสไตปลาที่ทำจากปลากาหยู เม็ดมะม่วงกับไข่แดงเค็มโรยหน้า เติมครัมเบิลพริกเพื่อเพิ่มความเผ็ด มีผสมกะทิในซอสไตปลา ขนมปังนุ่มอร่อย รสชาติค่อนข้างพอดี รู้สึกแห้งนิดหน่อย เผ็ดนิดๆ หมูมีความนุ่มเบาๆ อาจจะเพราะขนาดคำค่อนข้างเล็ก เลยรู้สึกว่ารสชาติจานนี้ยังไม่สามารถแยกแยะอะไรได้มากกว่านี้ 3. หลนปูม้า: จานนี้ได้วัตถุดิบหลักอย่างปูม้าจากสุราษฎร์ธานี นำมายำกับอ่องปูนาใส่ใบชะมวง มาสคาโปน และใบชะครามทอดที่รองด้านล่างสุด รสชาติอยู่ระหว่างยำกับเมี่ยง มีความมันเบาๆ เค็มเบาๆ ออกจืดมากกว่า ไม่รู้สึกเปรี้ยว สิ่งที่ทำให้จานนี้รู้สึกว่ามันเหมือนเมี่ยง มาจากกลิ่นใบเมี่ยงที่เด่นมากพอสมควร 4. ยำใบเมี่ยงสดซอสปลากระป๋องจำแลง: จานนี้มีวัตถุดิบหลักอย่างปลาช่อนทะเลจากชุมพร ที่ย่างด้วยเตาถ่าน ทานคู่กับยำใบเมี่ยงที่มีใส่ ใบชาดอง ยำผักบ้าน(ใบกระถิน) และราดด้วยซอสที่เบสมาจากน้ำซอสปลา มีแคปหมูเพิ่ม Texture กรุบกรอบ รสชาติแปลกดี เหมือนกินยำที่ไม่เหม็นเขียวจากผักสดทั้งหลาย และความเขียวๆเหล่านั้น ถูกชูรสชาติจากซอสปลากระป๋องให้รู้สึกชอบมากกว่าเกลียด เนื้อปลาอร่อยมีความหอมเตา juicy ไม่แห้ง ได้ความหอมจากเทอริยากิในเนื้อปลา 5. ปอเปี๊ยะสด: ตัวไส้ทำมาจากกุ้งยอที่ได้จากกุ้งแชบ๊วยจากสุราษฎร์ สอดไส้ด้วยผักชีสามอย่างคือ ผักชีฝรั่ง ผักชีลาว ผักชีบ้าน และมีหอมแดงอยู่เล็กๆ ทานคู่กับข้าวแคบกรอบๆ ซอสพริกเผาหม่าล่าที่เอาความเผ็ดและชาออกไปให้เหลือแต่ความหอมผสมปลาแห้งและข้าวคั่ว แป้งปอเปี๊ยะมีความหนึบๆแบบบอกไม่ถูก อยู่ระหว่างนุ่มกับเหนียวที่ค่อนข้างพอดี ไส้เนื้อกุ้งยอหนึบมาก เคี้ยวได้นานและเพลินมากๆ หอมตัวผักชีที่กลิ่นไม่ตีกัน ตัวซอสหวานนำเผ็ดท้ายหอมข้าวคั่วเบาๆ แต่พอทานไปสักพักจะเริ่มชาหน่อยๆ ข้าวแคบกรอบอร่อย เพิ่ม Texture ความกรอบให้กับจานนี้ 6. โอโคโนมิยากิ: จานนี้มันคือพิซซ่าญี่ปุ่นที่ทำการ Deconstruct วัตถุดิบหลายๆ ส่วนออกสร้างความว้าวกว่าเดิม ตัวแป้งมีความหนึบๆ นุ่มๆ ดีกว่าพิซซ่าญี่ปุ่นที่เคยทาน ตัวกะหล่ำปลีจะนำไปผัดน้ำปลา ให้ texture ที่แห้งหน่อยๆและไม่เค็ม หมึกหอมทอดที่ด้านในนุ่มและหนึบ ซอสพริกกะปิทำเองรสชาติมันๆกลิ่นกุ้งแห้งเบาๆ มายองเนสทำเองตีด้วยไข่ขาวออแกนิค โรยด้วยคัตสึโอะและสาหร่าย จานนี้ถ้าทานแยกกันจะรู้สึกจืดและโดด แต่ถ้าทานด้วยกันจะเข้ากันหมด เหมือนเรากินพิซซ่าญี่ปุ่นจริงๆ 7. ราเม็งเส้นสดกุ้งย่างกับซอสไข่ปลาสาก: ราเมงเส้นสดทำเส้นเส้นหนึบๆ นุ่มๆ มีความกระด้างนิดๆ กลิ่นเส้นชูโรงจานนี้ได้เป็นอย่างดี เสิร์ฟมาพร้อมกับกุ้งจากแม่น้ำตาปีจากนครศรีธรรมราชที่ย่างและทาด้วยซอสน้ำตาลมะพร้าวที่เคี่ยวเองระหว่างย่างกุ้ง เนื้อกุ้งมีความครีมมี่มันๆ กินแล้วอยากทานอีก มาพร้อมกับเครื่องเคียงอย่างเห็ดหูหนูขาวและดำ กากเจียว ต้นหอมซอย และสาหร่าย โรยด้วยการขูดไข่ปลาตาหวานลงไป และทำซอสจากไข่ปลาสากหรือเมนไทโกะ รสชาติออกมันๆ หอมแบบทะเล 8. ปลาทอดคาราเกะแกงคั่วฟักทอง: ใช้ปลาเก๋าเพลิงจาสุราษฎร์เช่นเดียวกัน ทอดแบบคาราเกะโดยชุบกับเบียร์บัตเทอร์ก่อนทอด เสิร์ฟมาพร้อมกับแกงคั่วฟักทองที่ใส่สมุนไพรสามตัวอย่าง ไพล กระทือ และเร่วหอม ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกับสมุนไพรของภาคกลางจะเหมือนกับขิงข่าและตะไคร้เลยครับ เพียงแต่ 3 สมุนไพรดังกล่าวนี้จะให้รสชาติที่เข้มข้นกว่า ตัดเลี่ยนด้วยเครื่องเคียงอย่าง ชะอมทอด สายบัว ผักเคล วอเตอร์เครส เข้มกว่า รสชาติซอสเหมือนฉู่ฉี่ปลาเลยครับ มีความนุ่มหอมจากกะทิและหวานเบาๆจากฟักทอง ได้รสสมุนไพรทั้งสามแต่ไม่โดดจนกลบรสชาติโดยรวม เนื้อปลาทำออกมาได้ดีมาก นอกกรอบ ด้านในนุ่มเนื้อแน่น และฉ่ำไม่แห้งเลย เหมือนทานไก่ทอดคาราเกะที่ฉ่ำกว่า ตัวผักมาเพิ่มรสชาติขมกับตัดเลี่ยน ทำให้จานนี้ครบรสชาติครับ 9. ข้าวอบสาหร่ายในฤดูฝน: ประกอบด้วยข้าวโสมมาลีสกนนครนำไปอบสาหร่าย ทานคู่กับเครื่องเคียงกับ ดอกโสน ดอกขจร แตงกวา หน่อไม้ดองทำเอง เห็ดป่า มีใส่หัวกุ้งย่างที่ได้จากเมนูก่อนห้า เอามาแต่หัวมันๆล้วนๆ และมีเนื้อสัตว์อย่างปลากะพงและไก่ประดู่ ทางตัดเลี่ยนด้วยกิมจิและหอมแดงดอง และเพิ่มความชุ่มฉ่ำให้กับลำคอผ่านซุปหอยตลับใส่จิงจูฉ่าย ผักดองและพริกแห้งเพื่อเพิ่มความเผ็ด ตัวน้ำซุปมีความถั่วๆ มันๆ จะออกจืดๆและเผ็ดปิดท้ายนิดๆ ถ้าใครเคยกินเมนูอาหารจีนน่าจะคุ้นกับซุปนี้พอสมควร ส่วนตัวข้าวแนะนำว่าคลุกให้เข้ากันและตักมันกุ้งจากหัวกุ้งมาคลุกด้วยกัน จึงจะได้ความหวานมันนิดๆ แต่แอบมีหัวกุ้งที่มีของเสียติดอยู่ครับ ดีที่ไม่แตกออกมา ข้าวมีความแข็งแบบหนึบๆ เนื้อไก่ฉ่ำอร่อย เนื้อปลาทำได้ดี นุ่มไม่แห้ง หนังกรอบนิดๆ 10. ไอกรีมหมากเม่าแช่อิ่มกับข้าวเกรียบกุ้งแห้ง: หมากเม่าหรือในชื่อภาษาเหนือคือมะเกี๋ยง ผลไม้ที่ให้รสชาติเปรี้ยวนำมาแช่อิ่มและทำเป็นไอศกรีม เสิร์ฟมาพร้อมกับผิวมะกรูดเชื่อมพริกเกลือ และคุกกี้ที่ทำจากกุ้งแห้ง: รสชาติไอศกรีมเหมือนส้มเขียวหวานที่เปรี้ยวเด่นๆ แต่มีการลดความเปรี้ยวลงด้วยน้ำตาลที่ผสมลงไปในไอศกรีม เปลือกมะกรูดมีความเหมือนขนมเปลือกส้ม แต่ถ้าเผลอกินหมดก่อนแล้วมากินไอศกรีม จะกลายเป็นว่าลิ้นด้านไม่รู้สึกถึงรสชาติของไอศกรีมเลยครับ ส่วนตัวคุกกี้ มีความแน่นๆ และรสชาติกุ้งแห้งที่ออกมาค่อนข้างเต็ม 11. ขนมปิดท้าย 4 อย่าง: จะมีไอศกรีมวานิลลา เสิร์ฟมาพร้อมกับขนมอีก 3 อย่าง มีทาร์ตส้ม เค้ก และบิสกิตปิดท้ายที่จดไม่ทัน รสชาติโดยรวมคืออร่อยครับ ตัวไอศกรีมจะทานคู่กับทาร์ตส้มที่ด้านในมีส้ม 5 ชนิด ตัวเค้กจะมีความขมเบาๆ และปิดท้ายความขมแบบเต็มๆ ด้วยบิสกิตครับ เป็นขนมหวานล้างปากที่ดีจานนึงครับ โดยรวมแล้วรสชาติอาหารถือว่าอร่อยครับ เป็นการนำเสนอวัตถุดิบจากในประเทศในรูปแบบ Fine Dining ได้ดี และมีวัตถุดิบปริศนามากมายที่ทำให้เราได้รู้จักมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นปลาเก๋าเพลิงที่ปกติไม่ค่อยมีร้านไหนเอามาทำอาหารเพราะทำค่อนข้างยาก หรือจะเป็นสมุนไพรสามตัวอย่างไพล่ กระทือ และเร่วหอมที่สามารถเอามาแทนขิงข่าตะไคร้ได้อย่างเหนือชั้น หรือจะเป็นข้าวนานาชนิดที่ได้จากที่ต่างๆ ซึ่งเป็นการส่งเสริมเกษตรกรและยกระดับอาหารได้อย่างน่าสนใจ ส่วนการบริการพอใช้ได้ครับ ถ้าเป็นตัว manager เองจะมีความเป๊ะของเมนูอาหารและวัตถุดิบค่อนข้างมากครับ แต่พนักงานจะสามารถอธิบายได้แค่บางอย่าง ซึ่งเราต้องไปหาข้อมูลมาประกอบการเขียนครั้งนี้เพิ่มเติมเอง อยากให้เทรนส่วนนี้เพิ่มเติมครับ ก็ถือเป็นประสบการณ์ที่น่าสนใจครับ ร้านนี้รับบัตรเครดิต แต่แนะนำว่าจองล่วงหน้าจะดีที่สุดครับ #tothesea ดูเพิ่มเติม

6. Place Bangkok / สามเสนใน

ซ.อินทามระ 4 สามเสนใน พญาไท กรุงเทพมหานคร

photo by Noon Pvrch

Review:

Noon Pvrch

❤️𝐏𝐥𝐚𝐜𝐞 𝐁𝐤𝐤 - Feel like having dinner at Friend's House🏡เข้าไปในร้านให้ความรู้สึกcozyแนะนำไปทานช่วงเวลาdinnerที่ร้านจะจุดเทียนให้น่ารักมากๆค่ะ🕯 เราเลือกทานเป็น 3 Course 1.Starter🥗 -Blue crab salad with pomegranate and passion fruit vinaigrette(4.5/5) สลัดปูม้า ล่างสุดเป็นอโวคาโดบดตามด้วยเนื้อปูและผักสลัด on-topเนื้อปูก้อนใหญ่มาก มีซอสเสาวรสกับเม็ดทับทิม และมีดอกไม้ที่สามารถทานได้เลย รสชาติละมุนๆ👍🏻 2.Pasta🍝 -Awabi with Black Ink risotto🌟(5/5) หอยเป๋าฮื้อตุ๋นทานคู่กับรีซอตโตครีมหมึกดำจานนี้อร่อยค่ะชอบที่สุด -Winter truffles carbonara🌟(4.5/5) จานนี้อร่อยอีกแล้วค่ะเชฟทำมาในปริมาณกำลังดีทานแล้วไม่เลี่ยนเส้นนิ่มกำลังดีและร้านนี้ให้Black Truffleเยอะคุ้มราคาสุดๆ 3.Main🥩 -Tajima Wagyu, Flat Iron (4/5) ทานกับซอสไวน์แดงคือเข้ากันดีค่ะแต่เราเป็นคนที่ไม่ค่อยทานเนื้อเลยยังรู้สึกไม่ว้าวเท่าไหร่ -Tiger Grouper with lemon burre blanc(4/5) ปลาเก๋าชิ้นใหญ่มากแต่พอถึงจานนี้เราเริ่มอิ่มแล้วเลยทานแต่มะเขือเทศฉ่ำดีค่ะสำหรับคนที่ไม่กินมะเขือเทศเราอยากให้ลองโดยรวมอร่อยค่ะ มาต่อกันที่เมนูแบบ A la carte บ้างค่ะ partนี้เป็นการมากินครั้งที่2ของเราเพราะเรื่องราคา ความอร่อย และบรรยากาศถือว่าคุ้มค่ามากๆค่ะBlack Truffle Cabonara🥓 เริ่มจากเมนูนี้เลยเราขอเสนอ Black Truffle Cabonara เมนูเส้นพาสต้า🍝ที่คลุกเคล้ามากับครีมซอสคาร์โบนาร่า🥓ที่ผสมมากับทรัฟเฟิลแล้วก็ยัง on-top ด้วยทรัฟเฟิลสไลด์ให้แบบจุใจกันเลยทีเดียวเชียว เมื่อทานคู่กันระหว่างเส้นเหนียวนุ่มกับซอส พูดเลยว่าฟินมากๆบวกกับกลิ่นของทรัฟเฟิลมาพูดเลยมาเต็มมากทานคู่กับเบคอนทอดกรอบตัดกันได้เป็นอย่างดี ใครที่เป็นสายเส้นไม่ควรพลาด ตอนนี้ที่ร้านมีโปร 299.- อยู่นะรีบไปกัน Seared Scallops with sweet corn🌽, bacon and miso cream sauce มาต่อกันด้วยเมนูที่สองกันเลย ชื่ออาจจะยาวแต่บอกเลยว่าอร่อยมากเป็นหอยเชลล์ย่างเสริฟมาคู่กับข้าวโพดหวาน🌽ผัดกับซอสครีมมิโซะเบคอน เป็นอีกเมนูที่ลงตัวมากตอนแรกเราคิดว่าจะเลี่ยนแต่พอได้ทานทุกองประกอบพร้อมกันมันมีทั้งรสหวานจากข้าวโพดแล้วก็รสเค็มของเบคอน🥓ที่ลงตัวกันอย่างพอดีบวกกับหอยเชลล์ที่สดมากๆพูดเลยว่าฟินมาก Black ink Calamari🐙 ปลาหมึกชุบแป้งทอดที่พิเศษคือตัวแป้งทอดผสมหมึกดำ🐙🖤จากปลาหมึกด้วย ตัวปลาหมึกทอดมาได้เป็นอย่างดีกรอบมาก ทานเปล่าๆก็ว่าฟินแล้วแต่เซฟเสริฟเลมอนมาให้ด้วยทำให้ได้อีกรสชาตินึงเมื่อบีบตัวเลมอน🍋ลงไปแต่ถ้ายังไม่ฟินพอทางเชฟก็มีตัวซอส spicymayo ที่เอาไว้ให้เราจิ้มอีกบอกเลยว่าเมื่อบีบเลมอนลงบนตัวปลากหมึกแล้วจิ้มกับซอสคือที่สุดของคอปลาหมึกชุบแบ้งทอดบอกเลย💘 แนะนำให้โทรไปจองก่อนนะคะร้านค่อนข้างเล็กเข้าไปร้านมีที่นั่งประมาณ10ที่ ทางร้านมีทั้งCourseและA la carte ค่ะ @placebkk 💵:฿฿฿-฿฿฿฿+ 📍:73/3 อินทามระ ซอย 4 ⁣ ⏰: Open Tue-Sun 10am-8:30pm 🚗:จอดรถฝั่งตรงข้ามร้าน(2-3คัน) 🚝:BTS อารีย์ และ สะพานควาย ดูเพิ่มเติม

8. อยากทำแต่ไม่อยากกิน by Chef Big / เจริญราษฎร์

ซอยเจริญราษฎร์7 แยก7-6-1 แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม กรุงเทพมหานคร

photo by Winnie Riansiriwan

Review:

Winnie Riansiriwan

ร้านอาหารฝรั่งเศส สไตล์ chef table เปิดในบริเวณบ้าน อยู่ชั้น 2 ชั้นล่างเป็นโรงพิมพ์ เชฟจบด้านอาหารจากสวิส มี2โซน รับได้สูงสุด 16 คน คือโต๊ะละ 8 ราคา คนละ 2568+++ ไม่รวมน้ำแร่ และ service charge #เสิร์ฟอาหาร 6 คอร์ส (คาว5 + หวาน1) เริ่มจาก Crab spring roll เปาะเปี๊ยะม้วนโรลกรอบ ไส้ทาร์ทาเนื้อกรรเชียงปูก้อน เป็นออเดิร์ฟเรียกน้ำย่อยเบาๆ ต่อมาเป็น Foie gras with berry sauce ฟัวกราชิ้นใหญ่ สุกกำลังดี ซอสอร่อย Morel soup with puff pastry with scallop ซุปเห็ดมอเรล เสิร์ฟร้อน ดีงามเข้ากับขนมปัง ต่อไปเป็น Crozets a sovoie risotto with prawn จานนี้กุ้งตัวใหญ่เนื้อเด้งมากก beef wellington เนื้อนุ่มดีค่ะ สำหรับคนไม่ทานเนื้อหรือฟัวกราส์ มีปลาแทนให้ ปิดท้ายด้วยไอศครีม ต้องจองผ่าน facebook / line นะคะ #Funnyapril2021 ดูเพิ่มเติม

9. The Pasta Apartment / อารีย์

ซอยพิบูลวัฒนา 11 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร

photo by Bearyพาชิม Bancha Chanvorameth

Review:

Bearyพาชิม Bancha Chanvorameth

เชฟเทเบิ้ลที่ทำให้คุณอินเลิฟกับรสโฮมเมด อีกมุมของรสชาติอิตาเลี่ยน ต้องมา!! >> รสชาติโคตรมีเสน่ห์ << The New Pasta Apartment ภายใต้ ฝีมือเชฟ Filippo Bortolamedi เชฟที่ยึดมั่นในแนวทาง “ความเช็งสยบความเคลื่อนไหว” เฮียมาลองละค้าบ หลังจากอดรนทนรอ จองมาตั้งนาน คิวยาวมากมาย คิวต่อไปจะได้ทานราวๆเดือน พฤษภาคม นะครับ ซึ่งจะเปิดจองปลายเดือนนี้ เปิดเมื่อไหร่เด่วเฮียมาบอกฮับ หลายคนอาจจะไม่อินหรือไม่คุ้นกับรสชาติ พริ้วๆเบาๆของอาหารโฮมเมด ก่อนมาเฮียก็ลุ้นอยู่เหมือนกันว่าจะไหวมั้ย55 แต่พอทานจบคอร์ส.. อินเลิฟเลย!! ความแตกต่างจากร้านหรูร้านเหลาที่มีดีกรีระดับท๊อป ต้องเอาเรื่องราวมาต่อบอกต่อกันจริงๆ รสชาติ เบาๆ สบายๆ รสที่เข้าใจได้ง่าย การเตรียมวัตถุดิบที่ดี คือ เสน่ห์ของที่นี่ แต่ละคอร์สเวลาจับคู่กับเครื่องดื่มสีต่างๆ สามารถมโนตามถึงเรื่องราวได้อย่างเพลินๆ อาหารในคอร์ส มีหลายอย่างเลยครับ จานแรก จานหลัก และขนมหวาน ชื่อเมนูต่างๆ อยู่ในแคปชั่นภาพเลยครับ >> แนะนำว่า มาครับ!! << ............. The New Pasta Apartment เชฟ Filippo Bortolamedi https://m.facebook.com/Thenewpasta.apartment/ ☎️ 06-2187-9348 << 2,500++ >> 📌 https://goo.gl/maps/upsKra6FVAb9SPFg9 ............. ดูเพิ่มเติม

12. Gluttony by the sin / บางซื่อ・เตาปูน

ซอยกรุงเทพ-นนท์บุรี33 แขวงวงศ์สว่าง เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร

photo by Raynuka Chanoknoi

Review:

Raynuka Chanoknoi

ความโชคดีลุ้นรางวัลได้กินฟรีจาก retty เป็น คอร์ส party set สำหรับ 3-4 คน จากร้าน Chef’s Table Gluttony by the Sin แง้ โคตรดี !!!! . เมนูแรกเป็นอาหารต้อนรับ เป็นกระทงทอง ทรัฟเฟิลชีส ด้านในเป็นชีส 3 อย่าง รสเปรี้ยวนิดเค็มหน่อย กัดเข้าปากแล้วมีความฉ่ำมาก แป้งบางกรอบ กัดรวมกันแล้วโคตรดี !!!!! . ตามด้วยสลัดสตรอเบอร์รี่ มะเขือเทศ ซอสโหระพา กลิ่นโหระพาแบบไทยๆมาเลยจ้า ความเปรี้ยวจากมะเขือเทศ ความหวานจากสตรอเบอร์รี่ ความมันจากชีส บวกกับซอสโหะระพา รสชาติตัดกันดีมากๆ เข้ากันสุดๆ สดชื่นเว่อร์ . พาสต้าซอสเป็ด เส้นพาสต้าทำเอง แป้งบาง ไม่เหนียว ไม่หนืด เนื้อเป็ดนุ่มในระดับพอดี ไม่นุ่มเปื่อย เด้งกำลังดีเลยอ่ะ ซอสเป็ดก็ดีมาก รสเข้มข้นสุด กินกับเส้นเข้ากันมากๆ ผักที่อยู่ด้านบนหน้าตาแบบไม่น่ากินแต่นางกรอบมากอ่ะ กรุบมาก มีความสด เข้ากันกับทุกสิ่ง . จานเนื้อ ขอหยาบคายเลยนะ ดีชิบหายยยยยย !!!! ดีเหี้ยๆ โคตรดี ดีสัสๆ เนื้อโทมาฮอว์คแบบซูวี 4 ชม. ระดับความสุกประมาณมีเดี่ยมแรร์ ข้างในแดงแต่ไม่มีความคาวเลย ไม่เหนียวด้วย ชิ้นใหญ่มากกกกกกกก เชฟมาหั่นให้ถึงโต๊ะเลยจ้า ไม่รู้จะบรรยายยังไง คือมันดีมากจริงๆ นี่เป็นเนื้อที่อร่อยที่สุดที่เคยกินมาแล้วอ่ะ ซอสที่มาด้วยคือเคี่ยวกับไวน์แดง กระดูกเนื้อ มีความมันความหวานแบบดีต่อใจ ดีต่อเนื้อมากๆ ถ้าไม่ชอบซอสก็โรยเกลือได้เลย มีเกลือทรัฟเฟิลกับเกลือแแบบเหมือนใส่เครื่องเทศมาให้ด้วย กินแบบไหนก็ได้ อร่อยหมด เพราะเนื้อมาดีมากๆอยู่แล้ว . ตบท้ายด้วยของหวานนนนนน แอปเปิ้ลครัมเบิ้ล ด้านบนเป็นไวท์ช็อค ไอติมวนิลา ด้านล่างเป็นครัมเบิ้ล แอปเปิ้ลเส้น แอปเปิ้ลเชื่อม ราสเบอร์รี่ ดีมาก !!!! เข้ากันสุดๆ แง้ อยากกินอีก . มีของกินเล่นแถมด้วย เป็นมะเขือทอด กรอบนอก นุ่มใน ไม่เหี่ยว . รวมๆแล้ว ดีทุกอย่าง อร่อยอ่ะ มันเกินกว่าอร่อยด้วยอ่ะ ด้วยความปราณีตทั้งการเลือกวัตถุดิบ การปรุง รสชาติ หน้าตาอาหาร ความสร้างสรรค์ มันลงตัวมากๆ มันครบรส แทบไม่มีข้อติเลย . เชฟก็ใจดีมาก ดูแลและบริการดี คอยอธิบายข้อสงสัยให้ฟัง แนะนำอาหาร เมนูต่างๆด้วย ใครชอบเบียร์ ชอบไวน์ก็มีบริการน๊า ที่น่ารักสุดๆเลย คือพนักงานต้อนรับ เป็นน้องหมาไซชื่ออัลม่อนออดอ้อนน่ารักที่สุดเลย ❤️ . ใครชอบอาหารแนวนี้ แนะนำเลยค่ะ คุณภาพแรงเกินราคา คุ้มสุดๆ รอบหน้าขอมาลองฟูลคอร์สเน้อ ติดใจอ่ะ 🥰 . ใครอยากทาน ต้องจองก่อนน๊า 📍 https://www.facebook.com/GluttonyTheSin/ . มื้อนี้ขอบคุณ retty thailand ค่า 🙏 https://www.facebook.com/RettyThailand/ ดูเพิ่มเติม

15. Mystique box by Mystique chef

259/114 ถนน สุขุมวิท Khwaeng Phra Khanong Nuea, Khet Watthana, Krung Thep Maha Nakhon 10110, Thailand

photo by Yee FullandFun

Review:

Yee FullandFun

เปิดประสบการณ์ใหม่ Fine Dining @Home กับ Mystique Box กล่องปริศนา Mystique Box กล่องสุ่มอาหารปริศนา Project พิเศษที่ทำขึ้นมาเพื่อสร้างสรรค์เมนูไม่ซ้ำให้ลูกค้า จะมีประมาณ 4-6 คอร์ส โดยฝีมือเชฟปริศนา Mystique Chef มือหนึ่ง ที่มีประสบการณ์การจากร้านอาหารระดับ Michelin, Asia Best 50 และ ร้าน Fine Dining ชื่อดังมามากมายทั่วโลกกว่าครึ่งชีวิต กล่อง mystique box จะเสริฟมาแบบ Full Course เลยตั้งแต่ Appetizer, Main Course ยันของหวาน แต่เราจะไม่รู้ก่อนเลย ว่าเมนูอาหารคืออะไรจากเชฟปริศนาคนไหน เราแค่สั่งและระบุว่าเราแพ้อาหารอะไร หรือไม่ทานอะไร เพียงแค่นี้ เราก็แค่รออาหารมาส่ง และเตรียมจัดจานอาหาร DIY ตามแบบฉบับของเราได้เลย ทางร้านจริงจังมาก พอรู้ว่ากล่องปริศนามาส่งถึงมือลูกค้าแล้ว ก็จะ message ตามมาสำหรับรายละเอียดเมนูและรูปภาพหน้าตาอาหารเป็นไกด์ไลน์เบื้องต้น ส่วนประกอบของแต่จะจานจะมีเขียนมาร์คเบอร์เลขไว้เรียบร้อยตามจาน 1-6 คราวนี้ก็ละเลงฝีมือได้เลย บางจานอาจจะต้องนำไปอุ่นร้อนเพิ่มเล็กน้อย แต่เราไม่ได้อุ่นเลย อาหารก็ยังอร่อยรสชาติดีมาก สมกับราคา วัตถุดิบพรีเมี่ยม สดใหม่และรสชาติระดับ Fine Dining Dinner 6 คอร์สกล่องปริศนาวันนี้ ปริมาณไม่น้อยนะ ถ้าทานไม่เยอะแบ่งสองคนสบายๆ 1. Gazpacho, scallop, mozzarella : ซุปเย็นเบสมะเขือเทศสีสวย พร้อมหอยเชลล์และกุ้ง กับชีส mozzarella 2. Pumpkin Gnocchi , Eel Fritto: Gnocchi ฟักทอง กับปลาไหลชุบแป้งทอดหอมมากกกก ชอบในความฟูกรอบเบาๆ ของปลาไหล เพิ่มรสชาติอีกนิด้วย lemon candyและกะหล่ำดาวย่าง โรยหน้าด้วยชีสอีกที 3. Beef Tongue , Salsa verde : ลิ้นวัวรมควันและย่าง ใครชอบทานลิ้นวัวแบบเราต้องฟินมาก คือมันหอมกลิ่นย่างเนื้อนุ่มๆ เด้งๆ อร่อยจนแทบไม่ได้แตะ ซอสเลย 4. Grouper, Guazzetto Sauce: ปลาเก๋า ปลาหมึก กุ้ง เนื้อปูและหอยปีกนก ราดซอส Guazzetto ซอสอิตาเลี่ยนทางตอนใต้ Italy จานนี้ combination ดีชอบ 5. Kagoshima Wagyu Peposo: เนื้อวากิว Kagoshima มาทำสตูว์สไตล์ Tuscany จนได้รสเข้มข้น เนื้อนุ่มแน่นดี ทานกับมัดบดคือดีมาก 6. Passion Fruit Tart: ตบท้ายด้วยของหวานครบรสมีทั้ง ไอศครีมช็อคโกแล็ต เสาวรสครีม อัลมอนด์ครัมเบิ้ล Mascarpone cream และ ชีสเค้ก ถึงร้านจะลึกลับไม่เปิดเผยตัวตน แต่ตามหาไม่ยากค่ะ สามารถเข้าไปดู IG และ Line @ mystiquebox.bkk Facebook: Mystique-Box-by-Mystique-Chef ราคา 2,900 บาท / คอร์ส ( Full Course ) 🏷 สั่งล่วงหน้า ก่อนวันพุธ เวลา 6 โมงเย็น 📦 จัดส่งออกจากร้าน วัน ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ เย็น #Rettysep99 ดูเพิ่มเติม

16. J'AIME by Jean-Michel Lorain ( แฌม บายฌองมิเชล โลรองต์ ) / นางลิ้นจี่・เย็นอากาศ

โรงแรม ยู สาทร กรุงเทพฯ 105, 105/1 แขวง ทุ่งมหาเมฆ เขต สาทร กรุงเทพมหานคร 10120

photo by Nong Pob

Review:

Nong Pob

หลังจากตระเวนขับรถหลงไปมา เข้ามาตามซอยซอกหลืบ ในที่สุดเราก็มาเจอโอเอซิส โรงแรม U หรูหราท่ามกลางตึกราม ทำให้เห็นถึง contrast อย่างชัดเจน ชั้น 2 ของโรงแรม เป็นที่ตั้งของร้าน J'aime (Fr. Je aime ลดรูป อ่านว่า เชม) ซึ่งเราได้ซื้อดีลเซ็ทอาหารไว้ในราคา ฿1,599++ ในเซ็ทอาหารประกอบด้วย​ Starter หรือ appetizer เลือกเป็น Canadian Lobster Bisque Served Cabonara Style ซุปข้นที่มีกลิ่นอายความเป็นซีฟู๊ด หอมมัน รสละมุน มีเนื้อ lobster เด้งๆ หนึบๆ อร่อยมาก Main course น้องปอบ​เลือก Pan-seared Ostrich Served With Sweet and Sour Vegetable Parmentier and Citrus หรือเว๊าง่ายๆ คือสเต๊กเนื้อนกกระจอกเทศ​ ซึ่งน้องปอบไม่เคยทานเนื้อนกกระจอก​เทศในรูปแบบของสเต๊กมาก่อน น้องพนักงานให้คำแนะนำว่า สั่งความสุกตามชอบได้เหมือนเนื้อวัวเลย เพราะเนื้อแทบไม่มีกลิ่นสาบเลย จึงสั่งมาเป็นแบบ rare เนื้อนกกระจอก​เทศนี้ แม้ว่าจะมาจากฟาร์ม​เลี้ยงในประเทศ​ไทย​ แต่การันตี​เรื่องความสะอาด​ เป็นฟาร์ม​ที่เลี้ยง​เพื่อส่งออก และสเต๊กเนื้อนกกระจอกเทศ​ก็ทำออกมาได้ดี​อย่างเหลือเชื่อ​ค่ะ ความสุก rare สุกแค่ผิวๆ ลงไปไม่เกิน 3 มิลลิเมตร​ สีเนื้อสวยมาก เนื้อ lean มากๆ ไม่มีไขมัน​แทรก​ แต่ไม่​เหนียว​ เนื้อนุ่ม​หนึบ​กำลังเคี้ยวอร่อย ไม่มีกลิ่นรบกวนประสาทสัมผัส​เลย ชอบมากๆค่ะ Dessert เลือกเป็น Mille-feuille "Napoleon" แม้ว่าน้องปอบจะไม่ค่อยนิยมของหวานสักเท่าไร แต่เมื่อได้ชิมเจ้า Mille-feuille ชิ้นนี้แล้ว บอกเลยว่ามัน irresistible มากๆ ชิมคำแรกแล้วมันหยุดไม่ได้จริงๆ​ ซัดจนเกลี้ยง บวกไปร่วมพัน KCal อร่อยฟินเว่อร์ค่ะ ในเซ็ทมีตบท้ายด้วยชาหรือกาแฟ น้องปอบจึงสั่งกาแฟลาเต้ร้อนมาจิบถ้วยนึง กาแฟก็มิใช่ไก่กา แต่มีเมนูเมล็ดกาแฟมาให้เลือกตาม origin ที่ชื่นชอบด้วย น้องปอบจึงเลือก blend ที่มีกาแฟจากเอธิโอเปีย​ผสม รสชาติออกมาตรงใจเลยค่ะ นอกจาก BRW set แล้ว ยังสั่ง lunch set มาอีกที่ ซึ่งเป็นเซ็ทที่ทางร้านจัดทำขึ้นในราคา ฿1,200 net โดยน้องปอบเลือก main course เป็นปลา (จำชนิดไม่ได้)​ เชฟปรุงได้อร่อยมากๆ เนื้อปลาสุกกำลังดี ไม่แข็งเกินไป หนังปลาปรุงรสเค็มเข้มนิดนึง เพื่อเพิ่มรสชาติให้เนื้อปลาซึ่งจืดกว่า กลิ่นคาวแรงๆของเนื้อปลาแทบไม่มีเลย ทำได้เพอร์เฟ็คท์มากๆค่ะ ของหวานของเซ็ทนี้ รสชาติไม่ค่อยโดนใจสักเท่าไร แต่รูปแบบและการนำเสนอ เก๋ไก๋กระไดลิงจิงโจ้มากๆ เริ่มจากเอาจานที่ทา white choc เป็นลายใบไม้มาวาง บนจานมีครัมโรยเป็นฐาน เสมือนว่าเป็นดิน จากนั้นพนักงานจะถือกระบะไม้เล็กๆ ที่ใส่ครัมมาเต็มๆ ใต้ผิวครัมจะมีก้อนขนมผิวสีน้ำตาลอ่อน ทำเป็นรูปหัวมันฝรั่ง เหมือนว่าขุดหัวมันฝรั่งสดๆ จากดินมาเสิร์ฟให้บนจาน ว๊าวมากค่ะ ส่วนรสชาติ เป็นรองรูปแบบและการนำเสนอ แต่ก็ได้ความประทับใจไปไม่น้อย ดูเพิ่มเติม

19. Flat Marble / อารีย์

ซอยชำนาญอักษร แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร

photo by Peerat Rukphanich

Review:

Peerat Rukphanich

#Happydecember เป็นอีกมื้อที่ชอบมาก อิ่มมาก เริ่มต้นจานแรกด้วย mix berry salad บอกได้คำเดียวว่า พอทานไปคำแรก รู้สึก fresh มาก เข้ากันดี๊ด๊า ลงตัวไปหมด จานที่ 2 Homemade Pasta Truffle ด้วยความที่เราชอบครีมซอสอยู่แล้ว พอมี truffle ซึ่งใส่มาไม่ยั้ง จานนี้เลนโดนใจแบบเต็ม 10 ไม่หักอะไรเลย ตอนแรกแอบคิดว่า ไข่ดาวจะเข้าหรอ เอาเข้าจริง เข้ากันดี๊ดีไปอีก เพราะได้ความเป็นไข่ขาวเป็นแผ่นๆ จานที่ 3 Pasta River Prawn กุ้งสุกกำลังดี เส้น pasta ไปกันได้ดีกับหอยเชลล์ตัวโต๊โต, อูนิ, ไข่ปลาแซลมอน, เบคอน และ โหระพา ทางร้านจะถามว่า ระดับความเผ็ดเอาแค่ไหน เราบอกเอากลางๆ ซึ่งเผ็ดกำลังดี ตัดเลี่ยนได้ดีเลยทีเดียว จานที่ 4 Ripeye Australia Wagyu สเต็กจานนี้ระดับความสุก medium rare ไม่ต้องพูดถึงเรื่องความนุ่ม มันนุ่มมากฮือๆๆๆๆ ดีงามสุดๆ สายเนื้อห้ามพลาดนะคะ โดยที่ทางร้านจะมีเนื้อหลายแบบ ก่อนสั่งจะเอาเนื้อมาให้เราเลือก พร้อมทั้งอธิบายที่มาที่ไปของเนื้อแต่ละที่ แล้วให้เราเลือกว่าอยากได้เนื้อชิ้นไหน ระกับความสุกที่ต้องการเป็นอย่างไร จานที่ 5 ข้าวผัดมันเนื้อ แถมฟรี โดยจะเอามันเนื้อจาก steak ที่เราเลือก ไปผัดกับความผัด ปรุงด้วยซอสที่เป็นสูตรของทางร้าน บอกได้คำเดียว หอม อร่อยมาก และยิ่งทานคู่กับพริกน้ำปลาด้วยแล้ว 10/10 เลยค่ะ จานที่ 6 ข้าวไข่ข้นปู เหมาะกับคนที่ไม่ทานเนื้อ ปูสดมาก ระดับพรีเมี่ยม มาเป็นก้อน on top มาด้วย ไข่ปลาแซลมอน ทำเป็นเล่นไป อร่อยไม่แพ้ข้าวผัดมันเนื้อเลยค่ะ และจานสุดท้าย ขนมหวาน ทำจากเต้าหู้ สามารถจิ้มกับซอสคาราเมลและซอสยูซุ ทานคู่กับเม็ดเป๊าะแป๊ะ ที่เราเคยทานสมัยเด็ก และยังมีผลไม้สดเพื่อเพิ่มความสดชื่นอีกด้วย สำหรับเครื่องดื่ม ทางร้านจะมีน้ำอัดลม, sparkling, beer, wine นะคะ ครบ 2 ชมพอดี พวกเรากลิ้งกลับบ้านกันเลยค่ะ ดูเพิ่มเติม

20. Gaa / หลังสวน

68/4 ถนน หลังสวน แขวง ลุมพินี เขต ปทุมวัน กรุงเทพมหานคร

photo by Yee FullandFun

Review:

Yee FullandFun

การได้ไปทานร้าน Gaa เป็นการได้รับรู้ สัมผัสประสบการณ์ใหม่ที่ดีเยี่ยม ผสมผสานหลายอย่างเข้าด้วยกัน การดีไซน์เมนูอาหารมีกลิ่นอายความเป็นอินเดีย ศิลปะในการจัดแต่งอาหาร ไอเดียการเลือกสรรวัตถุดิบหลักๆในเมืองไทยและนำมาปรับใช้จนได้สูตรอาหารรสชาติที่ลงตัว เป็นอะไรที่หาไม่ได้ง่ายๆ เลย เหมือนได้เสพครบทั้งรูปรสกลิ่นเสียง พนักงานและเชฟก็กระตือรือร้นดูแลแขกดีมาก อาหารโดยรวมชอบทุกจาน ยกเว้นขนุนดิบ อาจจะไม่ใช่แนวเรา แต่ที่จำได้มาจนถึงทุกวันนี้ มีอยู่สองจาน คือ ซี่โครงหมูหมัก กับ ข้าวโพดย่างจิ้มนมข้าวโพด อร่อยมาก โดยรวมเป็นอีกมื้อนึงสไตล์ fine dining ที่ประทับใจมากมาย คุ้มค่าราคา ดูเพิ่มเติม

พื้นที่ทั้งหมด

ประเภทอาหารทั้งหมด