search ค้นหาร้านอาหาร / ย่าน
profile
Veerapat Ma
925 ไปมาแล้ว
127 ผู้ติดตาม

ประเภทอาหารที่ฉันชอบ

อาหารญี่ปุ่น อาหารญี่ปุ่น
ซูชิ ซูชิ
อาหารอิตาเลียน อาหารอิตาเลียน
  • พื้นที่
  • ประเภทอาหาร
avatar image Veerapat Ma
2022/05/18
scene type icon
ข้าวต้มปลาเก๋าราชพฤกษ์ อำเภอเมืองนนทบุรี อาหารไทย
ร้านข้าวต้มปลาตึกแถวขนาด 1 คูหาในย่านราชพฤกษ์ขาออก ตำแหน่งร้านจะอยู่ใกล้กับทางออกทางหลักหากขับมายาวๆ จากราชพฤกษ์ ดังนั้นการออกทางนี้ต้องใช้ฝีมือในการปาดสักหน่อย แต่ถ้ามาเส้นวงเวียนพระราม 5 ให้ชิดซ้ายและจอดที่บริเวณหน้าร้านได้เลย นอกจากนี้ที่ร้านเองก็มีที่จอดภายในร้านด้วยเช่นกัน ซึ่งจะจอดได้อีกประมาณ 4-5 คันเลยทีเดียว แต่ลูกค้าส่วนใหญ่จะไม่รู้แล้วก็จอดริมทางมากกว่า ด้วยความที่ตัวร้านเป็นตึกแถวชั้นเดียว ดังนั้นบริเวณครัวร้านก็จะอยู่ด้านหน้าเลย และที่นั่งก็จะเป็นแถวยาวๆ เรียงไปเรื่อยๆ จนถึงหลังร้าน ถ้าว่างตรงไหนก็นั่งตรงนั้นได้เลย โดยทุกโต๊ะจะมีเมนูและเครื่องปรุงเตรียมไว้ให้เสร็จสรรพ เมนูอาหารก็จะเป็นข้าวต้มและวัตถุดิบจากทะเลหลากหลาย ตั้งแต่ปลาเก๋า หมึก หอยนางรม กุ้ง แมงกะพรุน ไข่ปลา และยังมีวัตถุดิบพิเศษอย่างถุงลมปลาให้สั่งมาเป็นข้าวต้มด้วยเช่นกัน แต่ถ้าไม่ทานอาหารทะเล ก็ยังมี บะเต็ง และเครื่องในหมู อย่างตับ และกระเพาะให้สั่ง นอกจากข้าวต้มแล้ว ยังสามารถสั่งเป็นแบบ ลวกจิ้ม หรือยำ ก็ได้เช่นกัน สำหรับเมนูที่สั่งวันนี้จะมีอยู่ด้วยกัน 2 เมนู ก็จะมีข้าวต้มปลา+แมงกะพรุน ราคา 120 บาท โดยตัวข้าวเองนั้นจะมีใส่เต้าหู้ทอดแบบแผ่นๆ มาด้วย หากไม่จุใจหรืออยากกินกรอบๆ ก็สั่งเพิ่มได้ในราคา 30 บาท ปริมาณข้าวเยอะดี แมงกะพรุนกรอบๆ เด้ง และเนื้อปลาใช้ได้แต่หั่นชิ้นเล็กไปนิด รสชาติจะออกจืดสนิทเหมือนไม่ได้ปรุงอะไร แต่ถ้าเติมเต้าเจี้ยวสูตรของทางร้านลงไป รสชาติจะอร่อยขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลย จะมีความกลมกล่อมและเค็มขึ้นนิดๆ รวมทั้งได้ความเผ็ดจากพริกขี้หนูสับที่ใส่ลงไป ส่วนอีกเมนูจะเป็น ยำแมงกระพรุน ราคา 160 บาท เมนูนี้ง่ายๆ เลยคือ แมงกะพรุนลวก ที่เหมือนกับในข้าวต้ม แล้วราดด้วยน้ำยำเต้าเจี้ยวของทางร้าน จากนั้นก็ใส่ขึ้นช่ายเยอะๆ รสชาติอันนี้จะออกเผ็ดมากกว่าที่ใส่ในข้าวต้ม แต่ก็อร่อยดี มีความเค็มๆ ตัดกับเผ็ดๆ และทำให้แมงกะพรุนมีรสชาติมากขึ้น โดยรวมแล้วถือได้ว่าเป็นร้านข้าวต้มปลาที่ทำแต่ละเมนูได้ดี ทุกเมนูเลือกใช้แต่ของสดมาทำ ทานแล้วยังรู้สึกได้เลย ส่วนการบริการก็รวดเร็วดี เข้าใจว่าทุกอย่างทำเสร็จหมดแล้ว แค่ตักๆ ใส่ชามก็เสร็จแล้วครับ 💚 สามารถตามติดชีวิตการกินของเป็ดน้อยต่อได้ที่ 💚 👇🏻👇🏻 🍭Fan Page : https://www.facebook.com/PednoiiPakin 🍭IG : PednoiiPakin || pednoii_ahha *กรณีต้องการนำรูปไปใช้งานให้ขออนุญาตและให้เครดิตทุกครั้ง มิฉะนั้นจะถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์และแจ้งความทุกกรณี #Hellonewretty เพิ่มเติม
  • 7
  • 0
avatar image Veerapat Ma
2022/05/18
ผัดไทยโบราณหมูกรอบ (ผัดไทจ่าเผือก) สตรีทฟู้ด/รถเข็น
หลังจากนั่งไถล Robinhood จนมือเปื่อยเกือบครึ่งชั่วโมง ก็ยังไม่ได้ร้านอาหารที่จะสั่งทานสักที เลยลองพิมว่า “ผัดไท” ดู ตอนแรกก็เจอร้านที่อยู่แถวบ้าน แต่เลื่อนไปมา ก็มาเจอร้านนี้โดยบังเอิญ และเห็นว่ามีเมนู ผัดไทหมูกรอบด้วย ก็เลยลองสั่งมาทานดู ซึ่งก็รอเป็นชั่วโมงอยู่เหมือนกัน เพราะร้านอยู่ห่างจากที่พักไกลพอสมควร ตำแหน่งร้านจะอยู่ในซอยอรุณอัมรินทร์ 10 ถ้ารู้จักกันดีก็คือย่านวัดอรุณนั่นเอง แต่จะค่อนมาทางกองทัพเรือหรือวังเก่ามากกว่า ถ้าหากไปทานที่ร้าน ก็จะเป็นร้านแบบเพิงหมาแหงนหน่อยๆ โดยชื่อที่หน้าร้านจะเขียนว่า “ร้านผัดไทจ่าเผือก ทร. 14” ซึ่งเดาว่าเจ้าของก็น่าจะต้องเป็นทหารเรืออย่างแน่นอน และถ้าไม่อยากทานที่ร้านนั้น ก็สามารถใช้บริการสั่งผ่าน Roboinhood, Grab, และ Line Man แต่ที่เลือก Robinhood เพราะค่าส่งก็ยังถูกที่สุดเหมือนเดิม สำหรับวันนี้สั่งมาด้วยกันหลากหลายเมนู แต่เมนูทั้งหมดนั้น ก็จะเป็นผัดไทตามชื่อ ต่างกันแค่ในส่วนของเนื้อสัตว์ที่ใส่ และเส้นที่นำมาผัด อย่างแรกเลยคือผัดไทโบราณหมูกรอบ ราคา 60 บาท ปริมาณเยอะอัดแน่นเต็มกล่อง ใส่หมูกรอบมาน้อยไปนิด แต่เส้นและเครื่องอื่นๆ คือเยอะมาก ทั้งเต้าหู้ ไช้โป๊ว กุ้งแห้ง ถั่วลิสง ก็ใส่มาเต็ม รสชาติจะออกหวานนำ เส้นหนึบใช้ได้ ถ้าทานตอนร้อนๆ น่าจะอร่อย หมูกรอบหนังกรอบดีและไม่แข็ง ถั่วงอกจะเป็นแบบใส่ลงไปตอนสุดท้ายแล้วคลุกเฉยๆ ตอนทานอาจจะได้ความเหม็นเขียวหน่อยๆ ดังนั้นหากจะสั่งร้านนี้ และทานแต่ถั่วงอกสุกควรเขียนโน้ตบอกด้วยครับ ส่วนอีกเมนูสั่งเป็นใส่กุ้งแทน ซึ่งกุ้งก็ใช้ของสดไม่เละแต่อย่างใด ต่อกันด้วยผัดไทวุ้นเส้น ราคา 55 บาท อันนี้ใส่หมูลงไปด้วย ซึ่งทางร้านก็ใช้เป็นหมูชิ้นที่ลวกสุก แล้วเอามาผัดตอนสุดท้าย เลยทำให้เส้นกับหมูดูจะไม่เข้ากันเท่าไร หมูก็จืด ส่วนวุ้นเส้นก็ผัดแบบออกหวานเช่นเดียวกับผัดไทจานก่อนหน้า แต่ผัดเส้นดีไม่เละและเส้นยังมีความหนึบๆ อยู่เลย รสชาติอาหารโดยรวมถือว่าใช้ได้ครับ ในเรื่องของปริมาณดูเยอะและแน่น กินแล้วมีจุกแน่นอน เครื่องก็ให้เยอะยกเว้นเนื้อสัตว์ ที่จะเป็นการ add on ราคาเพิ่มเข้าไปอีกนิดหน่อย และมีการให้ถั่วงอก กุยช่าย และมะนาวมาต่างหาก การแพ็คกิ้งดีใช้กล่องพลาสติกใส food grade แต่ที่ต้องตำหนิเลยคือการใช้แม็กเย็บกล่องใสอีกที มันค่อนข้างอันตรายไปนิด เปลี่ยนไปใช้สก็อตเทปติดน่าจะปลอดภัยต่อคนกินมากกว่า และตัวกล่องเองก็ล็อกได้ดีระดับนึงอยู่แล้ว น่าจะไม่หกครับ 💚 สามารถตามติดชีวิตการกินของเป็ดน้อยต่อได้ที่ 💚 👇🏻👇🏻 🍭Fan Page : https://www.facebook.com/PednoiiPakin 🍭IG : PednoiiPakin || pednoii_ahha *กรณีต้องการนำรูปไปใช้งานให้ขออนุญาตและให้เครดิตทุกครั้ง มิฉะนั้นจะถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์และแจ้งความทุกกรณี #Hellonewretty เพิ่มเติม
  • 4
  • 0
avatar image Veerapat Ma
2022/05/18
Holydessert เบเกอรี่/เค้ก
ใน IG จะมีร้านขนมร้านนึงที่ไม่มีหน้าร้าน แต่เป็นร้านที่มีคนรอสั่งขนมเป็นจำนวนมาก โดยเจ้าของก็ไม่ใช่ใคร คือคุณแบงค์ลูกพี่ลูกน้องของกุ๊บกิ๊บนั่นเอง ด้วยความที่เป็นคนที่ทำขนมอร่อยอยู่แล้ว หากเข้าไปใน Facebook หรือ IG ของร้านเอง ก็จะมีขนมใหม่ๆ มาจำหน่ายไม่ขาดสายเช่นกัน ส่วนตัวเอง ก็ได้ชิมขนมของร้านนี้มา 2 อย่างแล้ว ก็จะมี - Almond Cream Cheese Cookie: เป็นคุกกี้เนื้อแข็งสอดไส้ชีส บรรจุในซองพลาสติกอย่างดี (ถ้าเข้าไปดูในหน้าเพจล่าสุดจะเป็นแพ็กเกจทึบที่ดูพรีเมี่ยมขึ้นอีก) และปิดด้วยกล่องอย่างดี โดยสนนราคาอยู่ที่ 290 บาท มีด้วยกัน 15 ชิ้น ขนาดชิ้นจะเป็นแบบพอดีคำ ทานแล้วได้กลิ่นอัลมอนด์แบบเต็มๆ ชีสเองจะออกเค็มๆ เพื่อตัดกับตัวแป้งคุกกี้ เข้ากันได้อย่างลงตัว จะทานแบบแช่เย็นซึ่งจะแข็งหน่อยแต่ชีสจะเข้มข้นขึ้น หรือจะทานแบบที่อุณหภูมิห้องก็จะนิ่มกว่าและได้ความมันของชีสแทน - Macaron: หน้าตาแพ็คเกจจิ้งจะเหมือนกับเมนูก่อนหน้าไม่มีผิด แต่จะใส่ลงในบล๊อกกระดาษขนาดพอดีกับขนาดของมาการองที่มีอยู่ด้วยกัน 6 ชิ้น ในราคา 240 บาท โดยไส้จริงๆ มีมากถึง 9 ไส้ แต่ที่ถ่ายมาวันนี้ จะมีด้วยกัน 3 ไส้ คือ Chocolate, Green tea และ Coffee ซึ่งจะให้รสชาติที่แตกต่างกันไปตามวัตถุดิบ แต่รสชาติหวานถึงหวานมากเหมือนกันตามสไตล์ขนมประเภทนี้ ตัวช็อกโกแลตเข้มข้นและออกหวาน ส่วนชาเขียวได้กลิ่นและรสชาติที่ชัดเจน กาแฟเองก็จะเป็นแบบแนวลาเต้คาราเมลที่เน้นหวานแต่ยังได้ความหอมและขมของกาแฟอยู่นิดๆ แป้งดี กรอบนอกนุ่มใน ส่วนขาขอมาการองก็ชัดเจนทุกตัว ไม่มีขาหายแต่อย่างใด นอกจากนี้ก็ยังมีขนมอื่นๆ ที่จำหน่ายเรื่อยๆ เช่น ป๊อปคอร์น คุกกี้ และคอนเฟลกเอง ซึ่งถ้ามีโอกาสสั่งมาทานอีก ก็จะมารีวิวให้อ่านเพิ่มเติมกัน โดยรวมแล้วจะบอกว่าอร่อยหรือไม่นั้น อยากให้ลองสั่งมาทานกันดู ทางร้านเองก็จะมีแจกโค้ดหรือช่วยออกค่าส่งด้วยเช่นกัน ซึ่งสามารถติดตามได้ผ่าน FB หรือ IG ของทางร้านเพิ่มเติมครับ 💚 สามารถตามติดชีวิตการกินของเป็ดน้อยต่อได้ที่ 💚 👇🏻👇🏻 🍭Fan Page : https://www.facebook.com/PednoiiPakin 🍭IG : PednoiiPakin || pednoii_ahha *กรณีต้องการนำรูปไปใช้งานให้ขออนุญาตและให้เครดิตทุกครั้ง มิฉะนั้นจะถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์และแจ้งความทุกกรณี #Hellonewretty เพิ่มเติม
  • 3
  • 0
avatar image Veerapat Ma
2022/05/15
scene type icon
Sasori Izakaya อารีย์ อาหารญี่ปุ่น
ร้านอิซากายะสุดลึกลับ ถ้าไม่สังเกตดีๆ ก็จะไม่รู้ว่าร้านนี้อยู่ตรงไหน ตำแหน่งร้านอยู่ในซอยพหลโยธิน 11 ระหว่างร้าน Hub39 Coffee Bar และ ร้าน Pizza Pazza การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวจะสะดวกที่สุด ที่จอดรถสามารถมาจอดบริเวณริมทางของซอยข้างร้าน Hub39 Coffee Bar ซึ่งที่จอดบริเวณนี้ค่อนข้างเต็มเร็ว แนะนำว่าควรมาร้านนี้เร็วสักหน่อยเพื่อที่จะได้ไม่ต้องวนหาที่จอดรถ บรรยากาศภายในร้านจะมีผ้าผูกอยู่ด้านบนเพดานเป็นริ้วๆ สวยงาม และที่นั่งก็จะเป็นแนวอิซากายะขนานแท้ ด้วยโต๊ะและเก้าอี้ที่ออกแบบมาเป็นแบบไม่มีพนักพิง เน้นกินดื่มอย่างแท้จริง เมนูอาหารจะมีความหลากหลายในประเภทอาหาร แต่ที่ทางร้านเน้นหนักจริงๆ จะเป็นกลุ่มปิ้งย่างที่ขายเป็นแบบไม้เสียบ แต่ถ้าอยากกินอย่างอื่นด้วย เช่น ซาชิซิ ซูชิ ข้าวหรือด้ง ก็มีให้บริการเช่นกัน เริ่มต้นกันด้วยเมนูเส้นราเมนจุ่มซอสเย็นๆ กับ Hiyashi Ikaramen ราคา 220 บาท ถ้าเป็นราเมนจะเรียกว่า Tsukemen นั่นเอง เป็นราเมนเสิร์ฟพร้อมกับหมึกสดสไลด์ และน้ำจิ้มวาซาบิสีน้ำตาลที่แช่เย็น เวลาทานให้จุ่มเส้นลงไปในซอส และทานพร้อมกับหมึก รสชาติออกเผ็ดฉุนขึ้นจมูก หากจุ่มเยอะก็ยิ่งเผ็ดมากขึ้นไปอีก เส้นอร่อยมีความนุ่มหนึบและพอเจอซอสเย็นๆ ก็ยิ่งช่วยให้รสชาติดีขึ้น หมึกเองก็นุ่มเช่นกัน เมนูขึ้นชื่อของร้านอิซากายะอย่างที่สอง ก็ต้องเป็นของทานเล่น โดยที่ร้านเองก็จะมีเมนูที่ไม่ธรรมดาอย่าง Eihire and Squid Grill Set ราคา 249 บาท ครีบปลากระเบนและหมึกแห้งจากปราณบุรี เสิร์ฟมาพร้อมกับเตาถ่านย่าน พร้อมกับแนะนำการย่างให้พร้อมทาน เมื่อวางบนเตาถ่านแล้ว ต้องคอยดูว่าจะไหม้หรือเปล่า หากเป็นครีบปลากระเบน ถ้าเริ่มมีฟองผุดๆ ให้รีบพลิกด้าน ส่วนหมึกแห้งนั้นถ้าเริ่มขาวแล้วก็หยิบมาตัดเป็นชิ้นๆ และทานตอนร้อนๆ เลย ซึ่งถ้าหากไม่ชำนาญ สามารถให้เชฟทำแทนได้เช่นกัน เสิร์ฟมาพร้อมกับมายองเนส ครีบปลากระเบนจะออกหวานๆ มีความกรอบ เช่นเดียวกับหมึกย่างที่ออกไปทางกรอบๆ ที่ต้องออกแรงเคี้ยวสักเล็กน้อย เช่นเดียวกัน ร้านอาหารประเภทนี้ย่อมมีซาซิมิเสิร์ฟ เลยสั่ง Salmon Sashimi ราคา 299 บาท ปริมาณเยอะใช้ได้ มีอยู่ด้วยกันประมาณ 7 ชิ้น แต่ละชิ้นก็มีขนาดใหญ่พอดีคำ จิ้มกับโชยุ และแต้มวาซาบิอีกนิดหน่อยเพิ่มความฉุนก่อนทาน รสชาติดี เนื้อมีความลีนๆ และเฟิร์ม ละลายในปาก ไม่ต้องออกแรงเคี้ยว หลังจากทานมาประมาณ 3 เมนูแล้ว หากรู้สึกว่าไม่ค่อยคล่องคอสักเท่าไร แนะนำให้สั่ง Asari Sakamushi ราคา 80 บาท ซุปสาเกใส่หอยอาซาริหรือหอยลายในบ้านเรา แต่ลายจะสวยและออกส้มๆ มากกว่า ตัวซุปจะเป็นน้ำใส ซึ่งใส่สาหร่ายลงไปต้ม ก่อนที่จะนำหอยลงไปต้มและเติมสาเกเพื่อดับกลิ่น โรยต้นหอมซอยเพิ่มกลิ่นและรสให้ชัดขึ้น รสชาติเลยออกอูมามิหวานแบบธรรมชาติ กลมกล่อม แนะนำว่าให้ทานต้นหอมเข้าไปด้วยรสชาติจะยิ่งอร่อยขึ้น หอยอาซาริเองก็นุ่มกำลังดีไม่เหนียวแต่อย่างใด สำหรับใครที่รู้สึกว่าซุปใสยังไม่พอใจ ที่ร้านเองก็มีซุปข้นรสชาติออกขิงๆ กับ Tontan no Miso Tsuke หรือ ซุปลิ้นหมูหมักกับซอสมิโซะ ราคา 150 บาท ซุปนี้จะเป็นน้ำข้นที่ใส่มิโซะขาวลงไป ส่วนลิ้นหมูจะนำไปต้มก่อนและดับกลิ่นด้วยขิง ก่อนที่จะมาหั่นเป็นสี่เหลี่ยมเต๋าๆ รสชาติมีความเข้มข้น ทานแล้วนึกถึงโจ๊กที่ใส่ขิงเยอะหน่อย แต่ไม่มีความเผ็ด ลิ้นหมูทำออกมาได้นุ่มกำลังดี ทานได้เพลินๆ ของทานเล่นอีก 1 เมนูที่เกือบลืมแนะนำไปกับ Hiyashi Tomato ราคา 85 บาท เมนูง่ายๆ ที่นำมะเขือเทศมาหั่นเป็นแว่นๆ และแช่เย็นจัดๆ ระดับนึง ก่อนเสิร์ฟมาพร้อมกับเกลือให้จิ้มเพื่อเพิ่มรสชาติ สิ่งแรกที่แตกต่างจากมะเขือเทศทั่วๆไป คืออันนี้จะไม่เหม็นเขียว พอเจอกับเกลือก็จะดึงความหวานจากน้ำในมะเขือเทศออกมาได้อีก ซึ่งเมนูนี้เหมาะกับมาทานตัดเลี่ยนกับเมนูปิ้งๆ ได้เป็นอย่างดี ต่อกันด้วยเมนูซิกเนเจอร์จานแรกของร้านที่ลูกค้าหลายคนชอบสั่ง กับ Pork Belly Spiral with Asparagus ราคา 130 บาท หมูสามชั้นสไลด์บางเฉียบห่อหน่อไม้ฝรั่งและผ่านการเบิร์น โรยผงบ๊วยเพิ่มความอร่อย และจิ้มกับมายองเนสก่อนทาน รสชาติจะออกเค็มๆ มีความมันจากสามชั้นที่ห่ออยู่ แต่ไม่เหนียวและออกไปทางละลายในปากด้วยซ้ำ เข้ากันกับหน่อไม้ฝรั่งมากๆ ผ่านเมนูย่างๆ มาเยอะแล้ว เปลี่ยนแนวมาเป็นของทอดกันบ้าง ซึ่งก็มีเมนูแปลกๆ อย่าง Tori Namban ราคา 85 บาท ไก่ทอดราดซอสนัมบังที่ให้รสชาติออกเปรี้ยวหวาน ตัวไก่จะแยกมากับน้ำราดเพื่อไม่ให้นิ่มไปก่อน เวลาทานแนะนำว่าให้จิ้มจะอร่อยที่สุด รสชาติออกเปรี้ยวหวานในเชิงของอาจาด เข้ากันกับตัวเนื้อไก่คาราเกะที่ทอดมาจนกรอบพร้อมกับด้านในที่เนื้อยังมีความชุ่มฉ่ำ มาเปลี่ยนรสชาติกันสักนิดกับเมนูประจำร้านอิซากายะกับ Tako + Tsubugai Wasabi ราคา 179 บาท หมึกและหอยสังข์ญี่ปุ่นดองในวาซาบิ เสิร์ฟมาแบบเย็นๆ เหมือนเพิ่งออกจากตู้เย็น ทั้งหมึกและหอยนุ่มอร่อยกำลังดี ไม่ต้องออกแรงเคี้ยวมาก ที่ชอบคงเป็นเนื้อหอยสังข์ที่ให้ Texture ที่อร่อยกว่าหมึก อันนี้เดอะเบสเลย หลังจากกินของทานเล่นไปหลายเมนูแล้ว หากกลัวไม่อิ่มและต้องการจานหลักสักจาน ลองสั่ง Kaisen Don 3 Styles ราคา 329 บาท ข้าวหน้าปลา 3 สีเสิร์ฟมาพร้อมกับไข่ดอง มีปลาด้วยกัน 3 แบบคือ Akami จากทูน่า Salmon และ Hamachi ทีเด็ดความอร่อยของจานนี้คือตัวข้าวที่จะมีผสมผักดองเข้าไปด้วย ทำให้ทานแล้วรู้สึกอยากทานอีกเรื่อยๆ เนื้อปลาดีทั้ง 3 อย่าง และตัวไข่ดองเป็นเหมือนตัวประสานที่ทำให้จานนี้สามารถทานพร้อมกันได้ในคำเดียว ก่อนจะไปเมนูจานหลัก ต้องขอแนะนำเมนูซิกเนเจอร์ของร้านจานที่ 2 และน่าจะหาทานที่ไหนไม่ได้แล้วในไทย กับ Grill Simmered Quail Egg ราคา 119 บาท สามารถสั่งได้ตั้งแต่ 5 ฟองจนถึง 20 ฟอง จะเป็นเมนูไข่นกกระทาที่นำไปต้มในซอสสูตรลับหวานเค็มของทางร้าน ให้เป็นยางมะตูม จากนั้นนำไปย่าง มาพร้อมกับเกลือเพื่อเพิ่มรสชาติ เมื่อกัดเข้าปาก ตัวยางมะตูมจะไหลออกมาเหมือนเป็นลาวา ให้ความรู้สึกเดียวกันกับการทานไข่ไก่ต้มซอส แต่รสชาติจะเข้มข้นและหอมกว่ามาก หลังกลืนลงไปแล้วจะรู้สึกอย่างนึงเลยว่า อยากทานอีก แปปเดียว 10 ฟองก็หายไปจากโต๊ะเลย ตัวเกลือจะมาเพิ่มความเค็ม ซึ่งช่วยทำให้ทานง่ายขึ้นสำหรับมือใหม่ที่เพิ่งลองทานเมนูนี้ แต่แนะนำว่าทานเปล่าๆ อร่อยที่สุด และแล้วก็มาถึงเมนูจานหลักจริงๆ ของร้านนี้กับ ปิ้งย่างเสียบไม้ จะเสิร์ฟมาพร้อมกับซอสเต้าเจี้ยวเค็มๆ ที่ใช้จิ้มได้หลายเมนู ยกเว้นเมนูที่มีทาซอสแล้วไม่ต้องจิ้ม ก็จะมี - Momen Tofu Sailyomiso ราคา 40 บาท เต้าหู้นิ่ม ย่างซอสมิโซะขาว เมนูเริ่มต้นที่หน้าตาดูธรรมดา มีแค่ซอสแปะอยู่ 1 หยดใหญ่ๆ แต่ขอบอกเลยว่า ถ้าไม่สั่งคือพลาดมาก รสชาติดี เนื้อเต้าหู้จะมีความกระด้างนิดๆ แต่เข้าปากแล้วหอม ส่วนซอสจะมาเพิ่มความหวาน ทำให้ทานได้ง่ายขึ้น - Eringi ราคา 40 บาท เห็ดออรินจิย่าง เมนูง่ายๆ แต่ทำไม่ง่าย ปกติแล้วเวลาย่างเห็ดตัวนี้จะต้องพอเหมาะพอดี ย่างนานไปก็จะเหนียวหรือไหม้ไปเลย แต่ถ้ากำลังดี จะยังมีความฉ่ำของน้ำในเห็ดอยู่ ทานแล้วจะได้ความนุ่มที่พอเหมาะพอดี ไม่ต้องออกแรงเคี้ยวแต่อย่างใด - Liver ราคา 40 บาท ตับหมูย่างเกลือ ที่สามารถสั่งได้ว่าจะให้ย่างสุกเลย หรือกึ่งสุกกึ่งดิบ แต่ถ้าแนะนำให้สั่งแบบกึ่งสุกกึ่งดิบ เพราะรสชาติจะหวานกว่าและเนื้อไม่มีความแห้ง Texture ดีทานแล้วออกหนึบหนับไม่ต้องออกแรงเคี้ยวมากแต่อย่างใด - Thigh Ume ราคา 45 บาท สะโพกไก่ย่างซอสบ๊วยญี่ปุ่น หน้าตาดูแน่น เนื้อมีความชุ่มฉ่ำ และซอสจะออกหวานๆ ตัดกับเนื้อไก่ได้เป็นอย่างดี - Gizzard Shioyaki ราคา 40 บาท กึ๋นไก่ย่างที่แนะนำว่าต้องสั่ง ทางร้านจะหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ และย่างไฟให้สุกพอดี ทำให้ไม่มีความเหนียว แต่ต้องออกแรงเคี้ยวสักหน่อย ฟูๆ มันๆ ทานได้เพลินๆ จิ้มกับซอสเต้าเจี้ยวอร่อย - Belly with Enoki ราคา 45 บาท หมูสามชั้นห่อเห็ดเข็มทอง เมื่อสักครู่ที่สั่งแบบห่อหน่อไม้ฝรั่งไป เปลี่ยนมาลองเป็นเห็ดเข็มทองดูบ้าง ซึ่งก็ให้ Texture กรอบนอกนุ่มใน มีความหอมจากการย่างแบบกรุ่นๆ ต้องออกแรงเคี้ยวเห็ดสักนิด แต่โดยรวมแล้วถือว่าดีเลย รสชาติความอร่อยโดยรวมแล้ว ถือว่าเป็นที่สุดของอิซากายะเลยก็ว่าได้ ปริมาณอาหารถือว่าสมเหตุสมผลไม่แพงจนเกินไป แต่ถ้าสั่งมาเยอะๆ ก็อาจจะมีช็อกกับราคาได้เช่นกัน ความอร่อยต้องยกนิ้วให้ ดีทุกเมนูโดยเฉพาะเมนูเนื้อเสียบไม้ต่างๆ และซุปสาเกที่รสชาติกลมกล่อมมากๆ ส่วนของการบริการก็ค่อนข้างรวดเร็ว จะมีช้าสักหน่อยเฉพาะเวลาเติมเครื่องดื่มรีฟิลต่างๆ แต่กระนั้นก็ไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใด 💚 สามารถตามติดชีวิตการกินของเป็ดน้อยต่อได้ที่ 💚 👇🏻👇🏻 🍭Fan Page : https://www.facebook.com/PednoiiPakin 🍭IG : PednoiiPakin || pednoii_ahha *กรณีต้องการนำรูปไปใช้งานให้ขออนุญาตและให้เครดิตทุกครั้ง มิฉะนั้นจะถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์และแจ้งความทุกกรณี #Hellonewretty เพิ่มเติม
  • 3
  • 1
avatar image Veerapat Ma
2022/05/15
scene type icon
บะหมี่เกี๊ยวหมูแดงอาแปะ ตลาดยิ่งเจริญ เมนูเส้น
ในตลาดยิ่งเจริญ หลังตึกฟอร์จูน จะเป็นตลาดเก่าๆ ที่สภาพดูชื้นแฉะ และไม่ค่อยเหมาะกับการนั่งรับประทานสักเท่าไร และในช่วงเย็นเองก็จะยิ่งเงียบเหงาลงไปอีก แต่ว่ากลับมีร้านบะหมี่ร้านนึง เปิดทำการในช่วงค่ำๆ ตั้งแต่ประมาณ 19:00 น. ที่มีลูกค้ามารอสั่งตั้งแต่กำลังตั้งร้าน หากมาช้าก็ต้องรอคิวยาวๆ ถ้าขายหมดก็ปิดร้านเลย นอกจากนี้ ทั้งร้านก็มีอาแปะทำทุกอย่างเองอยู่คนเดียว ตั้งแต่ลวกเส้นยันจัดจาน และร้านนั้นคือ “บะหมี่เกี๊ยวหมูแดงอาแปะ ตลาดยิ่งเจริญ” การเดินทางมาร้านนี้ แนะนำว่าควรมาด้วย MRT ลงที่สถานีพระราม 9 ขึ้นที่ฝั่ง Fortune จากนั้นเดินมาตามทางย้อนกลับมาที่แยกพระราม 9 เลี้ยวขวา เดินไปเรื่อยๆ จนเจอป้ายซอย อยู่เจริญ เลี้ยวเข้าไปในตลาด และมาถึงบริเวณที่มีโต๊ะกินข้าวตั้งอยู่เยอะๆ ถ้าเห็นเครื่องปรุงวางอยู่ที่โต๊ะ และกำลังมีผู้ชายคนนึงกำลังเตรียมหม้ออยู่ ถือว่าคุณมาถึงร้านแล้วนั่นเอง ประวัติของอาแปะที่พอทราบ แกเป็นคนจากเบตง และมาเปิดร้านบะหมี่ตั้งแต่สมัยหนุ่มๆ จนตอนนี้เปิดมาได้แล้วถึง 46 ปีด้วยกัน จนตอนนี้ลูกหลานก็โตและมีอาชีพการงานที่ดีแล้ว แกก็ยังออกมาขาย และเมื่อก่อนตัวเส้นบะหมี่ก็จะเป็นคนเตรียมเองด้วย ซึ่งบะหมี่ดังกล่าวเองก็เคยไปเตะตาเจ้าของร้านสุกี้ร้านดังและซื้อสูตรแกมา ทำให้ทุกวันนี้บะหมี่ของร้านสุกี้ร้านนั้นถือเป็น Signature ที่ทุกคนต้องสั่งกันเลยทีเดียว แต่ปัจจุบันอาแปะเริ่มทำเส้นไม่ไหวแล้ว เลยสั่งให้โรงงานทำแทน แต่คุณภาพยังเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน คอนเซปของอาแปะคือ ทำทุกอย่างเองไม่มีจ้างผู้ช่วยแต่อย่างใด แกจะเริ่มมาตั้งของต่างๆ ต้มซุป จนกว่าจะได้ที่ แล้วถึงจะเริ่มทำชามแรก ราคาอาหารจะเริ่มต้นอยู่ที่ 40 และพิเศษ 50 บาท เท่าที่สังเกตจะเป็นแนวบะหมี่จับกัง แต่ปริมาณที่ให้จะเยอะพอๆกันทั้งหมูและเส้นบะหมี่ และบะหมี่เองก็มีให้เลือกด้วยกันถึง 2 แบบ คือบะหมี่เส้นเล็กธรรมดา และบะหมี่เส้นใหญ่หรือบะหมี่เป๊าะนั่นเอง สำหรับราคา 40 บาทนั้น จะให้บะหมี่ด้วยกันถึง 2 ก้อน และพิเศษจัดเต็มถึง 3 ก้อนด้วยกัน เครื่องที่มีให้ใส่ ก็จะมีหมูแดงสูตรไม่ได้ทาสี และเกี๊ยวหมู ถ้าไม่เอาเกี๊ยวหมูแกก็จะเพิ่มเส้นให้อีก จุกๆ กันไปเลย นอกจากนี้ หากสั่งแบบแห้ง ก็จะมีราดจิ๊กโฉ่วลงไปด้วย เคล็ดลับความอร่อยของร้านนี้ อย่างแรกคือตัวเส้นที่จะมีความหนึบและนุ่มทั้งแบบธรรมดาและเส้นใหญ่ หอมไข่มากเวลานำเข้าปาก พอเจอกับอย่างที่ 2 คือน้ำมันหมูกากเจียวที่สุดแสนชวนน้ำลายไหล พอราดลงไปและคลุกกับเส้น นอกจากจะไม่ทำให้เส้นติดกันแล้ว ยังส่งผลให้เส้นบะหมี่หอมขึ้นไปอีก และสุดท้ายคือน้ำซุปที่รสชาติกลมกล่อม ไม่เค็ม และทำปฏิกิริยากับตัวน้ำมันเข้าไปอีก ยิ่งทำให้โดยรวมหอมและกินได้เรื่อยๆ โดยไม่รู้สึกเลี่ยน แต่ถ้าสั่งแบบแห้ง การราดจิ๊กโฉ่วลงไปทำให้มีรสชาติ เปรี้ยวแบบเฟรชๆ หอมๆ ทานได้โดยไม่เลี่ยนเช่นกัน ส่วนของหมูแดง ใช้ส่วนของสะโพกหมูที่มีความแห้งและราคาถูกที่สุด แต่พอทานแล้วเนื้อกลับนุ่มกว่าที่คิด ส่วนเกี๊ยวหมูไส้แน่น มีผสมกับน้ำมันงาเพิ่มความหอม ในเรื่องของปริมาณไม่ต้องพูดถึง อาแปะจะบอกว่ากลัวลูกค้าไม่อิ่ม ขั้นต่ำเลยใส่เลยบะหมี่ 2 ก้อน และสองก้อนของแกก็ไม่ได้ดูพองๆเหมือนร้านอื่นๆ แต่อัดแน่นไปด้วยเส้น เส้น และเส้นบะหมี่สีเหลืองน่าทานเต็มไปหมด ยิ่งพิเศษไม่ต้องห่วง ยังไงก็จุกแน่นอน ความอร่อยโดยรวมแล้วจะเป็นในลักษณะบะหมี่สมัยเก่า ที่ไม่ได้เน้นรสชาติที่จัดจ้าน แต่ชูความอร่อยของวัตถุดิบเป็นหลักมากกว่า ทั้งในเรื่องของเส้นที่หอม นุ่มหนึบไม่เละ ยิ่งบะหมี่เปาะยิ่งอร่อย ส่วนหมูแดงก็เน้นความนุ่มไม่แห้งกระด้าง เกี๊ยวไส้แน่นหอมๆ และน้ำซุปที่รสชาติกลมกล่อมจัดเต็มได้แค่รสชาติเค็มนิดๆ ส่วนของการบริการเป็น Self Service ล้วนๆ หากนั่งทานที่ร้านก็ต้องไปยืนต่อคิว และรอจนอาหารเสร็จจึงยกมานั่งกินแถวนั้น หรือซื้อกลับก็จะแพ็คใส่ถุงให้อย่างดี ข้อดีอีกอย่างที่ไม่ค่อยเจอจากร้านก๋วยเตี๋ยวทั่วๆไป คือเครื่องปรุงที่มีให้ตักได้นั้น ใช้ของใหม่ทั้งหมด และบริเวณร้านของอาแปะเองจะสะอาดกว่าปกติถึงแม้จะดูโทรมๆ 💚 สามารถตามติดชีวิตการกินของเป็ดน้อยต่อได้ที่ 💚 👇🏻👇🏻 🍭Fan Page : https://www.facebook.com/PednoiiPakin 🍭IG : PednoiiPakin || pednoii_ahha *กรณีต้องการนำรูปไปใช้งานให้ขออนุญาตและให้เครดิตทุกครั้ง มิฉะนั้นจะถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์และแจ้งความทุกกรณี #Hellonewretty เพิ่มเติม
  • 2
  • 0
avatar image Veerapat Ma
2022/05/15
scene type icon
In de Table ภัตตาคาร
ในซอยอินทามระ 3 จะมีร้านคาเฟ่เล็กๆ ที่ชื่อว่า In de bake ที่จำหน่าย อาหารคาว ขนมหวานและเครื่องดื่มน่าทานมากมาย แต่กระนั้นเมื่อยามเย็นมาถึง ภายในร้านจะถูกแปรสภาพ กลายเป็นร้านอาหาร Fine Dining กับมื้ออาหารเย็นสุดพิเศษ พร้อมกับป้ายหน้าร้านเล็กๆ ที่จะส่องสว่างขึ้นมาในยามเย็นกับชื่อร้าน “In de Table” กับ Concept indetable, edible journeys หรือ เส้นทางของเชฟอินที่กินได้ ก่อนอื่น ต้องเล่าก่อนว่าเชฟอินเป็นใครมาจากไหน พื้นเพของเชฟมาจากจังหวัดระนอง ด้วยความที่ตั้งแต่เด็กๆ ก็ต้องช่วยคุณแม่เปิดร้านก๋วยเตี๋ยว ทำให้มีพื้นฐานของการทำอาหาร พอโตขึ้น ก็เริ่มออกค้นหาตัวเองว่าอยากจะเป็นอะไร ควบคู่ไปกับการเรียนสายสามัญ จนสุดท้ายค้นพบว่าตัวเองอยากทำอาหาร จึงตัดสินใจขอแม่ว่าจะขอเรียนทำอาหาร ตั้งแต่นั้นมา เชฟอินก็เข้าสู่วงการอาหาร เริ่มจากเรียนทำอาหารจาก Le Cordon Bleu จนถึงการออกไปแข่งขันตามสถาบันแข่งขันอาหารต่างๆ ได้รางวัลเต็มไปหมด และสุดท้ายก็ลงหลักปักฐาน จึงเกิดมาเป็นร้าน “In de bake” ถึงแม้ว่าร้าน “In de bake” จะเกิดขึ้นมาแล้ว แต่ด้วยเหตุผลที่เกิดจากความต้องการของตลาดมากกว่าความต้องการที่เชฟอยากจะทำจริงๆ เชฟเลยลองมานั่งคิดๆ ดู และนึกได้ว่าตัวเองอยากจะเปิดร้านก๋วยเตี๋ยว แต่ถ้าเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวมันคงจะธรรมดาเกินไป เลยตัดสินใจที่จะเปลี่ยนเป็นการเปิดร้าน Fine Dining ภายในร้าน In de bake อีกที และนี่คือที่มาของ “In de Table” นั่นเอง กับคอนเซป เส้นทางของอินที่กินได้ กับ Chapter หมายเลขหนึ่ง กว่าจะมาเป็นอิน = “ก๋วยเตี๋ยว” เรามาลองนึกกันว่า เวลาเราเข้าไปในร้านก๋วยเตี๋ยวนั้นจะมีอะไรบ้าง ถ้าให้นึกเร็วๆ ก็จะมี ก๋วยเตี๋ยว เครื่องปรุง ของทางเล่น เครื่องดื่ม ของหวาน และอื่นๆ สิ่งเหล่านี้แหละ ที่ทางเชฟนำมาตีความใหม่ กลายมาเป็นเมนูสุดพิเศษที่มีด้วยกันถึง 7 เมนู ที่ยังไม่ได้รวมเมนู Complementary อีกหลายเมนู ที่จะได้มารับชมกัน เมนูแรก มาเป็นถ้วยสี่เหลี่ยมเล็กๆ ที่มีชื่อว่า ไซรัปกุหลาบ อุทัยทิพย์ ถ้าใครจำกันได้ สมัยก่อนร้านก๋วยเตี๋ยวจะมีน้ำฟรีให้เราได้ตักกัน และหลายๆ ร้านเองก็จะชอบหยดอุทัยทิพย์ลงไปเพื่อเพิ่มความหอม เชฟอินเลยทำน้ำกุหลาบขึ้นมา ปรุงกลิ่นให้คล้ายๆ กับอุทัยทิพย์ แต่รสชาติจะออกไปทางเปรี้ยวนำและหวานตาม เปิดต่อมรับรสของเราให้พร้อมที่จะทานอาหาร ยังมีดอกกุหลาบแคระที่เสียบอยู่ ซึ่งเราสามารถเด็ดกลีบมากินได้ โดยจะมีความฝาดเล็กๆ ตัดรสชาติกับตัวเครื่องดื่มได้เป็นอย่างดี เมนู Complementary จานที่สองจะเริ่มหนักขึ้นเล็กน้อย กับข้าวพองบัตเตอร์เบคอน ที่มาของเมนูนี้คือ น้ำมันกากเจียว ที่เราจะเห็นก๋วยเตี๋ยวหลายๆ ร้านชอบใช้กัน ทางเชฟเลยนำความกรอบและหอมของน้ำมันกากเจียว มาตีความใหม่ กลายเป็นข้าวพองกรอบๆ ที่รสชาติออกจืดๆ ทานคู่กับเนยที่ผสมเบคอนเข้าไป กลิ่น รสสัมผัส และรสชาติใกล้เคียงกับกากเจียว มีความกรอบและออกมันๆไปทางนวลๆ แถมไม่ต้องกลัวอ้วนอีกด้วย เมนูจานหลักจานแรกนั้น อยากให้ทุกคนนึกถึง ของทอด ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวหลายๆ ร้านจะมีกันและเป็นเมนูเบสิคสุด นั่นคือ เกี๊ยวทอด กับเมนูที่มีชื่อว่า Deep Fried Pork with red bell pepper jam เมนูเกี๊ยวทอดที่ออกมาในรูปแบบของกุยช่าย ด้านล่างจะใส่ซอสที่ทำจากพริกระฆังแดง ที่ต้องนำพริกไปเผาจนไหม้ ลอกส่วนที่ไหม้ออกผ่านน้ำ นำเม็ดออก จากนั้นหั่นเป็นชิ้นๆ แล้วนำไปต้มจนเปื่อยและนำมากรองครั้งสุดท้ายเพื่อให้ได้เฉพาะตัวซอส ส่วนตัวเกี๊ยวจะปั้นออกมาคล้ายๆ กับกุยช่าย โดยมีส่วนผสมทั้งเนื้อหมูและดอกกุยช่าย นำไปทอดจนกรอบ เสิร์ฟพร้อมกับผักแว่นแก้ว และ Butterfly Tuile สวยๆ ที่ทานได้เช่นกัน รสชาติจะออกเค็มนิดๆ มีความเผ็ดจัดจ้าน ตัดกับ Texture กรอบๆ ทั้งจากตัวเกี๊ยวและทีล บาลานซ์รสชาติได้ดีมากสำหรับจานนี้ จานที่สอง มาเป็นในรูปแบบขนมปังกรอบที่ตกแต่งแต่ละชิ้นไม่เหมือน ในชื่อว่า “เครื่องปรุง” หรือ Seasoning Toast มีอยู่ด้วยกัน 4 ชิ้น ที่หน้าตาไม่เหมือนกัน โดยไอเดียจานนี้มาจากเครื่องปรุง ทั้ง 4 ที่เรารู้จักกันดี พริก น้ำตาล พริกน้ำส้ม และน้ำปลา แต่ถ้านำ 4 อย่างนี้มาทำก็จะธรรมดาเกินไป เลยนำวัตถุดิบที่ให้รสชาติที่เหมือนกันมาสร้างเป็น Toast 4 รสชาติ และเวลาทานก็จะไล่ตามลำดับตามนี้ - เปรี้ยว หรือ อาจาดพริกเหลืองดอง กลิ่นที่ได้เหมือนกับพริกน้ำส้ม แต่รสชาติเปรี้ยวจะกลางๆ ทานได้ง่าย ออกมันๆ - หวาน หรือ โทสน้ำอ้อย รสชาติจะออกหวานๆ ไปทางคาราเมล ติดเลี่ยนพอสมควร อันนี้ใครสายหวานน่าจะชอบ - เค็ม หรือ น้ำปลาหอม นำมาทำในรูปแบบครีมที่โรยด้วยเบคอน จะออกไปทางเค็มแบบเบาๆ และได้ความกรุบกรอบจากตัวเบคอนอีกที - เผ็ด หรือ พริกป่น แต่จะออกไปทางเผ็ดแบบปาปริก้ามากกว่า เมนูนี้จะมีความพิเศษตรงที่เชฟจะรู้เลยว่า ลูกค้าแต่ละทานที่มาทานชอบรสชาติแบบไหน อย่างเช่นผู้เขียนเอง ก็ชอบตัวอาจาดพริกเหลืองดองที่สุด ด้วยรสชาติกลมกล่อมกว่าตัวอื่นๆ ก็บ่งบอกได้ว่าเป็นคนชอบทานรสเปรี้ยวนั่นเอง ต่อกันด้วยจานที่สาม กับเมนูที่มีชื่อสั้นๆ ว่า Salad ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากผักลวก ที่ใส่อยู่ในก๋วยเตี๋ยว แต่ปรับเปลี่ยนรูปแบบให้ออกมาในรูปของสลัด แต่หน้าตายังมีความเป็นก๋วยเตี๋ยวแห้งอยู่นั่นเอง ก่อนที่จะเสิร์ฟจานนี้ ทางเชฟจะให้เราทำคาร์เวียร์บัลซามิค โดยการหยดน้ำส้มสายชูสีดำที่ผสมกับผงวุ้น ลงไปในน้ำมันมะกอกเย็น แล้วจะกลายเป็นหยดคาร์เวียร์สวยๆ เมื่อหยดจนหมด ก็จะเทใส่ตาข่ายกรอง รอนำไปใส่ในสลัดอีกที ส่วนตัวของสลัดนั้น จะประกอบไปด้วย ผักบุ้งที่นำไปช็อกในน้ำแข็ง ผ่านการดองในน้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์ สุดท้ายนำไปตุ๋นจนหน้าตาออกมาเป็นเส้นสีน้ำตาลอ่อน เลมอนแพชชั่นฟรุตเจลลี่ ผักโต้วเหมี่ยว อัลฟาฟ่า โทบิโกะสีเขียว ผักสลัด มะเขือเทศดอง พร้อมกับหอยโฮตาเตะตัวเบ้งๆ ที่โรยด้วยคาร์เวียร์บัลซามิคเช่นเดียวกับที่เราได้ทำกันไปก่อนหน้า แต่จะออกเปรี้ยวมากกว่า จากนั้นจะราดด้วยเบซิลออย ก่อนทานก็คลุกเคล้าให้เข้ากัน หากรู้สึกว่ายังไม่ค่อยเปรี้ยวก็เติมคาร์เวียร์บัลซามิกที่ทำกันไปก่อนหน้าลงไปเพิ่มอีก รสชาติออกสดชื่นมีความเปรี้ยวนิดๆ ให้รสสัมผัสออกไปทางกรอบๆ โดยเฉพาะตัวผักบุ้งที่ทำเลียนแบบเส้นก๋วยเตี๋ยวแต่กรอบมากๆ โฮตาเตะก็ทำออกมาได้พอดี ไม่แห้งหรือกระด้าง และที่สำคัญหน้าตาสวยมาก จานที่สี่นี้ จะไม่ได้มาในรูปแบบจาน แต่มาเป็นแก้วไวน์ในชื่อว่า “คล่องคอ” จะเป็น Dashi Soup พร้อมกับเครื่องเคียงอย่างมูสไก่ และไช้เท้าตุ๋น โดยก่อนเสิร์ฟจะมีการ Smoked ตัวซุป ก่อนทานให้เปิดฝาและคนควันให้เข้ากับซุป จะได้รสชาติออกเค็มๆ นวลๆ นึกถึงซุปพะโล้ที่รสชาติพอดีมากๆ ได้กลิ่นสโมคหอมๆ และรสชาติเองก็มีความเป็นควันๆ ด้วยเช่นกัน ทางเชฟแนะนำว่า ให้ลองเด็ดกลีบกุหลาบแคระที่นำมาตกแต่งบนมูสไก่ ลงไปในซุปด้วยจะได้ความฝาดๆ มาตัดกับความเค็มได้ดีขึ้น มูสไก่นุ่มอร่อย ส่วนไช้เท้าจะออกหวานนำตัดรสชาติกับซุปอีกที เวลาทานให้ทานสลับกันเพื่อให้ได้รสชาติที่ครบทั้งหวานเค็มฝาด ก่อนจะไปถึงจานหลักนั้น จะมีเมนูสุดท้ายคั่นก่อนกับจานที่ 5 ในชื่อ “รวมชิ้น” ที่มีที่มาจากลูกชิ้น โดยนำเสอนออกมาเป็น 3 แบบด้วยกัน ก็จะมี โครเกต์ ที่เป็นตัวแทนลูกชิ้นกุ้ง มาพร้อมกับน้ำจิ้มที่ทำจากบ๊วยที่ต้มพร้อมกับพริก ให้รสชาติกรอบนอกนุ่มใน เนื้อแน่นมากและรสชาติกุ้งเองก็ชัดสุดๆ บ๊วยต้มพริกเองก็อร่อยและรสชาติออกหนักเผ็ดพอสมควร อย่างที่สอง จะเป็น แซลม่อนกรอบครีมชีส ตัวแทนของเต้าหู้ปลา ที่จะมี Texture หนึบหนับกับความหวานของแซลมอนเป็นตัวชูโรง ตัดกับความกรอบของแผ่นครีมชีสด้านล่าง ปรุงรสด้วยซอสพริกศรีราชาและพริกไทย มีความเผ็ดที่มากกว่าตัวโครเกต์ และออกไปทางครีมมี่ และสุดท้ายคือไชเท้าดองครีมสดที่ด้านนอกจะโรยด้วยครัสต์ใบโหระพากรอบๆ ตัวนี้ไม่ได้แทนสิ่งใด แต่มาเพื่อปรับรสชาติลิ้นให้เตรียมพร้อมกับจานหลักจานต่อไป ออกไปทางครีมมี่เบาๆ มีความสดชื่น และแล้วก็มาถึงอาหารคาวจานสุดท้าย กับเมนูที่มีชื่อว่า “เย็นตาโฟ” ที่นำเสนอในรูปแบบก๋วยเตี๋ยวแห้ง ประกอบไปด้วย กุ้งมังกรจากระนองที่จับสดๆ ซึ่งเนื้อจะมีความเฟิร์มและแน่นกว่าแบบเลี้ยง ผ่านการเบิร์นจนสุก และราดซอสเย็นตาโฟผสมกับไวน์ครีมซอสปิดท้าย บันนิกุริครีมกุ้งย่าง เส้นโซบะข้าวกล้อง ก่อนเสิร์ฟจะโรยด้วยไข่กุ้งแบบจุกๆ เวลาทานให้คลุกตัวเส้นกับซอสและไข่กุ้งให้เข้ากันก่อน และทานสลับกับตัวเนื้อกุ้ง ก่อนที่สุดท้ายจะทานบันนิกุริอีกที เนื้อกุ้งมังกรจะมีความเฟิร์มในแต่ละส่วนไม่เท่ากัน อย่างเช่นบริเวณลำตัวเนื้อจะแน่นและหนึบ มีความสู้ฟันนิดๆ ส่วนปลายหางจะออกนุ่มๆ แทบไม่ต้องออกแรงเคี้ยว เส้นโซบะจะให้รสสัมผัสแบบ al dente มีความนุ่มและหนึบที่ค่อนข้างพอดี พอเจอกับซอสเย็นตาโฟที่มีความนุ่มและหวานแบบเย็นตาโฟรวมทั้งไข่กุ้งที่รสชาติดีมากแทบไม่มีกลิ่นคาว รสชาติเลยไปด้วยกันได้ดีและพอดีกับลิ้นมากๆ ส่วนปันนิปุริจะออกไปทางเปรี้ยวจากไส้เลมอนเคิร์ทที่อยู่ด้านในรวมทั้งให้ความกรุบกรอบ เป็นการปิดท้ายเมนูนี้ได้เป็นอย่างดี เริ่มต้นจานของหวานในคอร์สกับเมนู “OH HO SWEET” เมนูรวมมิตรขนมไทยที่เราจะเห็นได้จากร้านก๋วยเตี๋ยวบางร้าน ประกอบไปด้วย มองบังเผือกที่เป็นเส้นๆ และด้านล่างเป็นพานาคอตต้าเผือก ที่จะให้ 2 Texture ทั้งนุ่มจากตัวมองบังและนวลจากพานาคอตต้า รสชาติออกหวานละมุนหอมกลิ่นเผือก ไอศกรีมกะทิรสชาติเข้มๆ ให้ความรู้สึกเหมือนทานไอศกรีมสมัยก่อนออกหวานมันและหอมกะทิสุดๆ พร้อมกับครัมเบิ้ล และหยกกรอบที่มาเพิ่มรสสัมผัสกรุบกรอบในจานนี้ และปิดท้ายด้วย ทีลรังผึ้ง ที่ให้ความกรอบเช่นกัน จานนี้จะแยกทาน หรือทานรวมๆ กันก็ได้ทั้งหมด จบจากเมนู 7 คอร์สหลักไปแล้ว ทางเชฟเองก็ยังมีเสิร์ฟขนมอีก 1 อย่าง เป็น กรานิต้าแตงโม ที่มีตัวแตงโมที่ทำออกมาเหมือนเป็นน้ำแข็งไส ทานคู่กับวุ้นดำหรือเฉาก๊วย และโอ้วเอ้ว ที่ให้รสสัมผัสเหมือนกับลูกตาลที่แน่นกว่าและมีรสออกเขียวๆ ทานพร้อมกันจะตัดรสชาติกันได้ดี และเหมือนเชฟเองก็ยังกลัวว่าจะยังไม่อิ่ม เลยจัดเมนูพิเศษที่ทางเชฟเองก็ทำขนมหวานได้ดี เป็นช็อกโกแลตในรูปหัวใจ พร้อมกับผลไม้นานาชนิดเพื่อทานตัดเลี่ยนด้วยกัน เป็นการปิดมื้ออาหารสุดพิเศษนี้ได้พิเศษจริงๆ รสชาติอาหารโดยรวมแล้วถือว่าทำออกมาได้ยอดเยี่ยมทุกเมนู โดยเฉพาะเรื่องของความ Creative ที่นำก๋วยเตี๋ยว เมนูบ้านๆ มาตีความใหม่หรือ Deconstruct เป็นเมนูอาหาร Fine Dining ได้ประทับใจมากๆ รสชาติอาหารอร่อยและ Balance รสชาติของแต่ละเมนูได้ดีเช่นกัน ส่วนปริมาณถือว่าเยอะและรับประกันได้เลยว่าจุกแน่นอน ในส่วนของเครื่องดื่มเอง ก็มีน้ำดื่มเสิร์ฟตลอด แต่ถ้าหากอยากทานไวน์ Pairing หรือค็อกเทล ก็มีให้บริการด้วยเช่นกัน ในส่วนของการบริการนั้น ให้ความรู้สึกเหมือนมาบ้านเพื่อนที่มีความเป็น Fine Dining อยู่ การบริการเป๊ะแต่ได้ความเป็นกันเองไปในตัว ทางเชฟเองลงมาแนะนำเมนูเองแทบทุกเมนู รวมทั้งในหลายๆ เมนูนั้นก็นำมาทำและจัดจานให้ดูก่อนทานถึงโต๊ะกันเลยทีเดียว โดยเฉพาะตัวเมนูจานหลักอย่างเย็นตาโฟ เราก็จะได้กลิ่นกุ้งมังกรเผาเย้ายวนชวนน้ำลายสอ และลุ้นว่าเมื่อไรจะได้ทานกันสักที คำแนะนำอย่างหนึ่งสำหรับร้านนี้ หากสามารถช่วยเพื่อนเดอะแก๊งค์หรือครอบครัว มาได้มากกว่า 4 คน ก็จะสามารถขอเป็น Course Private ได้ บอกได้เลยว่า การทานอาหารร่วมกับคนที่เราสนิทสนมด้วย จะทำให้เมนูอาหารในมื้อนี้ยิ่งอร่อยขึ้นไปอีก และควรสำรองที่นั่งก่อนมาทานทุกครั้ง ผ่านทาง Line หรือ Messenger ของทางร้านได้ทันที หลังจากที่อ่านรีวิวนี้กันแล้ว หากสนใจอยากจะไปทาน Chapter นี้ ก็ต้องขอแสดงความเสียใจด้วยเนื่องจากวันที่ผู้เขียนไปทานนั้น เป็นรอบสุดท้ายสำหรับ Chapter นี้พอดี แต่อย่างไรก็ดี หลังจากนี้จะเป็น Chapter ใหม่ซึ่งทางร้านยังไม่ได้ประกาศว่าจะเป็น Concept อะไร แต่ที่เชฟสปอยมานั้น จะเป็นการเดินทางในช่วงที่เชฟออกไปเก็บประสบการณ์จากการแข่งขัน ซึ่งจะมีอะไรบ้างนั้น ทางผู้เขียนเองก็ยังไม่ทราบเหมือนกัน แต่ถ้ามีโอกาสได้มารีวิวร้านนี้อีกจะมาเล่าให้ฟังนะ 💚 สามารถตามติดชีวิตการกินของเป็ดน้อยต่อได้ที่ 💚 👇🏻👇🏻 🍭Fan Page : https://www.facebook.com/PednoiiPakin 🍭IG : PednoiiPakin || pednoii_ahha *กรณีต้องการนำรูปไปใช้งานให้ขออนุญาตและให้เครดิตทุกครั้ง มิฉะนั้นจะถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์และแจ้งความทุกกรณี #Hellonewretty เพิ่มเติม
  • 2
  • 1
avatar image Veerapat Ma
2022/05/14
scene type icon
เจ๊พร บางรัก (หลังเลิดสิน) สะพานตากสิน ก๋วยเตี๋ยว
ร้านข้าวขาหมูลับๆ อีก 1 ร้านในถนนศรีเวียง การเดินทางมาร้านนี้แนะนำว่าควรใช้รถโดยสารประจำทาง หรือนั่งรถไฟฟ้า BTS ลงสถานีตากสิน แล้วเดินมาเรื่อยๆ จนถึงถนนศรีเวียง โดยหน้าปากซอยจะมี Café Amazon อยู่ จากนั้นเดินเข้าไปเรื่อย จนเกือบสุดทาง ระหว่างนั้นจะมีร้านขาหมูอยู่ร้านนึงที่ตั้งอยู่บนทางเท้าเลย และที่นั่งทานก็อยู่ในตรอกเล็กๆ ข้างๆ ร้านเช่นกัน ซึ่งก็คือร้านที่เรากำลังจะมารีวิวให้ฟัง ร้านนี้จำหน่ายเมนูอยู่ 2 อย่างด้วยกัน คือ ขาหมู และน่องเป็ด โดยราคาเริ่มต้นที่ 60 บาท ไปจนถึงสูงสุด 70 บาท จะสั่งเป็นกับข้าว หรือสั่งเป็นอาหารจานด่วนเช่นก๋วยเตี๋ยว ก็มีเช่นกัน วันนี้เลยสั่งทั้ง 2 อย่าง อย่างแรกจะเป็น คาจัก ราคา 70 บาท เป็นเนื้อส่วนขาหน้าที่จะมีแต่ไขมัน เอ็น และหนังล้วนๆ เนื้อแทบไม่เจอ ต้องบอกก่อนว่าขนาดคือใหญ่จริง แบ่งทานได้ 2 คนสบายๆ เนื้อทำออกมาได้เปื่อยทั้งหมด ทานง่ายเหลือแต่กระดูก รสชาติออกไปทางหวานมากถึงมากที่สุด ไม่ค่อยเจอเค็มสักเท่าไร แนะนำว่าจานนี้ สั่งมาทานพร้อมกับข้าวสวยที่รีฟิลได้ ในราคาจานละ 10 บาท ซึ่งจะมีกระเทียมและพริกใส่มาให้ด้วย และแนะนำว่าไม่ควรตักพริกหรือกระเทียมมาใส่ในจานเยอะๆ แล้วกินไม่หมด อาจจะโดนปรับได้ นอกจากนี้ก็มีพริกน้ำส้มเช่นกัน ช่วยตัดเลี่ยนได้ แต่ไม่มีถ้วยให้ตักใส่ ถ้าจะกินก็ต้องตักจากถ้วยใหญ่อย่างเดียว อีกเมนูเป็น เกาเหลาเป็ด ราคา 60 บาท ตอนแรกก็คิดว่าน้อย แต่จริงๆ คือเสิร์ฟมาทั้งน่องเลย แอบตกใจเหมือนกันเพราะราคาแค่นี้แต่ให้เยอะขนาดนี้ น่าจะเป็นร้านเดียวในกรุงเทพแล้วที่ไม่งกเลย รสชาติออกเข้มข้นไปทางเค็มและหวานหนักพอสมควร เหมาะกับการทานคู่กับข้าวสวยมากกว่าทานเปล่าๆ เนื้อตุ๋นออกมาได้ดี นุ่มอร่อยแต่ต้องออกแรงเคี้ยวนิดๆ โดยรวมแล้วรสชาติอาหารค่อนข้างหนักมือไปสักหน่อยและส่วนตัวเองก็ไม่ชอบทานอาหารที่รสชาติจัดขนาดนี้เช่นกัน เลยอาจจะไม่สามารถให้คะแนน 4 ดาวได้ แต่กระนั้นเอง ปริมาณอาหารก็ถือว่าเยอะ อาจเป็นขวัญใจของคนใช้แรงงาน ที่นอกจากจะได้เนื้อสัตว์ที่เยอะแล้ว ยังได้เรื่องของข้าวที่เติมได้ไม่อั้น แต่ก็ต้องทานหมดเช่นกัน ส่วนการบริการ ถ้าเป็นเมนูที่ตักๆ อย่างขาหมูก็จะไว แต่ไม่รู้ทำไมว่าวันนั้นถึงรอเกาเหลาเป็ดนานมาก ส่วนอื่นๆ ก็ทั่วๆไป ตามสไตล์ร้านข้างทาง 💚 สามารถตามติดชีวิตการกินของเป็ดน้อยต่อได้ที่ 💚 👇🏻👇🏻 🍭Fan Page : https://www.facebook.com/PednoiiPakin 🍭IG : PednoiiPakin || pednoii_ahha *กรณีต้องการนำรูปไปใช้งานให้ขออนุญาตและให้เครดิตทุกครั้ง มิฉะนั้นจะถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์และแจ้งความทุกกรณี #Hellonewretty เพิ่มเติม
  • 3
  • 0
avatar image Veerapat Ma
2022/05/14
scene type icon
โคเบิล คอฟฟี่ ทองหล่อ กาแฟ
ณ กลางทองหล่อ 13 ไม่ใกล้ไม่ไกลจากร้าน Rock Men 69 จะมีร้านกาแฟเล็กๆ อยู่ภายในอาคาร Civic Park Exclusive Apartment ที่ชั้น 1 ที่ชื่อว่า ร้าน “Koble Coffee” ร้านกาแฟเล็กๆ ที่รสชาติไม่เล็กตามขนาดร้านแต่อย่างใด ตัวร้านจะเป็นห้องกระจก ที่สามารถเห็นได้ตั้งแต่บริเวณด้านหน้าอาคาร พร้อมกับป้ายเล็กๆ ที่บ่งบอกความเป็นร้านกาแฟได้เป็นอย่างดี ภายในร้านจะมีเคาเตอร์เล็กๆ ที่มีขนมน่าทานมากมายให้สั่งพร้อมกับเครื่องดื่มไปทานด้วยกันได้ โดยจะเป็นตระกูลเบเกอรี่ อย่างขนมปัง Brioche และเค้กที่เน้นแป้งเป็นหลัก ส่วนเครื่องดื่มเอง ทางร้านจะเน้นไปที่กาแฟเป็นส่วนใหญ่ แต่กระนั้นหากไม่ทานกาแฟ ก็มีเมนูประเภท non-coffee ให้บริการ เริ่มต้นกับมื้อสายเบาๆ กับเมนู Chocolate Babka ราคา 120 บาท เมนูขนมปังบริออช สอดไส้ช็อกโกแลตเข้มข้น ตัวขนมปังมีความหนึบหนับทานได้เพลินๆ ไม่รู้สึกแห้ง ส่วนช็อกโกแลตเองก็มีความเข้มข้น ตัดกับรสชาติของชาเขียวได้เป็นอย่างดี จะทานแบบอุ่นร้อนก็ได้ หรือจะทานแบบเย็นๆ ณ อุณหภูมิห้อง ก็ให้ Texture ที่แตกต่างออกไป ต่อกันด้วยเมนูเครื่องดื่มเบาๆ รสชาติเข้มๆสีเขียวๆ กับ Matcha Latte ราคา 140 บาท แบ่งเป็น 2 เลเยอร์ ด้านบนเป็นชาเขียวสีเข้ม และด้านล่างเป็นนม รสชาติจะออกเข้มๆ มีความขมๆ พอสมควร ไม่หวานมาก ส่วนนมจะมีความนวลๆ กับกำลังดี และสุดท้ายกับเมนูซิกเนเจอร์ที่หน้าตาเหมือน Dirty แต่ชื่อเมนูจริงๆ คือ Cream Latte ในราคา 130 บาท ซึ่งหน้าตาก็เหมือนกับ Dirty แทบแยกกันไม่ออก แต่ถ้าสังเกตดีๆ ปริมาณกาแฟที่ใส่จะเยอะกว่า Dirty รวมทั้งมีการใส่น้ำแข็งลงไปเพิ่มด้วยเช่นกัน การไหลลงไปด้านล่างของกาแฟเองก็จะช้ากว่า Dirty ด้วยเช่นกัน รสชาติจะออกไปทางขมปนฟรุตตี้พอสมควร ครีมมีความเข้มข้นและนุ่มๆ กำลังดี ทานแล้วรู้สึกตื่นตัว รสชาติอาหารโดยรวมถือว่าดีครับห หลายๆเมนูทำออกมาได้ประทับใจ โดยเฉพาะตัวเครื่องดื่มที่รสชาติไม่หวานและดึงคุณภาพของวัตถุดิบออกมาได้อย่างชัดเจน การบริการดี พนักงานสามารถแนะนำเมนูอาหารที่เหมาะกับความชอบของเราได้เป็นอย่างดี รวมทั้งบรรยากาศของร้านเองที่ดูชิวๆ นั่งได้เรื่อยๆ และสามารถมานั่งทำงาน WFH ที่นี่ระหว่างวันก็ได้เช่นกัน และหากใครก็ตามที่มีกำหนดการว่าจะมาทานร้าน Rock Men 69 และต้องรอคิวนานๆ แวะมานั่งร้านนี้ไปพลางๆ และชิมขนมไปด้วย แต่อย่าเผลอสั่งมาเยอะนะ เพราะเดี๋ยวจะไม่ได้กินราเมนกันพอดี 💚 สามารถตามติดชีวิตการกินของเป็ดน้อยต่อได้ที่ 💚 👇🏻👇🏻 🍭Fan Page : https://www.facebook.com/PednoiiPakin 🍭IG : PednoiiPakin || pednoii_ahha *กรณีต้องการนำรูปไปใช้งานให้ขออนุญาตและให้เครดิตทุกครั้ง มิฉะนั้นจะถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์และแจ้งความทุกกรณี #Hellonewretty เพิ่มเติม
  • 2
  • 0
avatar image Veerapat Ma
2022/05/14
Coffee Shot Cafe เจริญนคร คาเฟ่
เนื่องจากต้องมาทำธุระแถวจรัญฯ และต้องใช้เวลารอนานพอสมควร ก็เลยเปิด Application Robinhood หาร้านกาแฟดีๆ สักร้านในบริเวณใกล้เคียงนี้ดู ก็มาเจอร้านนี้โดยบังเอิญ หลังจากเลื่อนสไลด์เมนูสักพัก ด้วยความที่ชื่อร้านกาแฟก็จริง แต่มีเมนูกาแฟให้เลือกค่อนข้างน้อย ส่วนตัวเองก็อยากทาน Dirty แต่ก็ไม่มีให้สั่ง ก็เลยเปลี่ยนมาดูเป็นเมนู non-coffee แทน และก็ได้มา 2 เมนูมาทานด้วยกัน เมนูแรกเป็น ชาชักมาเล เย็น ราคา 55 บาท สีของชาจะออกส้มค่อนไปทางน้ำตาล รสชาติมีความเข้มข้น ที่ออกไปทางฝาดพอสมควร นมเข้มใช้ได้ แนะนำว่าควรรอให้น้ำแข็งละลายพอสมควร แล้วค่อยทานรสชาติจะเบาและทานได้ง่ายขึ้น และเมนูที่สอง เป็น UJI MATCHA Latte ราคา 85 บาท หน้าตาดูเข้มข้นดี ตอนแรกก็คิดอยู่ว่าจะเป็นรสชาติแบบชาตรามือหรือเปล่า แต่พอทานแล้วรสชาติคือ Uji Matcha จริงๆ มีความเข้มข้น โดยเฉพาะตอนแรกๆ เวลาทานยังออกอูมามิแบบสาหร่ายนิดๆ กำลังดี รสชาติไม่หวานมากเน้นความเข้มของชา ที่สำคัญไม่ขมหรือฝาดแต่อย่างใด โดยรวมแล้วรสชาติเครื่องดื่มถือว่าดีเลย คัดสรรคุณภาพได้สมกับราคา ปริมาณคุ้มค่ากับเงินที่เสียไป ส่วนการแพ็กกิ้งมีการซีลรอบฝามาทำให้ไม่หกเลอะเทอะ และการบริการของ Rider ก็รวดเร็วเช่นกัน 💚 สามารถตามติดชีวิตการกินของเป็ดน้อยต่อได้ที่ 💚 👇🏻👇🏻 🍭Fan Page : https://www.facebook.com/PednoiiPakin 🍭IG : PednoiiPakin || pednoii_ahha *กรณีต้องการนำรูปไปใช้งานให้ขออนุญาตและให้เครดิตทุกครั้ง มิฉะนั้นจะถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์และแจ้งความทุกกรณี #Hellonewretty เพิ่มเติม
  • 0
  • 0
avatar image Veerapat Ma
2022/05/14
scene type icon
ก๋วยเตี๋ยวเนื้อวัว ซาลักเก้า กัลปพฤกษ์ เมนูเส้น
ร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋นกับหน้าร้านสีเขียวๆ ในปั๊มบางจาก กัลปพฤกษ์ ตอนแรกที่มาปั๊มนี้ก็ไม่เห็นว่ามีร้านนี้อยู่ จนกระทั่งมารอบที่ 2 เพื่อแวะเติมลม ก็เห็นร้านนี้พอดี ตอนแรกคุ้นๆ ว่าเหมือนเคยเห็นร้านนี้จากใน Channel YouTube สักช่อง แล้วก็นึกออกมาว่าเคยออกในช่องของ Boom Tharit พอดี ไม่รอช้าก็เข้าไปกินทันที ภายในร้านจะจัดโซนคล้ายๆ กับร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อที่เราคุ้นเคยกันดี มีที่นั่งเยอะแต่ลูกค้าแทบไม่มีเลย ตอนที่เข้าไปเจอแต่พนักงานอย่างเดียว สำหรับเมนูอาหารก็จะเป็นเมนูก๋วยเตี๋ยวเนื้อ ที่มีให้เลือกเนื้อและเครื่องในหลากหลายส่วนแล้วแต่ความชอบ นอกจากนี้ก็ยังมีเมนูหม้อไฟสำหรับคนที่อยากทานแบบจุใจ วันนี้มาทานคนเดียวเลยสั่งเป็นเมนู บะหมี่เนื้อเปื่อย ซาหลักเก้า ราคา 100 บาท เป็นบะหมี่แห้งที่เสิร์ฟมาพร้อมกับน้ำซุปอีก 1 ชาม ตัวบะหมี่จะมีเนื้อตุ๋นเป็นชิ้นยาวๆ ด้วยกัน 4 ชิ้น แล้วราดด้วยน้ำซอสสูตรเข้มข้นของทางร้านที่ออกไปทางเค็มมาก และโรยด้วยผักกาดหอมสับเพิ่มความสวยงาม ตัวบะหมี่รสชาติใช้ได้ มีความนุ่มแต่ออกจะเริ่มเละหน่อยๆ เนื้อมีความเปื่อยอยู่พอสมควร โดยเฉพาะเนื้อส่วนที่ติดไขมัน อันนี้แทบละลายในปาก ความอร่อยอีกอย่างคือน้ำซุป ที่รสชาติที่ไม่เค็มและไม่หวาน กลมกล่อมกำลังดี เหมาะกับทานเป็นหม้อไฟที่สุดครับ โดยรวมแล้ว รสชาติอาหารถือว่าอร่อยใช้ได้เลย โดยเฉพาะตัวเนื้อตุ๋นที่ทำออกมาได้ดี ส่วนที่ดีอีกอย่างคือน้ำซุป เพราะรสชาติไม่เค็มและซดได้สบายๆ ถ้ามีโอกาสจะมารีวิวฉบับเต็มกับเมนูหม้อไฟอีกครั้ง ส่วนการบริการ รวดเร็วทันใจดีครับ 💚 สามารถตามติดชีวิตการกินของเป็ดน้อยต่อได้ที่ 💚 👇🏻👇🏻 🍭Fan Page : https://www.facebook.com/PednoiiPakin 🍭IG : PednoiiPakin || pednoii_ahha *กรณีต้องการนำรูปไปใช้งานให้ขออนุญาตและให้เครดิตทุกครั้ง มิฉะนั้นจะถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์และแจ้งความทุกกรณี #Hellonewretty เพิ่มเติม
  • 1
  • 0
avatar image Veerapat Ma
2022/05/13
Cheva & Chavee เบเกอรี่/เค้ก
หลังจากที่ห่างหายจากวงการรับหิ้วไปประมาณเดือนนึง ก็มีร้านนึงที่น่าสนใจโผล่ขึ้นมาให้สั่ง นั่นก็คือร้านนี้นั่นเอง ซึ่งการจะลงทุนบินไปกินถึงเชียงใหม่ คงจะลำบากไปหน่อย ก็เลยใช้บริการรับหิ้วของแถวบ้านเหมือนเดิม ซึ่งราคาบวกเพิ่มอีกนิดหน่อย รายละเอียดของร้านนี้ที่พอทราบ คือเป็นร้านโดนัทเปิดใหม่สไตล์โฮมเมด มาพร้อมกับดิปครีมนมฮอกไกโด ที่ตอนนี้ยังมีแค่เมนูเดียว สำหรับวันนี้ลองสั่งมา 1 กล่อง โดย 1 ชุดจะมีด้วยกัน 4 ชิ้นและดิปอีก 1 ถ้วยซึ่งมาให้น้อยไปนิด ตัวโดนัทถ้าทานตอนมาส่งใหม่ๆ จะมีความนุ่ม หอมนมที่ผสมลงไปในตัวโดนัทด้วย และพอลองแช่เย็นไว้ แล้วนำออกมาทานเลยโดยที่ยังไม่ได้อุ่นร้อน ไม่มีความรู้สึกว่ามันแห้งหรือเหนียวแต่อย่างใด ถึงแม้จะมีความกระด้างๆอยู่โดยเฉพาะด้านนอก แต่ด้านในยังคงความนุ่มได้ดี ตัวดิปนมฮอกไกโด มีความหอม แต่รสชาติแปลกนิดๆ เหมือนผสมอะไรสักอย่างมากไปหน่อย ทานได้ไม่มีปัญหาอะไร และมีไอซ์ซิ่งให้โรยด้วย โดยรวมแล้วเป็นโดนัทที่อร่อย มีดิปมาให้จิ้มด้วยอีก 1 การแพ๊คกิ้งมาแน่นหนามาก โดยเฉพาะตัวดิปที่เหมือนติดสก๊อตเทปย้ำหลายรอบและแกะยากมากๆ ส่วนโดนัทสภาพสมบูรณ์มากเช่นกัน 💚 สามารถตามติดชีวิตการกินของเป็ดน้อยต่อได้ที่ 💚 👇🏻👇🏻 🍭Fan Page : https://www.facebook.com/PednoiiPakin 🍭IG : PednoiiPakin || pednoii_ahha *กรณีต้องการนำรูปไปใช้งานให้ขออนุญาตและให้เครดิตทุกครั้ง มิฉะนั้นจะถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์และแจ้งความทุกกรณี #Hellonewretty เพิ่มเติม
  • 4
  • 0
avatar image Veerapat Ma
2022/05/13
scene type icon
Indebake สะพานควาย เบเกอรี่/เค้ก
ในย่านสะพานควายเอง ก็มีร้านคาเฟ่ลับๆ ร้านนึง ที่รสชาติอาหารไม่ธรรมดาเลย กับร้านที่มีชื่อว่า “In de bake” ร้านคาเฟ่ที่นำบ้านเดี่ยวมาปรับปรุงเป็นร้านอาหาร ที่จำหน่ายทั้งของคาว หวาน และเครื่องดื่มเย็นๆ พร้อมกับสามารถมานั่งทำงานได้ยาวๆ ตั้งแต่ร้านเปิดจนถึงร้านปิดกันเลยทีเดียว ตำแหน่งร้านอยู่ในซอยอินทามระ 3 ขับเข้าไปประมาณ 100 เมตร จะเห็นป้ายร้านเล็กๆ สีเขียวๆ สามารถขับรถเข้าไปจอดภายในร้านได้เลย รวมทั้งข้างทางขึ้นอยู่กับวันคู่หรือวันคี่ หรือจะจอดตรงที่ลานจอดรถหน้าซอยที่อยู่ตรงกับปั๊มเอสโซ่ แล้วเดินเข้ามาในซอยก็ได้เช่นกัน แต่ถ้าหากใครจะมาทาน Fine Dining ที่ร้านนี้ด้วยอยู่แล้ว แนะนำว่าให้มาจอดที่ร้านเลยจะง่ายที่สุด ภายในร้านจะมีทั้งโซน Outdoor และ Indoor ซึ่งส่วนของ Indoor เองก็จะมีที่นั่งอยู่อีกประมาณ 2 โซน โดยโซนด้านหน้าจะมีขนมและเคาเตอร์สั่งอาหาร โดยจะสั่งอาหารและชำระเงินเลยก็ได้ หรือจะลงบิลไว้และมาจ่ายตอนก่อนออกจากร้านก็ได้เช่นกัน เมนูอาหารที่มีให้สั่ง ก็จะมีทั้งเค้ก ของคาวต่างๆ และเครื่องดื่มทั้งแบบมีคาเฟอีนและไม่มี สำหรับวันนี้ด้วยความที่จะมาทาน Fine Dining ของร้านนี้อยู่แล้ว เลยสั่งเมนูมารองท้องก่อนนิดหน่อย 2 เมนู ก็จะมี Passion Rosie ราคา 135 บาท หน้าตาดูหวานแต่จริงๆ รสชาติออกเปรี้ยวกำลังดี ทานแล้วรู้สึกเฟรชๆ ด้านบนตกแต่งด้วยดอกไม้ Eatable ด้วย ทำให้หน้าตาดูสวยและไม่เหมือนร้านอื่นๆ อีกเมนูจะเป็น Dirty ราคา 125 บาท รสชาตินุ่มนวล กาแฟมีความเข้มและหอมในเวลาเดียวกัน รวมทั้งมีความออกเปรี้ยวฟรุตตี้นิดๆ แต่พอเจอครีมนมก็จะกลบส่วนเหล่านี้ไป ทำให้รสชาติอร่อยขึ้นอย่างบอกไม่ถูก เคยทานรสชาติแบบนี้ก็มีแค่ร้าน Bottomless เท่านั้นที่ใกล้เคียงมากๆ โดยรวมแล้ว รสชาติอาหารโดยเฉพาะตัว Dirty ถือว่าเกินคาดจริงๆ ไม่คิดว่าเครื่องดื่มก็อร่อยเช่นกัน ส่วนขนมหวานและของคาวในช่วงกลางวันนี้ยังไม่ได้มีโอกาสลอง แต่สำหรับรีวิวต่อไปของร้านนี้นั้น จะพาไปรู้จักกับ Course Fine Dining ของร้านนี้ในอีกชื่อ นั่นคือ “In de Table” กับเส้นทางของอิน ที่กว่าจะมาเป็นเชฟอินได้ 💚 สามารถตามติดชีวิตการกินของเป็ดน้อยต่อได้ที่ 💚 👇🏻👇🏻 🍭Fan Page : https://www.facebook.com/PednoiiPakin 🍭IG : PednoiiPakin || pednoii_ahha *กรณีต้องการนำรูปไปใช้งานให้ขออนุญาตและให้เครดิตทุกครั้ง มิฉะนั้นจะถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์และแจ้งความทุกกรณี #Hellonewretty เพิ่มเติม
  • 4
  • 0
avatar image Veerapat Ma
2022/05/08
scene type icon
หมูกระทะคนรวย สยาม หมูกระทะ
“หมูกระทะคนรวย” ร้านปิ้งย่างเปิดใหม่ สไตล์หมูกระทะร้อยเปอร์เซ็น ร้านแรกและร้านเดียว ณ เวลานี้ใจกลางสยาม ตำแหน่งร้านอยู่ฝั่งสยามสแควร์ ริมถนนฝั่งอังรีดูนังต์ โดยขึ้นบันไดมาที่ชั้น 2 ก็จะเจอทางเข้าร้านเลย ตัวร้านตอนนี้ให้บริการอยู่ 2 ชั้น มีชั้น 2 และ ชั้น 4 หาก walk in จะได้นั่งชั้น 2 แต่ถ้าจองผ่านไลน์ของร้านมาล่วงหน้า จะได้นั่งชั้น 4 ซึ่งเป็นวิวดาดฟ้าสวยๆ เมนูอาหารจะมีให้เลือกเนื้อสัตว์ตามขนาดจาน มากัน 2 คนก็สั่งเล็กๆ หน่อย แต่ถ้ามาแบบรวยๆ อยากกินจุกๆ ก็สั่งชุดใหญ่ไฟกระพริบให้หายอยากกันไปข้าง นอกจากนี้ หากชอบเนื้อสัตว์ หรือผักอะไรเป็นพิเศษ ก็มีจำหน่ายแยกเป็นจานๆ และยังมีของทานเล่นให้สั่งระหว่างรอมื้อหลักของเราวันนี้ด้วยเหมือนกัน ด้วยความที่ร้านนี้ติดกับร้านเสือพ่นไฟ ดังนั้นเราก็สามารถสั่งเมนูจากเสือพ่นไฟมานั่งทานที่ร้านได้เช่นกัน อย่างวันนี้ก็มีสั่ง Plum Tea Soda ราคา 69 บาท มาทานตัดเลี่ยนกับเนื้อสัตว์ ก็อร่อยไปอีกแบบ ก่อนที่จะไปถึงคอร์สหลักของวันนี้ ก็ต้องแนะนำน้ำจิ้มของทางร้านก่อน ที่มีอยู่ด้วยกันถึง 4 แบบ ได้แก่ น้ำจิ้มหวาน น้ำจิ้มเค็ม น้ำจิ้มสามรส และน้ำจิ้มปีศาจ น้ำจิ้มทั้งสี่จะเบสมาจากน้ำจิ้มหมูกระทะที่เราคุ้ยเคย แต่ปรับแต่ละแบบให้รสชาติจัดจ้านมากขึ้น ถ้าชอบเผ็ดสุดๆ ก็จิ้มน้ำจิ้มปีศาจไปเลย แต่ถ้ากลมกล่อมได้ความเผ็ดนิดๆ ควรเลือกจิ้มน้ำจิ้มสามรส ยังมีพริก กระเทียม และน้ำมะนาวให้ปรุงเพิ่มได้อีก และแล้วก็มาถึงจานหลักในวันนี้ กับชุดอภิมหาเศรษฐี + ชุดผัก ในราคา 699 บาท เนื้อสัตว์จานโตที่ประกอบไปด้วย หมูสามชั้น หมูสันนอก เบคอน กุ้ง ปลาหมึกสดและหมึกกรอบ ส่วนผักก็จะมี กะหล่ำปลีซอย แครอท ผักกาดขาว ขึ้นช่าย ผักบุ้ง และเห็ดเข็มทอง มาพร้อมกับเตาหมูกระทะไซส์ใหญ่บิ๊กเบิ้มเพื่อให้สมกับเป็นหมูกระทะไซส์รวยๆ ปริมาณเยอะใช้ได้ เนื้อสัตว์คุณภาพดี ดูใหม่และไม่ผ่านการหมักเพิ่มเติมยกเว้นเฉพาะส่วนสันนอก ถ่านใช้ไม้คุณภาพดีให้ความร้อนได้นานและกระจายความร้อนได้ดี ทำให้อาหารสุกทั่วถึง และขนาดกระทะที่ใหญ่กว่าร้านทั่วๆไป ทำให้มีพื้นที่ในการปิ้งย่างมากขึ้น ไม่ต้องตบตีแย่งชิงพื้นที่กับคนอื่นให้เสียอารมณ์ น้ำซุปรสชาติกลมกล่อม แนะนำว่าให้ใส่กระหล่ำปลีซอยและต้มจนเละ และนำมาซด อร่อยสุดๆ จนไม่อยากให้คนอื่นรู้ ในส่วนของทานเล่น อยากแนะนำให้ลองสั่ง หมูสามชั้นทอดน้ำปลา ราคา 150 บาท หมูสามชั้นผ่านการหมักกับกระเทียมและซอสสูตรลับของทางร้าน และนำไปทอดในน้ำมันเดือดๆ พร้อมกับกระเทียม ทำให้ได้หมูสามชั้นที่กรอบนอก นุ่มใน เคี้ยวง่ายไม่เจอเหนียวๆ เลย ทานเพลินๆ กับกระเทียมที่ทอดกรอบ เข้ากันมากๆ หรือจะจิ้มกับน้ำจิ้มแจ่ว ก็ได้รสชาติที่อร่อยไปอีกแบบ และเมนูสุดท้ายในวันนี้ หากเป็นสายอีสานไม่ควรพลาด ส้มตำไทย ราคา 100 บาท ปริมาณอาจจะไม่ได้เยอะมาก แต่รสชาติเปรี้ยวหวานมาครบ ปรุงได้กลมกล่อมกำลังดี มะละกอกรอบอร่อย และวัตถุดิบอื่นๆ ก็เข้ากันได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ หากใครเป็นคนที่เวลากินปิ้งย่างแล้ว ต้องกินข้าวด้วย ขอแนะนำเมนู ข้าวผัดกระเทียม ราคา 40 บาท หน้าตาดูมีแวววิบวับน่าทานอย่างบอกไม่ถูก ด้วยเหตุผลที่ว่า ตัวข้าวที่จะผสมระหว่างข้าวหอมมะลิและข้าวเหนียวนั่นเอง ทำให้ข้าวดูแข็งไม่เละหรือแฉะ รสชาติเนยและกระเทียมค่อนข้างชัดเจนมากๆ ออกไปทางเค็มหน่อยๆ ถ้าเสิร์ฟมาเป็นชามๆ น่าจะทำให้ทานได้ง่ายกว่านี้อีก รสชาติอาหารโดยรวมแล้ว ถือได้ว่าสมน้ำสมเนื้อกับราคาที่ตั้งไว้มาก ปริมาณถือว่าเยอะ วัตถุดิบคุณภาพดี การปรุงรสชาติอาหารต่างๆ ถือว่าใช้ได้ โดยที่ประทับใจสุดคือน้ำซุป ที่พอใส่กะหล่ำปลีซอยลงไปต้มแล้ว รสชาติกลมกล่อมมากขึ้นเกือบเทียบเท่ากับกระทะทองเหลืองแล้ว แต่ทานแล้วไม่รู้สึกคอแห้งมากเหมือนร้านอื่นๆ การบริการรวดเร็ว พนักงานเยอะ service ได้ไวมากๆ ขอเพิ่มเติมใดๆ ก็จัดให้ได้ทั้งหมด บรรยากาศก็ดี โดยเฉพาะมาทานในช่วงที่เข้าสู่ฤดูฝน ที่อากาศจะเริ่มเย็นๆ และวิวบรรยากาศบนดาดฟ้าในเมือง ก็ให้ความรู้สึกที่ร้านหมูกระทะหลายๆร้านให้ไม่ได้ จุดอ่อนอย่างเดียวของร้านคงเป็นเรื่องควันที่ไม่ได้มีที่ดูดควันชัดเจน ทำให้เวลาออกจากร้านกลิ่นจะติดตัวสักหน่อย แต่ถ้าไม่มีกลิ่นหมูกระทะติดมาเลย มันก็คงจะไม่ใช่ร้านหมูกระทะอ่ะเนอะ 💚 สามารถตามติดชีวิตการกินของเป็ดน้อยต่อได้ที่ 💚 👇🏻👇🏻 🍭Fan Page : https://www.facebook.com/PednoiiPakin 🍭IG : PednoiiPakin || pednoii_ahha *กรณีต้องการนำรูปไปใช้งานให้ขออนุญาตและให้เครดิตทุกครั้ง มิฉะนั้นจะถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์และแจ้งความทุกกรณี เพิ่มเติม
  • 6
  • 1
avatar image Veerapat Ma
2022/05/04
scene type icon
RockmenBKK 69men ทองหล่อ อาหารญี่ปุ่น
ร้าน 69 Rock Men ร้านนี้ตั้งอยู่ในซอยไปดีมาดีกลาง ติดกับซอยทองหล่อ 13 เยื้องๆ กับตลาดญี่ปุ่นทองหล่อ หากขับรถมาสามารถจอดรถได้ที่ตลาดปลาญี่ปุ่น หรือตึกต่างๆ ในบริเวณที่ใกล้เคียง และเสียค่าจอดตามปกติ การจองร้านนี้สามารถทำได้ 2 แบบ คือโทรมาจองในแต่ละวัน แต่การจองแบบนี้จะได้นั่งชั้นบน หากจะนั่งชั้นล่างซึ่งเราจะได้เห็นเชฟทำอาหารแต่ละชามด้วยนั้น จะต้อง walk in มาจองคิวที่หน้าร้านอย่างเดียว ซึ่งที่ร้านจะมีด้วยกัน 2 รอบ หากมาช่วงกลางวัน อาจจะได้คิวเย็นก็เป็นไปได้หากรอบกลางวันคนเยอะมาก สำหรับคอนเซปร้านนี้ ตามชื่อร้านเลยจะจำหน่ายแค่วันละ 69 ท่านเท่านั้น แต่หากเข้าไปแล้ว อยากจะทานมากกว่า 1 ชามก็สั่งได้ตามปกติ เพียงแต่ต้องลุ้นว่าวัตถุดิบที่มาทำอาหารแต่ละเมนูได้นั้นจะหมดก่อนหรือเปล่าเท่านั้นเอง โดยจะมีซุปให้เลือกอยู่ด้วยกัน 3 แบบ Shio, Shoyu และ Niboshi แล้วแต่ความชอบ โดยท็อปปิ้งก็จะแตกต่างกันไปในแต่ละซุปเช่นกัน เริ่มต้นกันด้วยเมนู Limited ที่มีเฉพาะช่วงนี้กับ Niboshi Ramen ราคา 350 บาท ราเมนเส้นสดพร้อมกับหมูชาชู ไข่ต้มซอส หน่อไม้ ผักโขม สาหร่ายแผ่น และหัวหอมซอย ในซุปโชยุที่ผสมกับนิโบชิ หรือซุปปลาแห้ง ตัวเส้นจะมีความหนึบและนุ่มแบบพอดิบพอดี ไม่กระด้าง จัดเรียงแบบพับกันอย่างสวยงาม เครื่องเคียงต่างๆ ดี ทั้งหมูชาชูที่นุ่ม ได้เคี้ยวนิดๆ ไข่ต้มซอสก็อร่อยออกหวานมันและตัดด้วยเค็ม และหัวหอมซอยที่เพิ่มความหอม ส่วนน้ำซุปจะออกไปทางเค็มของโชยุที่ต้มกับน้ำสต๊อกไก่และมีความปลาแห้งหอมๆ แทรกออกมาเป็นระยะ ต่อกันด้วยเมนูที่ 2 กับ Shoyu B ราคา 320 บาท ในส่วนวัตถุดิบที่ใส่มาจะไม่ได้มีความแตกต่างจากจานแรกเท่าไรนัก นอกจากหมูชาชูที่มีด้วยกัน 2 แบบ เป็นส่วนสะโพกและสามชั้นที่ต้มออกมาในลักษณะที่นุ่มกำลังดีไม่ได้ถึงขั้นละลาย ส่วนซุปโชยุจะเข้มข้นกว่าจานแรก สีโชยุชัด และได้กลิ่นของซุปไก่ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น จานนี้เหมาะกับคนชอบทานเค็มและไม่เน้นซดซุปสักเท่าไร แต่ถ้าอยากซดซุปด้วยละก็ จะแนะนำเป็นเมนูสุดท้ายอย่าง เมนูซิกเนเจอร์สุดเรียบง่ายแต่รสชาติอร่อยที่สุดในวันนี้กับ Shio Ramen A ราคา 290 บาท ราเมนซุปใสที่ไม่ควรพลาด มาพร้อมกับเส้นราเมน หมูชาชู ปวยเล้ง และต้นหอมซอยที่แปะเลมอนขูดไว้ให้ดูเพื่อความสวยงาม เครื่องต่างๆ เหมือนสองชามก่อนหน้าไม่มีผิด แต่ที่ดีงามสุดต้องยกให้กับซุป ที่มีความกลมกล่อมแบบบอกไม่ถูก เราจะได้ความหอมจากแป้งของตัวเส้นที่ติดมา ผสมกับความเค็มๆ จากเกลือของซุป ทำให้ได้เป็น Texture ที่ออกอูมามินิดๆ เป็นชามที่ต้องยกนิ้วให้จริงๆ รสชาติโดยรวมแล้ว ถือได้ว่าเป็นร้านราเมนที่คุ้มค่าต่อการต่อคิวรอร้านนึงเลย ความอร่อยของอาหารร้านนี้นั้น ทั้งเส้นที่นุ่มหนึบกำลังดี มีความหอมในตัวโดยไม่ต้องปรุงแต่ง ซุปออกจะใสแต่รสชาติเข้มข้นและล้ำลึกในตัว ยากที่จะหาร้านเปรียบ เครื่องต่างๆ ทำออกมาได้ดี ชูคุณภาพวัตถุดิบออกมาได้ชัดเจนอย่างไม่ต้องสืบ ในส่วนของการบริการ รวดเร็วไม่ต้องรอนาน พนักงานมีอยู่ทั่วร้านสามารถเรียกใช้บริการได้ทันที และ สุดท้ายนี้ หากอยากทานราเมนสักชามหลังอ่านรีวิวนี้จบ อย่าได้รอช้า รีบไปต่อคิวกันเถอะ 💚 สามารถตามติดชีวิตการกินของเป็ดน้อยต่อได้ที่ 💚 👇🏻👇🏻 🍭Fan Page : https://www.facebook.com/PednoiiPakin 🍭IG : PednoiiPakin || pednoii_ahha *กรณีต้องการนำรูปไปใช้งานให้ขออนุญาตและให้เครดิตทุกครั้ง มิฉะนั้นจะถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์และแจ้งความทุกกรณี เพิ่มเติม
  • 4
  • 0
avatar image Veerapat Ma
2022/05/04
เหลาะงาทิ้น BDMS WELLNESS CLINIC
ร้านข้าวหน้าไก่ร้านเก่าแก่จากย่านห้าแยกพลับพลาไชย ตอนนี้ทำการขยายสาขาเพิ่มเติมอีก 2 สาขา โดยสาขานี้จะอยู่ที่ตึก BDMS Wellness Clinic บนถนนวิทยุ สามารถขับรถเข้าไปจอดในอาคารได้เลย แต่สำหรับวันนี้เราใช้บริการผ่าน Robinhood เนื่องจากค่าส่งยังถูกที่สุดเหมือนเดิมและสามารถใช้โค้ดส่วนลดเพิ่มเติมที่ได้จากค่ายโทรศัพท์สีฟ้าอีกด้วยนั่นเอง วันนี้สั่งมาหลายเมนู ก็จะมี - ข้าวหน้าไก่ ราคา 65 บาท: หน้าตาดูดีใส่มาในกล่องใสแบ่ง 2 โซนเป็นอย่างดี ตัวข้าวใช้ข้าวเก่าอันนี้ไม่ถูกใจเท่าไร ส่วนซอสไก่จะอัดแน่นไปด้วยเนื้อไก่อีกที ทำรสชาติออกมาให้เค็มเพื่อที่จะได้ทานข้าวได้เยอะขึ้น ซอสทำออกมาได้หอมและหนักเค็มพอสมควร มีความเข้มข้นมากกว่าร้านอื่นๆ ที่จะออกไปทางน้ำราดหน้ามากกว่า - บะหมี่กรอบหน้าไก่ ราคา 79 บาท: อันนี้จะแพ็คกิ้งไม่เหมือนใคร ตัวบะหมี่กรอบจะใส่มาในถุงพลาสติกอีกที ส่วนซอสไก่จะอยู่ในกระปุก เวลาทานเราต้องมาเทใส่จานเองอีกที เส้นบะหมี่กรอบและหอมๆ เหมือนเพิ่งทอดใหม่ๆ ส่วนซอสจะออกไปทางเค็มหน่อยๆ ดังนั้นต้องคลุกกับเส้นให้ทั่วเพื่อดรอปลดชาติลง ทานเข้ากันได้ดี ส่วนเนื้อไก่นุ่มอร่อยเหมือนกับจานแรก แนะนำว่าเวลาทานให้ทานพร้อมกับพริกชี้ฟ้าด้วย จะช่วยดึงความหอมของซอสออกมาได้ชัดเจนยิ่งขึ้น - บะหมี่หน้าไก่ ราคา 65 บาท: แพ็คกิ้งมาในกล่องอย่างดี แยกเส้นบะหมี่และน้ำออกจากกัน ตัวเส้นบะหมี่ประมาณ 1 ก้อนและคลุกกับน้ำมันแล้ว ปริมาณน้อยไปสักนิด เมื่อเทียบกับซอส ที่ด้านในยังมีเนื้อไก่ที่หั่นเต๋าเป็นชิ้นเล็กๆ จำนวนมาก ทานด้วยกันเข้ากันได้ดีเหมือนบะหมี่กรอบ - ตับแก้ว ราคา 35 บาท มีด้วยกัน 3 ชิ้นต่อชุด ทางร้านจะนำตับมาห่อด้วยมันหมูเหมือนเป็นลูกชิ้น และนำไปต้มจนสุก จากนั้นหั่นเป็นชิ้นๆ เล็กๆ ทานเปล่าๆ รสชาติที่เด่นที่สุดจะเป็นตับ ให้ Texture ที่ออกไปทางแข็งๆ ส่วนมันหมูจะออกกรอบๆ ถ้าทานกับพริกชี้ฟ้าจะหอมขึ้น หรือจะใส่ลงไปในซอสหน้าไก่ ก็ช่วยดับกลิ่นคาวของตับได้เป็นอย่างดี โดยรวมแล้วรสชาติถือว่าอร่อยใช้ได้ แต่ถ้าเทียบกับสาขาตรงห้าแยกพลับพลาไชยอาจจะมีความแตกต่างอยู่เล็กน้อยในส่วนของความหอม ปริมาณเยอะใช้ได้โดยเฉพาะตัวซอสและเนื้อไก่ แต่ถ้าให้ดีควรเพิ่มปริมาณแป้งให้สัดส่วนพอๆ กันก็จะดีขึ้น การแพ็กกิ้งทำมาได้ดี ไม่มีหกเลอะเทอะแต่อย่างใด 💚 สามารถตามติดชีวิตการกินของเป็ดน้อยต่อได้ที่ 💚 👇🏻👇🏻 🍭Fan Page : https://www.facebook.com/PednoiiPakin 🍭IG : PednoiiPakin || pednoii_ahha *กรณีต้องการนำรูปไปใช้งานให้ขออนุญาตและให้เครดิตทุกครั้ง มิฉะนั้นจะถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์และแจ้งความทุกกรณี เพิ่มเติม
  • 3
  • 0
avatar image Veerapat Ma
2022/05/04
เจ้หมายเกาเหลา​เลือด​หมู​ บางขุนเทียน อาหารไทย
ร้านเกาเหลาเลือดหมูสักร้านที่อยุ่แถวอนามัยงามเจริญย่านพระราม 2 เป็นร้านที่เพิ่งได้รางวัล User Choice จากทาง Wongnai ในปีนี้เป็นปีแรก ตัวร้านน่าจะเป็นร้านตึกแถวเก่าๆ พร้อมกับบรรยากาศกลิ่นอายแบบร้านที่เปิดมานาน และตอนนี้ก็สามารถใช้บริการสั่งอาหารร้านนี้ ผ่าน Line Man ได้เช่นกัน และราคาค่าส่งเองก็ไม่ได้แพงมาก สำหรับเมนูอาหารร้านนี้จะเป็นเมนูที่ใช้วัตถุดิบอย่าง หมู มานำเสนอในหลากหลายรูปแบบ ทั้งขาหมู หมูกรอบ หมูแดดเดียว ไปจนถึงเกาเหลา เรียกว่าได้ใช้เกือบทุกส่วนของหมูมาทำเป็นอาหารได้นั่นเอง เริ่มต้นกันด้วย หมูหลบแดด ราคาขีดละ 79 บาท มีอยู่ด้วยกัน 4 ชิ้นขนาดไม่เท่ากันสักเท่าไร โดยจะมาเป็นชิ้นใหญ่ๆ ที่เราจะต้องไปหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ทานอีกที ดูจากทรงแล้วน่าจะเหมาะกับทานคู่กับข้าวเหนียวมากกว่าข้าวสวย รสชาติใช้ได้จะออกไปทางเค็มๆ อมน้ำมันเล็กน้อย ส่วนที่นำมาใช้เป็นส่วนสันนอก ซึ่งจะมีไขมันติดมาด้วย ทำออกมาได้นุ่ม เคี้ยวง่ายไม่แข็งกระด้างแต่อย่างใด ต่อกันด้วย หมูกรอบ ราคาขีดละ 79 บาท ปริมาณเยอะใช้ได้และน่าจะประมาณ 1 ขีดพอดีอย่างที่เคลมไว้จริง หนังมีความกรอบใช้ได้แต่พื้นที่ผิวน้อยไปนิด เลยยังไม่สามารถรู้สึกถึงความกรอบได้เต็มที่ ส่วนที่เป็นเนื้อและไขมันมีความแห้งแข็งไปนิด ถ้ารักษาความชุ่มชื้นส่วนนี้ได้น่าจะอร่อยกว่านี้ มีแต่ของแห้งๆ ไปแล้วต้องมีซุปซดสักหน่อยกับเมนู เกาเหลาเลือดหมูพิเศษ ราคา 99 บาท ประกอบไปด้วยเครื่องในหลายอย่าง ทั้งตับ ไส้อ่อน หัวใจ กระเพาะ และเซ่งจี๊ ยังมีเนื้อหมูกับหมูกรอบมาให้อีกนิดหน่อย แต่ทีเด็ดน่าจะอยู่ที่เลือดหมูที่ให้มาเป็นก้อนใหญ่เบอร์ 10 ที่ไม่ได้ถ่ายไว้เพราะหาที่ลงในจานไม่ได้ รสชาติโดยรวมดี เครื่องในทั้งเซ่งจี๊ กระเพาะหมู และไส้อ่อน ทำความสะอาดได้ดีไม่มีกลิ่นเลย หัวใจลวกได้นิ่ม และตับที่เป็นไฮไลท์ กลิ่นคาวไม่มีและทำออกมาได้นุ่มมาก ส่วนเลือดหมูใช้แบบพรีเมี่ยมไม่มีกลิ่นเช่นกัน จุดเดียวที่อยากติคงจะเป็นน้ำซุปที่เบสมาจากซุปที่ต้มเครื่องใน ซึ่งมีกลิ่นตุๆ ทำให้ทานได้ไม่เยอะเท่าที่ควร และเมนูสุดท้ายที่น่าจะจุกที่สุดกับ ขาหมูพิเศษเนื้อหนัง ราคา 109 บาท: ตอนแรกเข้าใจว่าได้น้อยเลยสั่งเป็นไซส์นี้ แต่จริงๆ คือเยอะเต็มจาน มาพร้อมกับผักกาดดอง ยังมีกระเทียม พริกขี้หนู พริกน้ำส้ม ให้อีกต่างหาก รสชาติไม่เค็มมาก เนื้อต้มได้กำลังดียังไม่เปื่อยแต่ก็ไม่ต้องออกแรงเคี้ยวแต่อย่างใด หนังทำออกมาได้นุ่มละลายในปาก ส่วนผักกาดดองรู้สึกว่าเค็มไปหน่อย เหมือนน้ำราดไม่เค็มเลยมาชดเชยในนี้แทน โดยรวมถือว่าดีติดแค่เรื่องผักกาดดองนี่แหละ ภาพรวมแล้วรสชาติอาหารถือว่าใช้ได้ ที่ต้องชมเลยคือปริมาณที่สมกับราคาจริงๆ โดยเฉพาะขาหมูอันนี้คือเยอะจริง ปกติถ้าปริมาณขนาดนี้ต้องมี 200 up ทั้งนั้น ส่วนการแพ็คกิ้งทำมาได้ดี ไม่มีหกเลอะเทอะแต่อย่างใด แต่ก็แนะนำว่าไม่ควรใช้แม็กเย็บกระดาษเย็บถุง เพราะหากตกหล่นลงไปในอาหารจะไม่รู้เลย 💚 สามารถตามติดชีวิตการกินของเป็ดน้อยต่อได้ที่ 💚 👇🏻👇🏻 🍭Fan Page : https://www.facebook.com/PednoiiPakin 🍭IG : PednoiiPakin || pednoii_ahha *กรณีต้องการนำรูปไปใช้งานให้ขออนุญาตและให้เครดิตทุกครั้ง มิฉะนั้นจะถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์และแจ้งความทุกกรณี เพิ่มเติม
  • 6
  • 0
avatar image Veerapat Ma
2022/05/04
scene type icon
อากาเว่ ฟูมุ่ยกี่ 2 พระราม 9 อาหารไทย
ร้านอาหารแนวฟิวชั่นยุคเก่าแก่ที่เปิดมาแล้วไม่ต่ำกว่า 80 ปี โดยจะเป็นแนวอาหารไทย-ฝรั่งและจีนไหหลำ 3 ชาติผสมผสานกัน ตำแหน่งร้านอยู่ในพระราม 9 ซอย 7 ซึ่งสามารถขับรถทะลุมาเส้นด้านหลังของเซ็นทรัลพระราม 9 และขับรถมาจอดบริเวณหน้าร้านหรือภายในร้านก็ได้เช่นกัน ตัวร้านจะเป็นอาคารเก่าๆ ชื่อทาบโลกา อยู่ที่ชั้น 1 ถ้าหาร้านไม่เจอให้สังเกตป้ายร้านที่วางอยู่ตรงเกาะกลางถนนครับ ภายในร้านจะเป็นร้านแบบสไตล์ยุค 90 ที่ดูโทรมๆ ไปตามกาลเวลา แต่ยังมีกลิ่นอายและความขลังตามแบบฉบับร้านเก่าแก่ของไทย มีที่นั่งทั้งโต๊ะกลม และแบบโซฟาที่จะมีความเป็นส่วนตัวมากกว่า วันที่ไปทานมีลูกค้าแค่ 2-3 โต๊ะเท่านั้น ถือได้ว่าเงียบกว่าที่คาดไว้ เมนูอาหารจะเป็นแนวอาหารตามสั่ง โดยจะมีเมนูแนะนำที่ช่วยให้เราเลือกอาหารได้ง่ายขึ้น เหตุผลที่มาร้านนี้เพราะมีสตูลิ้นวัวที่หาทานไม่ได้ง่ายๆ ด้วยนั่นเอง สามารถเลือกข้าวหรือขนมปังทาเนยไว้ทานเคาร์โบไฮเดรตหลักของมื้อนี้ได้ วันนี้เมนูที่ทานทั้งหมดก็จะมีด้วยกัน 5 อย่าง - ซี่โครงหมูอบ ราคา 200 บาท: จะเป็นซี่โครงหมูที่นำไปอบจนด้านนอกกรอบ ราดด้วยน้ำซอสเหนียวๆ ออกไปทางหวานเค็มกลางๆ กำลังดี พร้อมกับโรยถั่วลั่นเตากระป๋อง เนื้อหมูค่อนข้างนุ่มกว่าที่คิด แต่ก็ควรจะรีบทานตอนร้อนๆ พอเริ่มเย็นจะเหนียว เข้ากับตัวน้ำซอสอย่างบอกไม่ถูกโดยไม่ต้องปรุงรสชาติเพิ่มแต่อย่างใด ส่วนตัวน้ำซอส ลองมาราดกับขนมปังแล้วทานก็อร่อยเช่นกัน - สตูลิ้นวัว ราคา 230 บาท: เมนูซิกเนเจอร์ของทางร้านเสิร์ฟลิ้นวัวที่ผ่านการตุ๋นมาอย่างยาวนาน พร้อมกับมันฝรั่งและถั่วลันเตา ตัวลิ้นวัวทำออกมาได้นุ่มกำลังดี มีความได้เคี้ยวนิดๆ แบบไม่ต้องออกแรงแต่อย่างใด มีความนมๆ ตามสไตล์เนื้อวัว น้ำซอสจะออกเปรี้ยวหวานตัดกับตัวลิ้นได้เป็นอย่างดี จานนี้ลองทานพร้อมกับขนมปังทาเนย มันเข้ากันมากๆ - ไก่ทอดสิงคโปร์ ราคา 160 บาท: หน้าตาดูดีและปริมาณเยอะใช้ได้ น่าจะใช้ไก่ปริมาณ ¼ ของทั้งตัว หั่นเป็นชิ้นๆ มาให้แล้ว เราแค่ตัดแบ่งให้เล็กลงก่อนทาน เสิร์ฟคู่กับน้ำจิ้มไก่ธรรมดาทั่วๆไป หนังทอดได้กรอบมากไม่แพ้ของ KFC เลย ยังสงสัยอยู่เหมือนกันว่าทำไมร้านส้มตำไก่ทอดถึงทอดไม่ได้แบบนี้ เนื้อด้านในยังมีความฉ่ำ โดยเฉพาะส่วนสะโพกไม่เจอแห้งเลย จิ้มกับน้ำจิ้มไก่เข้ากันดี หรือจะลองเอาน้ำซอสสตูมาราดแล้วทาน ก็อร่อยไปอีกแบบเหมือนกัน - ยำอากาเว่ ราคา 180 บาท: ยำซิกเนเจอร์ของร้าน ที่นำกะเพาะปลาแบบแห้งๆกรอบๆ ที่ยังไม่ได้ทำอะไร มาคลุกกับหอมหัวใหญ่ซอย เม็ดมะม่วงหิมพานต์ และน้ำยำรสชาติเผ็ดจัดจ้านพร้อมกับความเปรี้ยวกลางๆ รสชาติจะออกเผ็ดสักหน่อย ส่วนกะเพาะปลาอันนี้ไม่ชอบเท่าไรมีกลิ่นหืนนิดๆ - ซุปไก่ รสจัด ราคา 190 บาท: เมนูซุปที่ได้แรงบันดาลใจมาจากซุปหางวัว เพียงแต่เปลี่ยนจากหางวัวเป็นเนื้อไก่สับ เสิร์ฟมาในรูปแบบมักกะโรนีต้มๆ รสชาติออกเปรี้ยวแบบต้มยำแต่ไม่มีความเผ็ด เป็นความเปรี้ยวที่กลมกล่อมและถูกปากมากๆ เนื้อไก่สับจะมีความแห้งนิดๆ แต่พอทานกับซุปแล้วไปด้วยกันได้ รวมทั้งมักกะโรนีเองจะช่วยลดความเปรี้ยวลงทำให้ทานได้ง่ายขึ้นเช่นกัน เป็นเมนูที่ช่วยลดความเลี่ยนจากจานอื่นๆ ได้เป็นอย่างดี โดยภาพรวม รสชาติอาหารจะเป็นแนวร้านอาหารสมัยเก่าๆ ที่เน้นรสชาติที่กลมกล่อม ไม่เผ็ดหรือจัดจ้านจนเกินไป รวมทั้งกรรมวิธีที่เป็นสูตรเฉพาะของทางร้าน ทำให้การจะหาร้านที่ทำเมนูเหล่านี้ได้อร่อยนั้น หายากขึ้นเรื่อยๆ ถ้ามีโอกาสหรืออยากจะลองเปลี่ยนแนวอาหาร เชิญชวนให้มาลองร้านนี้ครับ ในส่วนของการบริการเองก็รวดเร็ว พนักงานก็จะแต่งตัวแบบร้านอาหารจีนสมัยเก่าๆ เลยที่จะเป็นเสื้อเชิ้ตแขนสั้นและกางเกงขายาวสีกรมที่ดูมีความเป็นมืออาชีพ ส่วนการชำระเงินจะรับแค่เงินสดที่เป็นแบงค์กระดาษ และบัตรเครดิตที่ขั้นต่ำ 1000 บาท ที่ระบุว่าชาร์จ 3% แต่พอเข้าจริงไม่ได้มีการชาร์จเพิ่มแต่อย่างใด 💚 สามารถตามติดชีวิตการกินของเป็ดน้อยต่อได้ที่ 💚 👇🏻👇🏻 🍭Fan Page : https://www.facebook.com/PednoiiPakin 🍭IG : PednoiiPakin || pednoii_ahha *กรณีต้องการนำรูปไปใช้งานให้ขออนุญาตและให้เครดิตทุกครั้ง มิฉะนั้นจะถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์และแจ้งความทุกกรณี เพิ่มเติม
  • 2
  • 0
avatar image Veerapat Ma
2022/05/02
scene type icon
โอกินาวา คินโจ Okinawa KINJO (金城) พระโขนง-ปรีดีพนมยงค์ อาหารญี่ปุ่น
ย่านพระโขนง เป็นหนึ่งในย่านที่เต็มไปด้วยร้านอาหารอร่อยๆ และหนึ่งในประเภทอาหาร อย่างอาหารญี่ปุ่นนั้น ก็ต้องมีสักร้านเหมือนกันแหละที่เป็นหน้าเป็นตาให้กับย่านนี้ได้ เลยลองค้นหาข้อมูล ก็มาเจอว่ามีร้านอาหารญี่ปุ่นอยู่ร้านนึง ที่นำเสนอในแนวอิซากายะของโอกินาวา ที่ไม่ได้หาทานได้ง่ายๆ ในไทยแต่อย่างใด และรสชาติเองก็ดีจนใครหลายๆ คน recommend และร้านนั้นคือ “Okinawa Kinjo” ตำแหน่งร้านจะอยู่ในซอยสุขุมวิท 69 โดยสามารถเดินทางด้วย BTS ลงที่สถานีพระโขนง เดินมาจะเจอไปรษณีย์ไทยสาขาพระโขนง ให้เดินเข้าซอยประมาณ 100 เมตรจะเจอร้านอยู่ที่ฝั่งขวามือ หรือถ้าหากขับรถยนต์ส่วนตัวมา แนะนำให้จอดที่อาคาร Summer Point ที่ชั้นใต้ดิน โดยมีค่าจอดอยู่ที่ชั่วโมงละ 40 บาท ตัวร้านจะเป็นตึกแถวคูหาเดียว ที่เข้าไปแล้วจะเจอโต๊ะทันที เปิดให้บริการด้วยกัน 2 ชั้นโดยชั้นล่างจะเป็นแบบนั่งโต๊ะ ส่วนชั้นบนจะเป็นนั่งพื้นที่มีพนักพิง แนะนำว่านั่งชั้นบนจะมีความเป็นส่วนตัวมากกว่า สภาพร้านดูโทรมๆ การตกแต่งร้านจะออกไปทางญี่ปุ่น มีกลิ่นอายของความเป็นโอกินาวานิดๆ เมนูอาหาร ด้วยความที่เป็นแนวอิซากายะ เลยจะเน้นไปที่ของทานเล่นคู่กับแอลกอฮอล์ แต่กระนั้นยังมีเมนูจานเดียวที่อิ่มได้ในชามเดียวเช่นเดียวกัน เมนูแนะนำหลักของร้านก็จะเป็นไก่ทอด และราเมนสไตล์โอกินาวา หากอยากรู้ว่าเมนูไหนอร่อยหรือเหมาะกับเรามากที่สุด สามารถสอบถามหรือให้พนักงานแนะนำก็ได้เช่นกัน สำหรับใครก็ตามที่ไม่ได้ทานแอลกอฮอล์ ที่ร้านก็จะมีชาร้อนและเย็นให้บริการแต่ไม่ได้เป็นรีฟิว และมีเมนูอย่าง ชิกุวาสะ ราคา 120 บาท เป็นน้ำผลไม้ในตระกูลซิตรัสหรือส้ม ที่ให้รสชาติเปรี้ยวแต่มีความหอมเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร รสชาติออกเปรี้ยวนำและหวานตาม ยังมีความขมๆ ปนมานิดๆ ที่ทำให้ถ้วยนี้รู้สึกแตกต่างจากน้ำส้มทั่วๆไป อย่างเห็นได้ชัด เครื่องเคียง 2 อย่างที่แนะนำให้สั่ง จะเป็นกิมจิ ราคา 58 บาท ปริมาณเยอะใช้ได้ มีความเข้มข้นออกไปทางเปรี้ยวและขมนิดๆ เหมาะกับการทานตัดเลี่ยนได้เป็นอย่างดี และอีกเมนูคือ เห็ดเข็มทองเคี่ยว ราคา 99 บาท ร้านนี้จะนำเสนอเห็ดเข็มทองในรูปแบบต้มซอส ที่จะออกไปทางนุ่ม ไม่กรึบๆ ทานง่าย รสชาติหวานเค็มกลมกล่อมกำลังดี เริ่มต้นของทานเล่นจานแรกกับ อิกายากิ หรือปลาหมึกย่างซอส ราคา 160 บาท หน้าตาจะดูเหมือนปลาหมึกผัดซอสมากกว่า รสชาติอร่อยออกไปทางเค็มๆ หวานมัน กลมกล่อมอย่างบอกไม่ถูก ให้ความรู้สึกเหมือนทานหมึกผัดไข่เค็มในระดับนึงเลย ส่วนเนื้อปลาหมึกย่างได้กำลังดี ไม่เหนียวแต่อย่างใด ของทานเล่นจานที่ 2 กับเมนู Kara Age หรือไก่ทอดญี่ปุ่น 6 ชิ้น ราคา 79 บาท เสิร์ฟมาพร้อมกับมายองเนส และมะนาว เวลาทานให้บีบมะนาวลงไปบนตัวไก่ ก่อนที่จะจิ้มมายองเนสอีกที ไก่มีความกรอบนอก และเนื้อด้านในยังมีความฉ่ำมากๆ ทานได้เพลินๆ และของทานเล่นจานสุดท้ายเป็นเมนู ลิ้นวัวย่าง ราคา 148 บาท ใช้ส่วนของโคนลิ้น ย่างมาได้ค่อนข้างดีไม่เหนียวมาก ก่อนทานให้บีบมะนาวสักเล็กน้อยเพื่อเพิ่มความสดชื่น เมื่อมาทานร้านนี้แล้ว เมนูที่ไม่ควรพลาดเลยคือ โอกินาวาโซยบะ ราคา 230 บาท สามารถเลือกได้ว่าจะทานเส้นแบบไหน โดยแนะนำว่าจานนี้ควรสั่งเป็นเส้นบะหมี่สไตล์โอกินาวา หน้าตาดูเรียบง่าย ด้านบนจะมีหมูสามชั้นตุ๋นที่หน้าตาเหมือนหมูสามชั้นพะโล้บ้านเราดีๆ นี่แหละ เพียงแต่จะให้รสชาติที่กลมกล่อมออกหวาน ไขมันละลายในปาก และเนื้อหมูมีความนุ่มได้ออกแรงเคี้ยวนิดๆ มาพร้อมกับลูกชิ้นที่คล้ายๆ กับฮือก้วย โรยด้วยต้นหอม ส่วนเส้นจะคล้ายๆ กับบะหมี่เปาะที่เราคุ้ยเคยกันดี แต่จะไม่ได้ใส่ไข่ ให้ Texture ออกไปทางนุ่มๆ ไม่หนึบ ปริมาณเส้นเองก็เยอะทานจนจุก ซุปสีจะออกเข้มๆ รสชาติกลมกล่อมทานได้เพลินๆ เช่นกัน ชามนี้แนะนำว่าควรทานตอนร้อนๆ จะอร่อยที่สุด ส่วนอีกเมนูที่ลูกค้าหลายๆ คนมาแล้วชอบสั่ง จะเป็นเมนู Asari Udon ราคา 220 บาท อุด้งในซุปหอยตลับ ที่หน้าตาเรียบง่ายสุดๆ มีแค่เส้นอุด้ง หอยตลับประมาณ 7 ตัว และซุปใสที่โรยต้นหอม ปกติแล้วการนำหอยตลับมาต้มถือว่าเสี่ยงมาก เพราะตัวหอยตลับเองจะมีความคาวสูง ทำให้น้ำซุปมีโอกาสคาวไปด้วย แต่ร้านนี้มีกรรมวิธีเฉพาะตัวที่ทานแล้วรู้สึกว่า ซุปไม่คาวเลย มีความอุมามิแบบทะเลๆ กลมกล่อม สามารถดึงความอร่อยของหอยตลับออกมาในน้ำซุปได้ดี รสชาติไม่เค็ม ส่วนหอยเองก็รสชาติดีไม่คาว และเส้นอุด้งจะใช้เป็นเส้นใหญ่ ทานแล้วจะให้ความหนึบหนับ เคี้ยวเพลินๆ โดยรวมแล้ว รสชาติอาหารจะไม่ได้เน้นการปรุงให้จัดจ้าน แต่เน้นไปที่ความดั้งเดิมด้วยรสชาติเค็ม และหวาน เพิ่มเติมด้วยความอุมามิ เพื่อดึงศักยภาพของวัตถุดิบออกมาให้โดดเด่นมากที่สุด สังเกตได้จากตัวหมูตุ๋นที่จะมีความนุ่มอร่อยไขมันละลายในปากที่เฉพาะตัว หรือจะเป็นหอยตลับที่ทำออกมาได้ไม่คาวและยังชูรสชาติของซุปให้อร่อยยิ่งขึ้นได้อีก เป็นหนึ่งในอาหารญี่ปุ่นที่ทานแล้วไม่ได้รู้สึกหนักท้องแต่อย่างใด ส่วนของการบริการก็ค่อนข้างรวดเร็วดี ช้าแค่ในส่วนของอาหารบางเมนูที่ต้องมีกรรมวิธีพิเศษสักหน่อย หากอยู่ชั้นบนสามารถกดกริ่งเรียกพนักงานได้โดยไม่ต้องลงไปเรียกเองแต่อย่างใด อาหารญี่ปุ่นสไตล์โอกินาวา ปัจจุบันเองก็ยังหาทานได้ค่อนข้างยากเช่นกัน หากอยากจะเปลี่ยนแนวอาหารญี่ปุ่น มาลองอะไรที่เบาขึ้น แต่ยังได้ความอุมามิตามแบบฉบับต้นตำรับ สามารถโทรมาสำรองที่นั่งล่วงหน้าได้ และไม่แนะนำให้ walk-in ในช่วง Prime Time เพราะลูกค้าจะเยอะมาก 💚 สามารถตามติดชีวิตการกินของเป็ดน้อยต่อได้ที่ 💚 👇🏻👇🏻 🍭Fan Page : https://www.facebook.com/PednoiiPakin 🍭IG : PednoiiPakin || pednoii_ahha *กรณีต้องการนำรูปไปใช้งานให้ขออนุญาตและให้เครดิตทุกครั้ง มิฉะนั้นจะถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์และแจ้งความทุกกรณี เพิ่มเติม
  • 6
  • 0
avatar image Veerapat Ma
2022/05/02
scene type icon
ร้านอาหารเกาหลีสุระกัน พระราม3 อาหารเกาหลี
ในย่านพระราม 3 จะมีตึกใหญ่ๆ ชื่อว่า SV City ซึ่งเป็นเหมือน Community ในยุคเก่าที่มีทั้ง อาคารสำนักงาน ที่พักอาศัย โรงแรม และร้านอาหารในที่เดียว แต่ปัจจุบันที่แห่งนี้กลายเป็นเหมือนเมืองร้างขนาดย่อมๆ ที่ไร้ชีวิตชีวา แต่ใครจะไปรู้ ว่ายังมีร้านอาหารเกาหลีลับๆ อยู่ร้านนึง ที่รสชาติดีเหมือนต้นตำรับ ไม่ว่าใครจะไปแนะนำให้ไปลองทานร้านอาหารเกาหลีใหม่ๆ ที่ไหน สุดท้ายก็ยังยกให้ร้านนี้เป็นร้านที่ดีที่สุดอยู่เหมือเดิม และร้านนั้นคือ “SU RA KAN” การเดินทางมาร้านนี้ไม่ยากอย่างที่คิด หากเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะสามารถขึ้น BRT มาลงที่สถานีวัดด่าน และเดินลงจากสะพานก็จะถึงทางเข้าตึกเลย หรือถ้าขับรถยนต์ส่วนตัว สามารถขับมาตามถนนพระราม 3 ฝั่งขาออก และตึกจะอยู่ด้านซ้ายมือ เลี้ยวเข้าตึกและรับบัตร ก่อนจะเลี้ยวซ้ายและเลี้ยวขวาไปฝั่งที่มีให้แตะบัตร และตรงเข้าไปจอดรถตรงที่มียามยืนเฝ้าอยู่ และจากนั้นก็เดินเข้าประตูที่อยู่ข้างมินิมาร์ท ตรงเข้าไปจนเจอกับบันไดเลื่อน ขึ้นบันไดเลื่อนแล้วเดินตรงมานิดหน่อย จะเจอร้านสีส้มๆ เลย หรือถ้ากลัวหาไม่เจอ ลองดูแถวๆ นั้นว่ามีร้านไหนคนเยอะ ร้านนั้นแหละคือ SU RA KAN ด้วยความที่เจ้าของร้านเป็นคนเกาหลี (ปัจจุบันเป็นรุ่นที่ 2 แล้ว) การตกแต่งย่อมมีกลิ่นอายความเป็นเกาหลี ภายในร้านจะตกแต่งเป็นแนวเรียบๆ มีรูปอาหารเกาหลีแปะเป็นจุดๆ ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ร้านอาหารเกาหลีแบบยุค 80 แต่ได้ในเรื่องความสะอาดสะอ้าน ไม่ดูเก่าจนเกินไป และที่นั่งก็จะมีอยู่ทั้งแบบนั่งพื้น และนั่งเก้าอี้ อันนี้แล้วแต่ชอบว่าอยากได้ฟีลไหน แต่แนะนำว่านั่งเก้าอี้ดีกว่า เมนูอาหารเองก็จะเป็นอาหารเกาหลีขนานแท้เลย ชื่อภาษาไทยเองก็จะทับศัพท์เลย แต่ถ้าอยากรู้ว่ามันคือเมนูอะไร จะมีกำกับบอกเป็นภาษาอังกฤษอยู่ แต่ถ้ายังนึกไม่ออกว่ารสชาติเป็นอย่างไร สามารถสอบถามกับพนักงานได้ หลังจากสั่งอาหารเสร็จ ทางร้านจะเริ่มเสิร์ฟเครื่องดื่มฟรี เป็นชาข้าวคั่วแช่เย็นๆ สามารถขอเพิ่มได้ตลอดหากหมด รสชาติมีความหอมๆ ในปาก ใช้ทานตัดเลี่ยนได้ดี และจากนั้นก็จะทยอยเสิร์ฟเครื่องเคียงที่ขอเพิ่มได้เช่นกัน มีอยู่ด้วยกันประมาณ 6 อย่าง เป็นกิมจิผักกาดขาว กิมจิไช้เท้าซอย กิมจิแตงกวา มันฝรั่งต้มซอส ปวยเล้งผัดน้ำมันงา และออมุกคลุกกิมจิ หากถูกใจในรสชาติอย่างกิมจิ ก็สามารถซื้อกลับบ้านได้ด้วย เมนูอาหารจานหลักที่ทานวันนี้ก็จะมีอยู่ด้วยกัน 5 เมนู - SunDae-Guk ราคา 250 บาท: เมนูซุปไส้กรอกเลือดสีขาวขุ่น ที่เราจะเห็นได้จากหนังเกาหลีหลายๆ เครื่อง ประกอบไปด้วยซุนแด หรือไส้กรอกเลือดที่ผสมเนื้อหมู วุ้นเส้นเกาหลี เลือดหมู และดับกลิ่นด้วยขิงและสมุนไพรอื่นๆแล้วแต่สูตร ผสมรวมกันและยัดเข้าไปในไส้หมู นำไปต้มจนสุกและหั่นเป็นชิ้นๆ ก่อนจะนำมาใส่ในซุปกระดูกหมูเคี่ยวจนสีขาวเหมือนน้ำนม มีใส่เครื่องในอย่างม้ามและไส้หมูลงไปด้วย รสชาติจะออกจืดและหวานแบบธรรมชาติ เสิร์ฟมาพร้อมกับกุ้งฝอยดองน้ำเกลือ และพริกเกาหลีเพื่อเพิ่มรสชาติให้เข้มข้นขึ้น แต่ถ้ายังไม่พอใจ ก็มีเกลือและพริกไทยให้เติมจนกว่าจะพอใจเช่นกัน เมนูนี้สามารถใส่ข้าวลงไปเพื่อทำให้กลายเป็นข้าวต้มก็ได้เช่นกัน ไส้กรอกเลือดจะมีความแน่นๆ รสชาติจืดๆมีกลิ่นขิงแทรก เปรียบเทียบได้กับไส้กรอกอีสาน ต่างกันแค่ไม่เปรี้ยวเท่านั้นเอง เครื่องในทำออกมาได้ดี ดับกลิ่นสนิทและต้มจนเปื่อย เป็นซุปที่ช่วยลดความเลี่ยนจากการทานเมนูอื่นๆ ได้เป็นอย่างดี - Cheese-TteokBokKi ราคา 250 บาท: เมนูอาหารเกาหลีสุดเบสิค ที่มีแป้งต็อกไส้ชีสเป็นส่วนประกอบหลัก เติมด้วยออบุกหรือปลาเส้นที่หั่นเป็นเส้นยาวๆ กิมจิผักกาดขาว และราดซอสสูตรลับประจำร้าน รสชาติจะออกไปทางเค็มๆและหวานๆ แป้งต็อกอร่อยชีสเยิ้มใช้ได้ ส่วนออบุกให้รสชาติเค็มๆ เพิ่มความอร่อยให้กับแป้งต็อกได้เป็นอย่างดี - Bossam ราคา 350 บาท: เมนูหมูสามชั้นต้ม เสิร์ฟคู่กับผักกาดขาวสด และกิมจิไช้เท้าดองที่ท๊อปด้วยหอยนางรมสดๆ เป็นเมนูแปลกๆ ที่ดูเหมือนจะไม่เข้ากันสักเท่าไร วิธีทานให้นำหมูมาวางบนผัก และแปะด้วยกิมจิที่มีหอยนางรมด้วยนั่นแหละ จากนั้นให้นำเข้าปาก รสชาติจะมีความทะเลๆ จากตัวหอยนางรมที่สดใหม่ กิมจิเพิ่มความเปรี้ยวและชูรสชาติของหมูสามชั้นต้มให้เด่นขึ้น ตัวหมูเองก็ต้มจนนิ่มทานได้ทั้งชิ้นโดยไม่ต้องออกแรงเคี้ยว ส่วนผักกาดขาวเพิ่มความกรุบกรอบ ทำให้จานนี้มี Texture ที่ครบเครื่องในตัว โดยไม่ต้องเติมอย่างอื่นแต่อย่างใด - Kimchi-jiigae ราคา 180 บาท: ซุปกิมจิฉบับต้นตำรับเสิร์ฟพร้อมกับข้าวสวย ภายในก็จะมีเต้าหู้ และกิมจิผักกาดขาวที่เป็นส่วนประกอบหลัก มีเนื้อสัตว์เป็นหมูสามชั้นที่ต้มจนนิ่ม ไม่ต้องออกแรงเคี้ยวแต่อย่างใด เต้าหู้ขาวออกหอมๆ ทานได้เพลินๆ ส่วนรสชาติซุปจะออกเข้มข้น ไปทางเปรี้ยวผสมกับเค็ม ไม่ใช่เปรี้ยวแบบแกงส้มเหมือนร้านอื่นๆ - Dolsot-bibimbap ราคา 220 บาท: ข้าวยำเกาหลีในหม้อหินร้อนๆ เป็นเมนูที่ Recommend ที่สุดของร้านนี้ ประกอบไปด้วยข้าวเกาหลี ไช้เท้า แครอท ถั่วงอก สาหร่าย ผักปวยเล้ง และหมูสับ โปะด้วยไข่ดาว พร้อมกับซอสโคชูจังปรุงรสของทางร้านที่รสชาติจะออกไปทางหวานๆ ถ้าหากชอบทานกรอบๆ ควรรอให้เสียงเริ่มเบาลง แล้วค่อยคลุกให้เข้ากัน และไม่ต้องกลัวว่าข้าวจะไหม้ไปก่อน ความอร่อยของจานนี้อยู่ที่ซอสที่ให้รสชาติออกหวานนำและเค็มตาม เป็นเอกลักษณ์เฉพาะร้านนี้ที่ไม่มีร้านใดเหมือน และตัวข้าวที่ร้อนอยู่ตลอดเวลา ทำให้สามารถทานได้เรื่อยๆ โดยไม่รู้สึกจุกแต่อย่างใด แถมยังได้ความกรุบกรอบทานได้เพลินๆ เช่นกัน รสชาติอาหารโดยรวมถือได้ว่าเป็นอาหารเกาหลีขนานแท้ ทั้งซุปซุนแดที่รสชาติจืดเหมือนต้นตำรับแต่อร่อยแบบธรรมชาติ ต็อกชีสที่ทานได้เพลินๆ เหมือนเป็นออเดิร์ฟแบบเกาหลี โบซัม ที่เปลี่ยนจากหมูสามชั้นย่างมาเป็นหมูสามชั้นต้มที่ทานได้ง่ายและไม่หนักท้องแถมยังนำหอยนางรมมาชูความอร่อยของจานนี้ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น หรือจะเป็นซุปกิมจิสูตรเข้มข้น รสชาติเข้มข้นเหมือนต้นฉบับ และข้าวยำเกาหลีร้อนๆ ที่เป็นที่สุดแห่งความอร่อย นอกจากนี้เครื่องเคียงเองก็ทำออกมาได้ดีทุกเมนู หากใครชอบเมนูไหนก็สามารถซื้อกลับเพิ่มเติมได้เช่นกัน ในส่วนของการบริการ ด้วยความที่เป็นร้านอาหารเกาหลี การขอเครื่องเคียงหรือเครื่องดื่มเพิ่มเติมเป็นเรื่องที่ปกติมากๆพนักงานจะเสิร์ฟด้วยความรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และการให้บริการอื่นๆ ก็รวดเร็วเช่นเดียวกัน สำหรับใครก็ตามที่ดูซีรีย์เกาหลี อยากจะทานหมูสามชั้นย่าง กิมจิ จับแช และเมนูเกาหลีแปลกๆ อื่นๆ ที่ร้านอาหารเกาหลีในไทยอื่นๆ ไม่ค่อยมีกัน ลองโทรจอง หรือ walk-in มาทานร้านนี้สักครั้ง แล้วจะรู้ว่าอาหารเกาหลีมีดีกว่าที่คุณคิด 💚 สามารถตามติดชีวิตการกินของเป็ดน้อยต่อได้ที่ 💚 👇🏻👇🏻 🍭Fan Page : https://www.facebook.com/PednoiiPakin 🍭IG : PednoiiPakin || pednoii_ahha *กรณีต้องการนำรูปไปใช้งานให้ขออนุญาตและให้เครดิตทุกครั้ง มิฉะนั้นจะถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์และแจ้งความทุกกรณี เพิ่มเติม
  • 6
  • 0
avatar image Veerapat Ma
2022/05/01
scene type icon
Plieu Cafe อำเภอเมืองนนทบุรี เบเกอรี่/เค้ก
ย่านสนามบินน้ำ เป็นย่านชุมชนที่มีคนอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น คอหวยหลายๆ คนย่อมรู้จักสนามบินน้ำเป็นอย่างดี เพราะเป็นที่ตั้งอาคารสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลนั่นเอง ดังนั้นย่านนี้น่าจะต้องมีร้านอาหารหรือคาเฟ่ดีๆ สักร้านให้รีวิวแน่นอน และบังเอิญมาเจอร้านๆนึง ที่เปิดมาตั้งแต่ปี 2013 แล้ว แต่ก็อยากจะแนะนำให้มาลองกับร้าน “Plieu” ร้านกาแฟเล็กๆ แต่คุณภาพดีสมชื่อ ตำแหน่งร้านอยู่ใน Plus Park Avenue ไม่ใกล้ไม่ไกลจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เป็นโซนที่นำทาวน์โฮมมาทำเป็นสำนักงานออฟฟิศซะส่วนใหญ่ สามารถขับรถเข้าไปจอดแถวๆ ร้าน หรือขับตรงเข้าไปด้านในและจอดชิดกำแพงก็ได้เช่นกัน หน้าร้านจะมีมุมถ่ายรูปชิคๆ เป็นม้านั่งพร้อมฉากหลังแบบ Minimal ภายในร้านจะมีที่นั่งอยู่หลายโซน โดยจะมีโซนหน้าต่างซึ่งเป็นจุดที่สวยที่สุดของร้าน นอกนั้นจะเป็นที่นั่งแบบคาเฟ่ทั่วๆไป ด้านในจะเป็นเคาเตอร์สั่งอาหาร และมีขนมสำเร็จรูปที่ทางร้านทำเองจำหน่ายด้วยเช่นกัน และยังมีชั้น 2 ด้วย แต่ถ้าเป็นวันหยุดหรือลูกค้าไม่เยอะจะไม่ได้เปิดให้บริการ เมนูอาหารร้านนี้จะมีทั้งของคาว ของหวาน และเครื่องดื่มให้บริการครบจบในร้านเดียว นอกจากนี้ยังมีเมนูพิเศษประจำ Season ซึ่งสามารถสอบถามกับทางร้านเพิ่มเติมได้ โดยเมนุที่ได้ทานวันนี้ก็จะมี - Mango Sticky Rice cake ราคา 165 บาท: เมนูเค้กที่ได้แรงบันดาลใจจากข้าวเหนียวมะม่วง รสชาติก็จะออกไปทางมะม่วงน้ำดอกไม้ที่มีรสชาติออกเขียวๆ หน่อยๆ ตัวชั้นเค้กที่เป็นครีมจะผสมกับมะม่วงน้ำดอกไม้ ตรงกลางมีข้าวเหนียวที่ผสมกับน้ำกะทิแทรกอยู่ และด้านล่างสุดเป็นเนื้อเค้กฟู ทานพร้อมกันเข้ากันได้ดี แต่จุดนึงที่อาจจะต้องปรับปรุงเพิ่มอีกนิด คงเป็นส่วนของข้าวเหนียวที่ออกเละไปสักหน่อย ถ้าเต็มเม็ดแน่นๆ และกะทิข้นกว่านี้ Perfect เลย - Dirty ราคา 160 บาท: แก้วนี้หากสั่งแบบ Maddog Blend จะเพิ่มราคาอีก 30 บาท หน้าตาดูแน่นดี โดยเฉพาะครีมและนมด้านล่างที่มีความเข้มข้นกว่าร้านอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด และทำให้ตัวกาแฟจะค่อยๆ ไหลช้าๆ ลงไปเรื่อยๆ ทำให้รสชาติมีมิติที่น่าสนใจยิ่งขึ้น ถ้าทานบนๆ เราจะได้ความขมออกฟรุตตี้ชัดมากๆ มีกลิ่นเฉพาะตัวนิดๆ ส่วนที่ผสมนมรสชาติก็จะเบาขึ้นและทานได้ง่ายขึ้นเรื่อยๆ จนหมดแก้ว เป็นเมนูที่ทานได้เพลินมากตัวนึงของทางร้าน - Black tea lemon plum ราคา 150 บาท: เมนูพิเศษประจำช่วงหน้าร้านแบบนี้ จะเป็นชาซีลอนผสมกับเลมอนและบ๊วย รสชาติจะออกไปทางเฟรชๆ ให้ความสดชื่นในยามบ่ายได้เป็นอย่างดี มีความคล้ายคลึงกับชาลิปตันแต่รสชาติจะลึกกว่า มีความละมุนและนุ่ม ไม่ฝาดๆ หรือเปรี้ยวจนเกินไป ในส่วนของหวาน และเครื่องดื่มที่ได้ทานในวันนี้ ภาพรวมถือว่าทำออกมาได้ดี โดยเฉพาะในส่วนกาแฟอันนี้คือชอบมาก ส่วนเครื่องดื่ม non-coffee อย่าง Black tea lemon plum ก็ให้ควาดสดชื่นได้ดีในวันที่อากาศร้อนๆ การบริการจะเน้นเป็น Self Service แต่ถ้าหากสงสัยว่าแต่ละเมนูเป็นอย่างไร ทางพนักงานก็สามารถแนะนำอาหารที่เหมาะกับเราได้เหมือนกัน 💚 สามารถตามติดชีวิตการกินของเป็ดน้อยต่อได้ที่ 💚 👇🏻👇🏻 🍭Fan Page : https://www.facebook.com/PednoiiPakin 🍭IG : PednoiiPakin || pednoii_ahha *กรณีต้องการนำรูปไปใช้งานให้ขออนุญาตและให้เครดิตทุกครั้ง มิฉะนั้นจะถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์และแจ้งความทุกกรณี เพิ่มเติม
  • 9
  • 0
avatar image Veerapat Ma
2022/05/01
7/7 ร้านหวานทุกวัน ตลาด อตก จตุจักร สตรีทฟู้ด/รถเข็น
เมื่อมาถึงช่วงฤดูร้อนแบบนี้ ผลไม้ขึ้นชื่อประจำเทศกาลย่อมเป็น “ทุเรียน” ราชาผลไม้ที่ใครหลายๆ คนอาจจะไม่ชอบโดยเฉพาะกลิ่นอันเฉพาะตัว แต่กับใครหลายๆ คน ถือได้ว่าเป็นเมนูสุดพิเศษที่ต้องลิ้มลองให้ได้ถึงแม้ว่าจะแพงเท่าไรก็ตาม แน่นอนว่า การที่เราจะได้ทานทุเรียนอร่อยๆ นั้น ขึ้นอยู่กับประสบการณ์และเทคนิคในการเลือกซื้อ และความอร่อยของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกันอีก ดังนั้น หากเราจะไปวัดดวงกับการเคาะทุเรียนเปลือกหนาๆ บางครั้งเราอาจจะได้ทุเรียนที่ไม่อร่อยก็ได้เช่นกัน ดังนั้น การเลือกร้านค้าที่จำหน่ายทุเรียน อาจจะเป็นการแก้ปัญหานี้ได้ และ 1 ในแหล่งที่จำหน่ายทุเรียนที่ดีที่สุดในกรุงเทพนั้น คงไม่พ้นตลาด อตก. นั่นเอง แต่กระนั้นในตลาดเองก็มีหลายร้านที่จำหน่ายทุเรียน ซึ่งราคาก็แพงมากน้อยขึ้นอยู่ สายพันธุ์ แหล่งที่มา รวมทั้งการคัดสรรเกรดความอร่อยของแต่ละร้านก็ไม่เหมือนกันอีก หลังจากที่เดินดูหลายๆ ร้าน แล้วมาเจอร้านๆ นึงที่อยากมาแนะนำให้เพื่อนๆ รู้จักกัน นั่นคือร้าน “7/7 ร้านหวานทุกวัน” ณ แผง 7/7 ตำแหน่งร้านนี้อยู่ในโซนขายผลไม้ ติดกับฝั่งที่เลียบถนนกำแพงเพชร หาไม่ยากโดยการสังเกตจากป้ายเบอร์ร้าน ทุเรียนที่ทางร้านนำมาจำหน่ายจะเป็นของจังหวัดจันทบุรี ขายแยกเป็นพูและชั่งน้ำหนักตามชิ้นไม่รวมเปลือก โดยมีให้เลือกทั้งพันธุ์หมอนทอง และก้านยาว ซึ่งราคาเริ่มต้นอยู่ที่ขีดละ 300 และ 350 บาท ตามลำดับ ซึ่งราคาถือว่าสูงกว่าร้านอื่นๆ ที่เริ่มต้นเพียงขีดละ 100 บาท แต่ก็แลกกับการที่เราสามารถเลือกได้เลยว่าอยากจะทานแบบไหน ทั้งแบบกรอบๆ ที่จะให้รสสัมผัสกรอบๆ เหมือนทานมันแกว แบบกรอบนอกนุ่มในที่อยากนิยามว่า Medium Rare หรือแบบสุกแล้วที่เริ่มเป็นปลาร้าสำหรับคนชอบทานแบบเละๆ ก็เลือกได้หมด นอกจากการที่เราเลือกได้ว่าอยากจะทาน Texture แบบไหน สิ่งที่ดีงามต่อมาคือ ทางร้านจะหยิบแบบที่อยากทานให้ชิมก่อน ซึ่งตอนแรกที่หยิบให้ทานไม่ได้กลิ่นอะไร สีสวยทุกพู ได้ลองทั้งแบบพูกรอบๆ และพูกรอบนอกนุ่มใน ก็ให้ความอร่อยที่แตกต่างกันไป โดยพูกรอบจะมีความเป็นมันแกว ไม่หวานมาก เหมาะกับคนไม่ทานหวาน แต่ถ้าเป็นพูกรอบนอกนุ่มในซึ่งเป็นที่นิยมมากกว่า ด้านนอกจะจืดๆ ทานแล้วให้ความกรอบที่กำลังดี ส่วนด้านในจะออกหวานแบบฉ่ำ มีความมันๆ แทรกเป็นระยะ ซึ่งส่วนตัวก็ให้คะแนนเทมาแบบหลังมากกว่า และสุดท้าย เราสามารถเลือกได้เลยว่าอยากได้พูไหน โดยลองกดหรือจับก็ได้เช่นกัน ถ้าอยากทานหลายๆ แบบก็คิดราคาเดียวกัน ถ้ากลัวว่าพูที่เลือกมาจะไม่ตรงกับที่ชิม ทางร้านจะบอกเลยว่า ทุกพูที่จับอยู่รวมกันจะมาจากลูกเดียวกัน การันตีว่ารสชาติเหมือนที่ชิมอย่างแน่นอน หลังจากที่เราเลือกแล้วว่าจะซื้อพูไหนบ้าง ทางร้านก็จะแพ็คกิ้งใส่กล่องพลาสติกอย่างดี ไม่เหมือนกับร้านอื่นๆ ที่จะใส่ในกล่องโฟมและซีลอีกชั้นเฉยๆ แถมการแพ็คกิ้งก็จะกันกระแทกด้วยทิชชูด้านในให้อีกที รับรองได้ว่าเปิดทานแล้วหน้าตาเหมือนเดิมกับที่เห็นตอนซื้อแน่นอน และยังมีแถมพูเล็กๆ ให้มาทานอีกด้วย อันที่จริง ทุเรียนใน อตก. มีทั้งราคาถูกและแพง แต่ส่วนใหญ่แล้วจะมีการขายเป็นแบบผ่าแล้วทั้งสิ้น อันนี้แล้วแต่เราเลยว่าอยากจะเลือกซื้อร้านไหน แต่เหตุผลที่เลือกร้านนี้ คงเป็นเพราะคุณภาพของทุเรียน ที่คัดสรรเฉพาะส่วนที่ดีที่สุดมาให้ทาน และพิสูจน์ว่าดีจริงด้วยการให้ชิมจนกว่าจะพอใจ ชอบแบบไหนก็เลือกให้ได้ จนถึงการแพ็คกิ้งที่พรีเมี่ยมและไม่ทำให้น้องทุเรียนเละนั่นเอง 💚 สามารถตามติดชีวิตการกินของเป็ดน้อยต่อได้ที่ 💚 👇🏻👇🏻 🍭Fan Page : https://www.facebook.com/PednoiiPakin 🍭IG : PednoiiPakin || pednoii_ahha *กรณีต้องการนำรูปไปใช้งานให้ขออนุญาตและให้เครดิตทุกครั้ง มิฉะนั้นจะถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์และแจ้งความทุกกรณี เพิ่มเติม
  • 3
  • 0
avatar image Veerapat Ma
2022/05/01
scene type icon
kokowa izakaya ปากเกร็ด (นนทบุรี) อาหารญี่ปุ่น
ร้านอิซากายะเปิดมาได้สักพักแล้วในโครงการ Landmark ติดถนนราชพฤกษ์ การเดินทางเหมาะกับรถยนต์ส่วนตัว ขับมาเส้นราชพฤกษ์ฝั่งขาเข้า หากเห็นป้ายมังกรฟ้าแล้วสามารถเลี้ยวเข้าได้เลย และขับมาจอดที่แถวๆ ร้านได้เลยเช่นกัน ซึ่งที่จอดรถเองมีเยอะมาก ไม่ต้องวนหาแต่อย่างใด ตัวร้านจะเป็นโทนสีดำๆ มีที่นั่งทั้ง indoor และ outdoor โดย indoor จะเป็นห้องแอร์เย็นๆ และมีที่นั่งให้เลือกนั่งได้เยอะมาก แนะนำว่าควรมาช่วงประมาณ 5 โมงเย็นลูกค้าจะยังไม่เยอะมากและไม่ต้องรออาหารนาน เมนูอาหารเองก็จะเป็นแนวอิซากายะ ที่เน้นเป็นกับแกล้มคู่กับแอลกอฮอล์ต่างๆ ทั้งปิ้ง ย่าง ต้ม ชาบู หรือจะเป็นซูชิซาซิมิเองก็มีให้สั่งได้เช่นกัน สำหรับเมนูที่ทานวันนี้ก็จะมี - ลิ้นวัวย่าง ราคา 35 บาท ใน 1 ไม้จะมีอยู่ด้วยกัน 4 ชิ้น พร้อมกับต้นหอมย่างอีก 1 เพื่อทานตัดเลี่ยน ย่างได้กำลังดี มีความนุ่มแบบกรึบๆ ไม่ต้องออกแรงเคี้ยวเยอะมาก ปรุงรสชาติได้กำลังดีเช่นกัน - มันปูย่าง ราคา 198 บาท โรยหน้าด้วยเนื้อปูหิมะ มาเป็นเตาที่ด้านล่างใช้แอลกอฮอล์ให้ความร้อน ควรจะย่างให้เดือดก่อนแล้วค่อยทาน รสชาติดีมีความหอมมัน ออกเค็มๆ ทานได้เพลินมากๆ โดยลองเอาครีบปลากระเบนย่างมาจิ้มแทนมายองเนส ก็อร่อยไปอีกแบบครับ - ครีบปลากระเบนย่าง ราคา 128 บาท: ปริมาณเยอะใช้ได้ เสิร์ฟมาคู่กับมายองเนส รสชาติออกหวานๆ เพิ่มความมันด้วยการจิ้มมายองเนส หรือถ้าสั่งมันปูมาทานด้วย ลองทานด้วยกันมันดีมากเช่นกัน - มิโซะซุป ราคา 28 บาท: ซุปมิโซะรสชาติทั่วๆไป ทานแล้วชุ่มคอกำลังดี เหมาะกับทานตัดกับอะไรที่แห้งๆ เช่นของย่าง - ปลาหมึกยักษ์ดองวาซาบิ ราคา 128 บาท: ปริมาณเยอะพอใช้ได้เช่นกัน ไม่แน่ใจว่าเป็นแบบแช่แข็งแล้วนำมาละลายหรือเปล่า ปลาหมึกมีความกรึบๆ ทานได้เพลินๆ ส่วนวาซาบิมีความฉุนพอสมควร - หมึกหิ่งห้อยย่าง ราคา 78 บาท: เมนูเฉพาะช่วงหน้าฤดูใบไม้ผลิเข้าฤดูร้อน ปกติแล้วจะเห็นในโอมากาเสะมากกว่า แต่ร้านนี้มีเสิร์ฟด้วยเลยลองสั่งมา หน้าตาดูดี ทานแล้วเราจะได้ความมันๆ เนื้อเด้งๆ กำลังดี มีความแข็งหน่อยๆ ในส่วนของลูกตาปลาหมึกที่ติดมาด้วย - แซลมอนซาซิมิ ราคา 168 บาท: มีด้วกัน 5 ชิ้น ไขมันไม่ได้เยอะมากเพราะเป็นช่วงหน้าร้อน เนื้อมีความลีนๆ ไม่คาว จิ้มกับโชยุอร่อย แต่ถ้าให้ดีควรจะวางบนไช้เท้าขูดหรืออะไรก็ได้ที่ไม่ให้เนื้อปลาสัมผัสกับน้ำแข็งโดยตรง - แซลม่อนดองซีอิ๊ว ราคา 288 บาท: เมนูแซลมอนอีกแบบที่ผ่านการดองในโชยุปรุงรสด้วยพริกและกระเทียม เวลาทานให้ตักมาวางบนสาหร่ายและราดซอสซีฟู้ดลงไปนิดๆ รสชาติดี มีความหอมสาหร่ายในปาก ออกเผ็ดจัดจ้านปิดท้าย - ชาเขียวร้อนรีฟิว ราคา 60 บาท: ชาเขียวที่สามารถรีฟิวได้เรื่อยๆ รสชาติโดยรวมดี แต่เวลาชงบางทีก็มีใส่ใบชา บางทีก็ไม่มีเช่นกัน อันนี้ควรจะเช็คก่อนเสิร์ฟครับ รสชาติอาหารโดยรวมถือว่าดีครับ ที่ชอบที่สุดคงยกให้ลิ้นวัวย่างและหมึกหิ่งห้อยตามลำดับ ที่จะมีติก็มีแค่เครื่องดื่มที่ชงแต่ละครั้งไม่เท่ากันเลย ส่วนการบริการ ถ้าเป็นช่วงที่ลูกค้าไม่เยอะ ก็จะให้บริการเร็ว แต่พอเป็นช่วง Prime Time คนเริ่มเยอะ ก็จะให้บริการช้าสักหน่อยครับ แนะนำว่าเวลาสั่งอาหารควรสั่งให้ครบเลย หากมาสั่งทีหลังก็จะล่าช้าหน่อยและบางทีอาจจะต้องตามอีกที 💚 สามารถตามติดชีวิตการกินของเป็ดน้อยต่อได้ที่ 💚 👇🏻👇🏻 🍭Fan Page : https://www.facebook.com/PednoiiPakin 🍭IG : PednoiiPakin || pednoii_ahha *กรณีต้องการนำรูปไปใช้งานให้ขออนุญาตและให้เครดิตทุกครั้ง มิฉะนั้นจะถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์และแจ้งความทุกกรณี เพิ่มเติม
  • 8
  • 0
avatar image Veerapat Ma
2022/05/01
ขนมจีนแม่ต้อย บางแค ขนมจีน
ร้านขนมจีนที่มาเปิดใหม่อยู่แถวๆ บ้านมาได้สักพักแล้ว ตัวร้านเป็นตึกแถวห้องเดียวแถวๆ ซอยงามปัญจะ ที่เป็นโซนร้านอาหารมาเปิดเยอะๆ สามารถไปนั่งทานที่ร้านก็ได้ หรือจะสั่งผ่าน Delivery ก็ได้เช่นกัน เมนูอาหารร้านนี้เยอะมาก โดยส่วนมากจะเป็นขนมจีนกับแกงต่างๆ แต่จริงๆ แล้วมันมีอยู่ 1 เมนูที่หลายๆ คนสั่ง คือขนมต้มนั่นเอง โดยปกติแล้วจะหมดตั้งแต่หน้าร้าน และไม่ค่อยเหลือมาให้สั่งผ่าน Delivery ได้ แต่ไม่รู้ทำไมวันนั้นเปิดผ่าน App Robinhood และเห็นพอดี ไม่รอช้ากดสั่งเลยครับ เมนูแรกเป็น ขนมจีนน้ำพริกปู-กุ้ง ราคา 75 บาท แยกแพ็คมาเป็นอย่างดี โดยตัวน้ำพริกก็จะใส่ในถุง และขนมจีนที่มีใส่ผักมาให้เรียบร้อย ตัวแกงจะเป็นเครื่องแกงที่ผสมทั้งเนื้อกุ้งและปูเข้าไปก่อนโขลกให้ละเอียดแล้วนำมาทำเป็นแกง รสชาติทั่วๆไป มีความหวานและออกเผ็ดกลางๆ ส่วนเส้นขนมจีนไม่มีกลิ่นหืนๆ ส่วนเมนูขนมต้ม ราคา 75 บาท เป็นกล่องไซส์ใหญ่ ตอนแรกสั่ง 2 กล่องแต่ทางร้านเตรียมให้ได้แค่กล่องเดียว และทางร้านก็ใช้วิธีคืนเงินส่วนต่างมาให้ หน้าตาดูแน่นและเต็มกล่องดี โดยด้านบนจะเป็นมะพร้าวอ่อนขูด พอจิ้มลงไปด้านล่างจะเป็นแป้งขนมต้มที่ออกหนึบๆ และไม่มีสอดไส้ ความอร่อยคงจะอยู่ที่มะพร้าวอ่อน เพราะมันหอมมากๆ ทานกับแป้งที่หนึบๆ ก็เข้ากันได้ดี แต่ถ้าทานเยอะๆ ก็มีแอบเลี่ยนเหมือนกัน โดยรวมแล้วรสชาติอาหารถือว่าใช้ได้ ตัวขนมจีนรสชาติดีแต่ราคาสูงไปนิด ส่วนขนมต้มอันนี้ก็เยอะเกินทานไม่หมด ปกติที่ร้านจะมีให้สั่งได้ 2 ไซส์แต่วันนี้มีแต่ไซส์ใหญ่ การแพ็คกิ้งดีไม่มีหกแต่อย่างใด 💚 สามารถตามติดชีวิตการกินของเป็ดน้อยต่อได้ที่ 💚 👇🏻👇🏻 🍭Fan Page : https://www.facebook.com/PednoiiPakin 🍭IG : PednoiiPakin || pednoii_ahha *กรณีต้องการนำรูปไปใช้งานให้ขออนุญาตและให้เครดิตทุกครั้ง มิฉะนั้นจะถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์และแจ้งความทุกกรณี เพิ่มเติม
  • 1
  • 0
avatar image Veerapat Ma
2022/05/01
สเตชั่น เส้นสด สปาเก็ตตี
ร้านพาสต้าเส้นสดโฮมเมดเปิดใหม่อีกร้านแถวๆ ท่าพระ เป็นร้านที่โน๊ตไว้สักพักแล้วว่าจะสั่งมาทาน วันนี้มีโอกาสสั่งแล้ว เลยกดสั่งผ่าน Delivery ของ Robinhood เนื่องจากค่าส่งไม่แพงนั่นเอง สำหรับร้านนี้จะมี Special Menu ในแต่ละวันไม่เหมือนกัน ซึ่งหากอยากจะรู้ว่าวันนี้เมนูพิเศษจะเป็นอะไร สามารถเปิดดูผ่าน Facebook ได้เลยครับ โดยวันที่ผมสั่งจะเป็น สปาเกตตี้ใบเหลียงกะทิกุ้งสด ราคา 189 บาท เสิร์ฟมาในถ้วยกระดาษพร้อมราดซอสเรียบร้อย หน้าตาดูดีใช้ได้มีกุ้ง 2 ตัว ตัวเส้นจะเป็นเส้นสดที่ทานแล้วรู้สึกว่ามีความกึ่งๆ ระหว่างเส้นสดกับสำเร็จรูป เพราะมันมีความกรึบๆ เด้งนิดๆ ไม่ได้ออกเละเหมือนร้านอื่นๆ ถือว่าผ่านครับ ส่วนแกงกะทิ มีความข้นๆ หวานมัน เผ็ดเครื่องแกงนิดๆ เดาว่าใส่พริกแห้งด้วย ใบเหลียงเป็นแบบใส่ลงไปตอนเดือดแล้วเพื่อไม่ให้เหี่ยว หน้าตายังดูดีและนิ่มๆ ส่วนกุ้งเนื้อมีความเด้งกรอบใช้ได้เช่นกัน โดยรวมแล้วถือว่ารสชาติอร่อยครับ ตัวเส้นทำออกมาได้ดีมีความหนึบๆ เด้งๆ และไม่เละ ส่วนแกงกะทิก็อร่อยเช่นกัน การแพ็กกิ้งดีไม่มีหกแต่อย่างใด ช้าอย่างเดียวคือตอนทำอาหาร เข้าใจว่าทำแบบชามต่อชามเลยใช้เวลานานพอสมควร 💚 สามารถตามติดชีวิตการกินของเป็ดน้อยต่อได้ที่ 💚 👇🏻👇🏻 🍭Fan Page : https://www.facebook.com/PednoiiPakin 🍭IG : PednoiiPakin || pednoii_ahha *กรณีต้องการนำรูปไปใช้งานให้ขออนุญาตและให้เครดิตทุกครั้ง มิฉะนั้นจะถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์และแจ้งความทุกกรณี เพิ่มเติม
  • 4
  • 0
avatar image Veerapat Ma
2022/05/01
scene type icon
Mu-Gata เนื้อย่าง/ยากินิกุ
ร้านบุฟเฟ่หมู+เนื้อกระทะในสไตล์ญี่ปุ่นหรือยากินิคุ ตำแหน่งร้านอยู่ในซอยบางเพรี้ยที่ติดอยู่กับซอยราชพฤกษ์ 6 โดยทางเข้าจะมีป้ายบอกอยู่ ซึ่งอย่าเลี้ยวผิดเพราะจะกลายเป็นเข้าซอยราชพฤกษ์ 6 แทน ขับตรงเข้าไปสุดจะเจอที่จอดรถที่ใหญ่มากๆ แต่เวลาจอดถ้ารถเยอะๆ อาจจะต้องจอดซ้อนคัน ตัวร้านเองจะเป็นแบบบ Open Air มีที่นั่งทั้งในร่มและด้านนอก มีพัดลมเยอะมาก ส่วนหนึ่งไว้คลายร้อย แต่จริงๆ น่าจะใช้ไล่ควันมากกว่า คำแนะนำสำหรับร้านนี้เลยคือควรนั่งด้านต้นลม หากไปนั่งปลายลมจะได้ควันจากโต๊ะที่อยู่ก่อนหน้าลอยเข้ามาด้วยนั่นเอง ร้านนี้จะเป็นบุฟเฟ่ เริ่มต้นที่ 329 สำหรับเนื้อหมู และ 429 สำหรับเนื้อวัว ถ้าสมมติว่าไปทานกับคนในกลุ่มแล้ว มีใครไม่กินเนื้อ ทางร้านจะใช้วิธีแยกเตาให้เลย และเวลาสั่งก็ต้องสั่งแยกกัน จะมาปนกันไม่ได้ โดยเมนูทั้งหมดจะจดผ่านกระดาษ และยื่นให้กับพนักงาน พนักงานจะเป็นคนเตรียมและนำมาเสิร์ฟให้ถึงโต๊ะ ส่วนน้ำและไอศกรีม สามารถเดินไปตักเองได้ สำหรับเตาร้านนี้ ถึงแม้ชื่อร้านหมูกระทะ แต่เตาจะเป็นเตาตะแกรงแบบยากินิคุ โดยจะใส่ถ่านไม่เยอะเท่าไร และระยะห่างระหว่างถ่านกับตะแกรงจะเยอะพอสมควรเลยทีเดียว ซึ่งแบบนี้มีข้อดีตรงที่เนื้อจะไม่ไหม้เร็ว และไฟจะไม่ค่อยไหม้หากปิ้งเนื้อสัตว์ที่มีสัดส่วนของไขมันเยอะครับ แต่ด้วยความที่ร้านนี้ใช้พัดลมเป่าควันอย่างเดียว แน่นอนว่าตัวเหม็นแน่นอน เริ่มต้นกันที่ส่วนของเนื้อสัตว์ ถ้าเป็นหมู จะแนะนำให้สั่งตระกูลเบคอน หน้าตาก็คือสามชั้นดีๆ นี่แหละ แต่ที่อร่อยเลยคือ เบคอนพันเห็ดเข็มทอง จะมีความมันๆ หอมๆ ตอนทาน ส่วนเนื้อวัว มีหลายส่วนให้ลอง ถ้าชอบโปรตีน จะเป็นใบพายอันใหญ่ๆ หรือริบอายที่จะมีไขมันแทรกนิดๆ ไม่เยอะมาก แต่ถ้าไขมันล้วนๆ จะมี เนื้อสามชั้น และเสือร้องไห้ ที่อันนี้ดีแนะนำให้สั่ง โดยทางร้านจะสไลด์บางมากๆ ทำให้ทานแล้วไม่รู้สึกเหนียว แต่ถ้าย่างนานไปก็จะแห้งเลย ส่วนเครื่องใน 1 อย่างที่อยากให้สั่งคือลิ้น อันนี้เราจะกำหนดไม่ได้เลยว่าจะได้ทานเป็นปลายลิ้นหรือโคนลิ้น หากได้โคนลิ้นก็จะโชคดีหน่อย ออกนิ่มๆ ย่างและจิ้มกับซีฟู้ดคือเข้ากันมาก ส่วนปลายลิ้นอาจจะต้องย่างให้นานหน่อยจะนิ่มกว่าครับ ส่วนที่ไม่แนะนำให้สั่งคือตระกูลซีฟู้ด ลองสั่งปลาหมึกมา หน้าตาดูไม่ค่อยดีเท่าไร สุดท้ายย่างทิ้งหมด ส่วนเครื่องเคียงที่มีให้สั่ง ก็จะเป็นผักห่อต่างๆ กระเทียมย่างเนย และอื่นๆ เสียดายที่ไม่มีให้สั่งเห็ดเข็มทอง นำมาย่างและทานกับเบคอนน่าจะเพลินๆ เลยครับ ยังมีกิมจิและไช้เท้าดองให้สั่งมาทานตัดเลี่ยนได้เช่นกัน ส่วนเมนูที่ไม่แนะนำคือสลัดข้าวโพด ทางร้านจะผสมกับพริกหยวกสับชิ้นเล็กๆ ที่ทำให้จานนี้กลิ่นแปลกๆ ไปสักหน่อย ส่วนสายซดซุป ก็มีซุปมิโซะให้สั่งเช่นกัน ส่วนของเครื่องดื่ม ก็จะเป็นตระกูลน้ำหวานและน้ำอัดลม ส่วนผมลองกดน้ำชาเขียวมาลอง ซึ่งเป็นแบบจืด อันนี้ดีครับ และไอศกรีมเป็นของแมกโนเลีย โดยรวมแล้ว ถ้าเป็นส่วนของเนื้อสัตว์ถือว่าคุ้มครับ โดยเฉพาะใครทานเนื้อและสั่งส่วนเสือร้องไห้ หรือสามชั้นอันนี้เพลินมากๆ เนื้อหมูก็อร่อยเช่นกันแต่ไม่ได้ Recommend เท่ากับเนื้อวัวครับ ส่วนที่ต้องปรับปรุงน่าจะเป็นพวกเครื่องเคียงที่ยังไม่อร่อยเท่าที่ควร การบริการร้านนี้ถือว่าดีครับ พนักงาน Service เร็วและเจ้าของร้านเองก็เฟรนลี่เช่นกัน การจัดวางโต๊ะร้านนี้จะห่างกันมาก ไม่แออัดแต่อย่างใด แต่อย่างที่บอกไปแต่แรกว่า ด้วยความที่ใช้พัดลมเป่าควัน กลับบ้านต้องอาบน้ำเลยครับ 💚 สามารถตามติดชีวิตการกินของเป็ดน้อยต่อได้ที่ 💚 👇🏻👇🏻 🍭Fan Page : https://www.facebook.com/PednoiiPakin 🍭IG : PednoiiPakin || pednoii_ahha *กรณีต้องการนำรูปไปใช้งานให้ขออนุญาตและให้เครดิตทุกครั้ง มิฉะนั้นจะถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์และแจ้งความทุกกรณี เพิ่มเติม
  • 3
  • 0
avatar image Veerapat Ma
2022/05/01
scene type icon
ธินเพรสโซ (TINPRESSO) สุขุมวิท101/1 กาแฟ
หนึ่งในร้านกาแฟที่เล็งไว้นานแล้วว่าจะมา แต่ด้วยการเดินทางมาร้านนี้ค่อนข้างลำบากพอสมควรเลยไม่ได้มาสักที พอวันนี้มาทำธุระแถวนี้พอดีเลยมีโอกาสได้แวะสักที ตัวร้านอยู่ในซอยวชิรธรรมสาธิต 21 ซึ่งเป็นซอยหมู่บ้านทาวน์เฮ้าส์ที่ไม่มีชื่อ และหน้าหมู่บ้านจะมีป้อมยามอยู่ แต่ปัจจุบันไม่ต้องรับบัตรเข้าออกแล้ว สามารถขับรถเข้าไปได้เลย เมื่อขับเลยป้อมยามก็จะเจอที่จอดรถอยู่ข้างร้าน ที่สามารถจอดได้ 6 คัน แต่ถ้าใครจอดในสุดอาจจะออกลำบากหน่อยหากมีรถมาจอดซ้อนก่อนหน้า ตัวร้านจะเป็นบ้านทาวน์เฮ้าส์ห้องกระจก มีที่นั่งอยู่นิดหน่อยเหมือนไม่ได้เน้นให้นั่งทำงาน และเคาเตอร์จะอยู่ด้านในสุด โดยจะมีคุณเนตร เจ้าของร้านที่จะคอยต้อนรับและชวนเราคุยด้วยครับ วันนี้สั่งมา 2 อย่าง ก็จะมี ลาเต้เย็น ราคา 120 บาท ร้านนี้จะปรุงแบบไม่หวานอยู่แล้ว และทางคุณเนตรเองจะแนะนำความหวานที่ 30% เพื่อชูรสชาติกาแฟให้เด่นยิ่งขึ้น ทานแล้วไม่ได้รู้สึกขมแต่อย่างใด ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากการคัดเมล็ดกาแฟ เม็ดไหน Defect จะคัดทิ้ง เพื่อที่ตอนคั่วจะได้ไม่มีรสชาติขมๆ โผล่มา นมอร่อยมีความนุ่มๆ กำลังดี ทานได้เรื่อยๆ อีกเมนูจะเป็นชาไทยเย็น ราคา 90 บาท ชาคัดเกรดพรีเมี่ยมเช่นเดียวกับกาแฟ รสชาติจะออกนุ่มๆ ไม่รู้สึกฝาดและขม รวมทั้งการชงก็จะชงครั้งเดียวแล้วทิ้งผงใบชาไปเลย เพื่อให้ได้ชาเย็นที่ดีที่สุด โดยรวมแล้วรสชาติถือว่าน่าสนใจเลยครับ อันนี้แอบเสียดายเหมือนกันที่รู้จักร้านนี้นานแล้ว แต่เพิ่งจะมีโอกาสได้มาร้านนี้เป็นครั้งแรกเอง ตอนแรกว่าจะสั่ง Dirty แต่เนื่องจากใช้เวลาทำนานเกือบ 20 นาที เลยไว้คราวหน้าแล้วกัน ส่วนการบริการร้านนี้จะเน้นความเฟรนลี่เป็นหลัก ปกติแล้วเราจะเจอกับเจ้าของร้านที่ไม่อินดี้สุดๆ เลยก็ไม่คุยกับใคร แต่อันนี้คือแปลก เพราะคุณเนตรเองแกชวนคุยทุกคนถ้าว่าง และแนะนำเทคนิคการชงกาแฟ ได้เป็นความรู้ใหม่ไปในตัว 💚 สามารถตามติดชีวิตการกินของเป็ดน้อยต่อได้ที่ 💚 👇🏻👇🏻 🍭Fan Page : https://www.facebook.com/PednoiiPakin 🍭IG : PednoiiPakin || pednoii_ahha *กรณีต้องการนำรูปไปใช้งานให้ขออนุญาตและให้เครดิตทุกครั้ง มิฉะนั้นจะถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์และแจ้งความทุกกรณี เพิ่มเติม
  • 3
  • 0
avatar image Veerapat Ma
2022/04/23
scene type icon
สตาร์บัค รีเสิร์ฟ เจ้าพระยา รีเวอร์ฟร้อนท์ เจริญนคร เบเกอรี่/เค้ก
เนื่องจากว่ามีธุระที่ไอคอนสยามพอดี หลังจากทำทุกอย่างเสร็จก็อยากจะทานของหวาน เลยลองเดินขึ้นมาที่ชั้น 7 ที่มีสาขา Starbuck อยู่พอดี และเห็นเมนูที่ลูกค้าท่านอื่นๆ สั่งพอดี ไม่รอช้าต่อคิวและสั่งซื้อขนมเลยครับ สำหรับสาขาไอคอนสยามจะมีเมนูแปลกๆ ที่ไม่เหมือนที่ไหน สำหรับซีซั่นหน้าร้อนแบบนี้ ก็มีนำเสนอเมนูใหม่ ทั้งของคาว ของหวาน และเครื่องดื่มแปลกๆ มากมายเช่นกัน เริ่มต้นกับเมนูใหม่อย่าง Iced Strawberry Mango Jelly Starbuck M:LK Cream TM Oolong ราคา 185 บาท สั่งเป็นไซส์ Venti เนื่องจากได้แก้วฟรี ด้านบนจะเป็นครีมฟองนมแน่นๆ ตรงกลางเป็นชาอู่หลงจืดๆ และด้านล่างเป็นเจลลี่สตรอเบอร์รี่ผสมกับมะม่วง เวลาทานให้ทานจากบนลงล่าง หรือจะกระดกผ่านทางปากก็ได้ แต่หลอดจะได้รสชาติที่ครบเครื่องกว่า ความอร่อยอยู่ที่ตัวเจลลี่และชาอู่หลงเข้ากันได้ดี ส่วนครีมด้านบนเพิ่มความนุ่มๆ ให้กับเมนูถ้วยนี้ เป็น combination ที่น่าสนใจมากๆ ต่อกันด้วยคัสตาร์ดครีม โมจิวาเฟิล ราคา 135 บาท เมนูพิเศษที่มีเฉพาะบางสาขา และสาขานี้ก็มีเช่นกัน ประกอบด้วย วาฟเฟิล ไอศกรีมวานิลลา และวิปปิ้งครีม ตัววาฟเฟิลด้านในจะสอดไส้โมจิรสชาติคัสตาร์ดเข้าไปด้วย ทำให้เวลาทานจะมีความมันๆ หนึบๆ มีรสชาติที่น่าสนใจมากยิ่งขึ้น ส่วนวานิลลารสชาติค่อนข้างทั่วๆไป ไม่ได้ผสมเมล็ดวานิลลาลงไปครับ ส่วนวิปปิ้งครีมอันนี้ดี และสุดท้ายกับเมนู Reserve อย่าง Undertow ราคา 160 บาท ง่ายๆ ว่าเป็น Dirty ในฉบับของ Starbuck ครับ ปกติแล้ว Dirty จะเกิดจากการหยดของกาแฟจากเครื่องชงลงไปที่นมโดยตรง ซึ่งหน้าตาก็จะเปลี่ยนไปขึ้นอยู่กับตำแหน่งของการหยด แต่ของ Starbuck จะชงกาแฟเสร็จก่อน แล้วราดลงบนนมผ่านช้อนอีกที ทำให้กาแฟไม่ตกลงไปด้านล่างแต่อย่างใด และเข้าใจว่าเมนูนี้ใส่ครีมค่อนข้างเยอะ ทำให้กาแฟไหลลงไปด้านล่างช้ามากเช่นกัน จึงต้องมีช้อนไว้ให้คนด้วยเช่นกัน ตัวกาแฟจะมีความขมและออกไปทาง Spice แบบเครื่องเทศนิดๆ แต่ไม่ได้ชัดมาก และสุดท้ายจะออกฟรุตตี้ปิดท้ายนิดๆ เช่นกัน โดยรวมแล้วรสชาติอาหารสำหรับ Season นี้ถือว่าใช้ได้ครับ โดยเฉพาะไอเดียที่นำโมจิคัสตาร์ดยัดเข้าไปในวาฟเฟิล ทำให้รสชาติมีความแตกต่างจากที่อื่นมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด กาแฟก็ดีเช่นกันและราคาพอๆกับร้านกาแฟเกรดพรีเมี่ยม ส่วนการบริการยังดีเหมือนเดิมครับ 💚 สามารถตามติดชีวิตการกินของเป็ดน้อยต่อได้ที่ 💚 👇🏻👇🏻 🍭Fan Page : https://www.facebook.com/PednoiiPakin 🍭IG : PednoiiPakin || pednoii_ahha *กรณีต้องการนำรูปไปใช้งานให้ขออนุญาตและให้เครดิตทุกครั้ง มิฉะนั้นจะถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์และแจ้งความทุกกรณี เพิ่มเติม
  • 1
  • 0
avatar image Veerapat Ma
2022/04/21
เจ๊อี่เกาเหลาเลือดหมู ก๋วยจั๊บน้ำใส บางขุนเทียน เมนูเส้น
ร้านเกาเหลาและก๋วยจั๊บน้ำใสในถนนสะแกงาม เป็นร้านตึกแถวขนาด 1 คูหาเล็กๆ ที่มีที่นั่งภายในร้านไม่เยอะมาก และแน่นอนว่าแถวร้านเองที่จอดรถค่อนข้างน้อย การสั่งอาหารผ่าน Delivery น่าจะสะดวกสบายกว่า โดยวันนี้ใช้บริการผ่าน Robinhood เจ้าเดิมเพราะค่าส่งเพียงแค่ 10 บาทเท่านั้น แต่ราคาอาหารพอๆ กับ App อื่นๆ ดังนั้นหากอยู่ใกล้ๆ ควรไปซื้อที่หน้าร้านราคาจะถูกกว่าครับ วันนี้สั่งเมนู ก๋วยจั๊บพิเศษน้ำใส ราคา 75 บาท ปริมาณถือว่าเยอะ โดยเฉพาะตัวเส้น ตัวเส้นลวกมากำลังดีไม่เละ เครื่องอื่นๆ ก็ทำความสะอาดได้ดีเช่นกัน โดยเฉพาะเซ่งจี๊อันนี้ไม่มีกลิ่นเลย ส่วนลิ้นหมูก็ทำออกมาได้นุ่ม หมูกรอบที่เป็นซิกเนเจอร์ของร้านนี้ก็โอเครเช่นกัน เพียงแต่มีส่วนแข็งๆ ติดมานิดหน่อย น้ำซุปรสชาติกลมกล่อม ไม่เค็มและไม่จืดจนเกินไป และเข้าใจว่าน่าจะมีใส่สมุนไพรอะไรสักอย่างลงไปดับกลิ่นด้วย รสชาติเลยไม่ค่อยเหมือนร้านอื่นๆ สักเท่าไร โดยรวมแล้วรสชาติอาหารถือว่าดีเลยครับ หาร้านก๋วยจั๊บน้ำใสว่ายากแล้ว หาร้านที่อร่อยว่ายากกว่า การแพ็คกิ้งทำมาได้ดี มีเขียนระบุชัดเจนเลยว่า อันไหนธรรมดา หรือพิเศษ นอกจากเมนูก๋วยจั๊บแล้ว ในแต่ละวันก็จะมีเมนูพิเศษด้วยเช่นกัน อย่างวันที่สั่งจะมีก๋วยเตี๋ยวหลอด แต่พอเปิดดูในแอพกลับไม่ได้เปิดขาย ก็เลยอดชิมเมนูนี้ครับ 💚 สามารถตามติดชีวิตการกินของเป็ดน้อยต่อได้ที่ 💚 👇🏻👇🏻 🍭Fan Page : https://www.facebook.com/PednoiiPakin 🍭IG : PednoiiPakin || pednoii_ahha *กรณีต้องการนำรูปไปใช้งานให้ขออนุญาตและให้เครดิตทุกครั้ง มิฉะนั้นจะถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์และแจ้งความทุกกรณี เพิ่มเติม
  • 3
  • 0
avatar image Veerapat Ma
2022/04/21
ก๋วยเตี๋ยวเรือคลองบางระแนะByครัวแม่บุญศรี จอมทอง อาหารตามสั่ง
ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือข้างสำนักงานสรรพากรพื้นที่ 27 บนถนนเอกชัย ตัวร้านเป็นตึกคูหาเดียวและน่าจะเปิดมานานแล้วครับ วันนี้มีโอกาสสั่งร้านนี้ผ่าน delivery Robinhood เพราะว่าค่าส่งถูกสุดและค่าอาหารไม่ถูกชาร์จเพิ่มเหมือนกับ Delivery เจ้าอื่นๆ ครับ วันนี้สั่งมาแค่ 1 เมนูเป็นบะหมี่น้ำตกพิเศษ ราคา 60 บาท หากสั่งธรรมดา ปริมาณจะค่อนข้างน้อย แต่อันนี้คือเยอะมาก เส้นบะหมี่เองจะคล้ายๆกับเส้นเปาะ แต่ว่าจะเล็กกว่ามาก ลวกได้กำลังดีจะออกนิ่มๆ ไม่หนึบเท่าไร ส่วนเครื่องจะมีหมูชิ้น หมูตุ๋น และลูกชิ้นไก่ ตัวหมูชิ้นและหมูตุ๋นจะใส่มาเป็นชิ้นเล็กๆ ทานแล้วยังไม่ทันรับรู้รสชาติเลยก็หมดซะแล้ว ส่วนลูกชิ้นไก่ก็ทั่วๆไป ครับ ในส่วนของน้ำซุปรสชาติกลิ่นดี สมุนไพรดูแน่นมากๆ ความเข้มข้นจากเลือดที่ใส่ ออกไปทางหนักเค็มพอสมควร ส่วนที่ชอบจานนี้ คงจะเป็นผักบุ้งที่หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ที่กรอบๆ และอร่อยแบบพอดีคำ โดยรวมแล้วรสชาติอาหารถือว่าใช้ได้ครับ แต่ปริมาณในส่วนของเนื้อสัตว์อันนี้ยังไม่ค่อยโอเครสักเท่าไร ส่วนลูกชิ้น อยากให้ใช้ลูกชิ้นหมูจะเข้ากันกับจานนี้มากกว่า และแนะนำว่าควรสั่งเป็นพิเศษจะคุ้มกว่าแบบธรรมดาครับ ในส่วนของการแพ็คกิ้งค่อนข้างดี ไม่มีหกหรือแตกแต่อย่างใด 💚 สามารถตามติดชีวิตการกินของเป็ดน้อยต่อได้ที่ 💚 👇🏻👇🏻 🍭Fan Page : https://www.facebook.com/PednoiiPakin 🍭IG : PednoiiPakin || pednoii_ahha *กรณีต้องการนำรูปไปใช้งานให้ขออนุญาตและให้เครดิตทุกครั้ง มิฉะนั้นจะถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์และแจ้งความทุกกรณี เพิ่มเติม
  • 1
  • 0
avatar image Veerapat Ma
2022/04/17
scene type icon
ข้าวผัดปูเมืองทอง1 ต้นตำหรับโดย คุณพิมพร ราชพฤกษ์ ปากเกร็ด (นนทบุรี)
ข้าวผัดปูเมืองทอง เป็นร้านข้าวผัดที่มีสาขาเยอะมากทั่วกรุงเทพมหานคร หากไปย่านใหญ่ๆ ก็จะต้องมีร้านนี้ไปเปิดอย่างน้อย 1 สาขา เช่นเดียวกับย่านราชพฤกษ์ บริเวณปั๊มเชลล์ติดกับถนนราชพฤกษ์เอง ก็มีสาขานี้ไปเปิดอยู่เช่นเดียวกัน โดยสามารถขับรถเข้าไปจอดที่หน้าร้านได้เลย ตัวร้านจะมีอยู่ด้วยกัน 2 ชั้น ชั้นล่างจะเป็นที่ชำระเงิน และห้องครัวหลักของร้านนี้ ส่วนชั้น 2 จะเป็นที่นั่งทานอาหาร ซึ่งค่อนข้างใหญ่และมีโต๊ะเยอะมากเช่นกัน โดยการนำอาหารขึ้นมาชั้น 2 นั้นจะใช้ลิฟต์ขนอาหารขึ้นมาอีกที และมีพนักงานอยู่ที่ชั้น 2 คอยสแตนบายเสิร์ฟอีกที สำหรับเมนูอาหารจะวางอยู่ที่โต๊ะ เป็นกล่องทิชชูแบบใสที่มีเมนูแปะอยู่รอบๆ ดูแล้วอยากทานอะไรสั่งกับพนักงานได้เลยครับ สำหรับเมนูที่ทานวันนี้ก็จะมี - กระเพาะปลาน้ำแดง ราคา 59 บาท: หน้าตาดูดีใช้ได้ มีเนื้อปูท๊อปให้เล็กน้อยเพื่อความสวยงาม ตัวกระเพาะปลาจะออกกรอบๆ ทานคู่กับไข่นกกระทาจะได้ความมันๆ จากไข่ด้วย ส่วนรสชาติของตัวน้ำซุปไม่หวานและก็ไม่เค็ม มีความกลมกล่อมกำลังดี - หมูกรอบ ราคา 69 บาท: ปริมาณเยอะพอใช้ได้ ทอดแบบทั้งชิ้นแล้วนำมาหั่นเป็นชิ้นๆ อีกที ซึ่งทำให้เนื้อไม่แข็งจนเกินไป แต่ด้วยความที่ติดส่วนที่แข็งๆ ของสามชั้นมาด้วยเลยยังแข็งๆ อยู่พอสมควร เสิร์ฟคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ด และซีอิ๊วดำ ชอบแบบไหนก็จิ้มแบบนั้น - ข้าวผัดปูพิเศษ ราคา 69 บาท: เป็นข้าวผัดปูที่เน้นข้าวมากกว่าเนื้อปู โดยเนื้อปูจะมีอยู่หย่อมเล็กๆ แปะไว้ด้านบนเท่านั้น ตัวข้าวผัดออกมาหอมๆ แบบติดกระทะ รสชาติจืดแบบต้องเติมพริกน้ำปลาอีกนิดหน่อย แต่ถ้าชอบจืดๆ ก็สามารถทานได้เลย - กุ้งอบวุ้นเส้น ราคา 139 บาท: ขนาดใหญ่กว่าที่คิด พร้อมกับวุ้นเส้นประมาณ ¼ ของห่อวุ้นเส้นปกติ ส่วนกุ้งใช้กุ้งกุลาดำ ที่สามารถทานมันที่หัวได้เช่นกัน จะนำมาคลุกกับวุ้นเส้น หรือทานเปล่าๆ ก็ได้เช่นกัน วุ้นเส้นเหนียวหนึบ มีความหอมจากซอสที่ใส่ลงไปด้วย รสชาติอาหารโดยรวมถือว่าพอใช้ได้ครับ ปริมาณเยอะ แต่ปูน้อยไปนิด เหมือนเน้นใส่ตกแต่งเพื่อความสวยงามมากกว่า ส่วนการบริการไม่เน้นสักเท่าไร พนักงานดูคุยยากนิดหน่อยและดูรีบๆ เพื่อที่จะไปนั่งเล่นมือถือต่อ อันนี้อยากให้ปรับปรุง ถ้าแก้ได้ก็จะดีครับ ร้านนี้เข้าร่วมโครงการรัฐ และรับชำระผ่านเงินสดและเงินโอน 💚 สามารถตามติดชีวิตการกินของเป็ดน้อยต่อได้ที่ 💚 👇🏻👇🏻 🍭Fan Page : https://www.facebook.com/PednoiiPakin 🍭IG : PednoiiPakin || pednoii_ahha *กรณีต้องการนำรูปไปใช้งานให้ขออนุญาตและให้เครดิตทุกครั้ง มิฉะนั้นจะถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์และแจ้งความทุกกรณี เพิ่มเติม
  • 3
  • 0
avatar image Veerapat Ma
2022/04/17
AantArm Cafe ตลาดพลู อาหารญี่ปุ่น
ร้านเล็กๆ ขนาด 1 คูหาในตลาดพลู ซึ่งการเดินทางไปร้านไม่ยาก แต่ที่ยากกว่าคือร้านนี้ชอบปิดเร็ว ทำให้เวลาจะไปทานตอนเย็นทีไรไม่ทันทุกที ดังนั้นจึงใช้วิธีการสั่งผ่าน Delivery แทนง่ายกว่าครับ แต่ถ้าหากจะไปนั่งทานที่ร้าน ควรโทรสำรองที่นั่งไว้ก่อน เพราะวัตถุดิบที่จำหน่ายในแต่ละวันอาจจะจำกัดครับ ไปแล้วอาจจะเสียเที่ยวได้ สำหรับร้านนี้เคยสั่งผ่าน Delivery มาแล้ว 2 รอบด้วยกัน โดยในรอบนี้สั่งผ่าน Line Man เพราะค่าส่งถูกกว่าและได้โค้ดส่วนลดจาก wongnai มาใช้จ่ายต่างหากครับ เมนูที่ทานวันนี้ก็จะมี - Grilled Beef with rice & Japanese soy sauce ราคา 150 บาท: ข้าวหน้าเนื้อเสิร์ฟพร้อมกับกระเทียมเจียวกรอบๆ และมีผักแต่งจานให้อีกนิดหน่อย ตัวเนื้อย่างได้ดี มีความนุ่มอร่อยไม่เหนียวแต่อย่างใด ข้าวที่ใช้เป็นข้าวหอมมะลิที่หอมและรสชาติดีเช่นกัน ส่วนกระเทียมเจียวมาเพิ่มความกรุบกรอบให้กับจานนี้ แนะนำว่าให้ราดซอสลงไปที่เนื้อเพื่อเพิ่มความเค็มและความชุ่มฉ่ำอีกสักเล็กน้อย เพื่อไม่ให้จานนี้แห้งจนเกินไป - Grilled pork with rice & sweet soy sauce ราคา 80 บาท: เปลี่ยนจากเนื้อวัวมาเป็นเนื้อหมูดูบ้าง หน้าตาค่อนข้างดูดี ส่วนซอสจะเป็นแบบเหลวๆ ไว้ราดเนื้อหมูโดยเฉพาะ ย่างได้ดี ไม่แห้งและไม่เหนียวแต่อย่างใด ทานคู่กับกะหล่ำฝอยเข้ากันได้อย่างเหลือเชื่อทีเดียว จานนี้ในราคาเบาๆ เพียงแค่ 80 บาท ถือว่าไม่แพงเลย - กุ้งทอดคัตสึ ราคา 90 บาท: เมนูทานเล่น ที่นำกุ้งมาเสียบไม้ ชุบแป้งทอดและเกล็ดขนมปัง ลงไปทอดในน้ำมันเดือดๆ เสิร์ฟมาพร้อมกับน้ำจิ้มทงคัตสึที่เหมือนกับที่ราดในจานก่อนหน้าไม่มีผิด กรอบนอก ด้านในเนื้อกุ้งมีความเด้งไม่กระด้างหรือแห้งแต่อย่างใด รสชาติดีเช่นเดียวกัน โดยรวมแล้วรสชาติอาหารถือว่าอร่อยในราคาเบาๆ เริ่มต้นเพียงแค่ 80 บาทเท่านั้น ถามว่าที่ร้านมีเมนูอื่นแพงๆ จำหน่ายแบบ Delivery มั้ย คำตอบคือมีครับ แต่ควรจะหาตี้ด้วยเพราะปริมาณเยอะมากเช่นกัน การแพ็คกิ้งพอประมาณมีหกเลอะเทอะนิดหน่อย ที่อยาก Recommend คืออยากให้แยกเนื้อสัตว์กับข้าวออกจากกัน เพราะอาจทำให้ข้าวซึมสีจากเนื้อที่ใส่ลงมาด้วย ทำให้ดูไม่น่าทาน หากแยกกันแล้วมาเทรวมกันทีหลังจะดูดีกว่า 💚 สามารถตามติดชีวิตการกินของเป็ดน้อยต่อได้ที่ 💚 👇🏻👇🏻 🍭Fan Page : https://www.facebook.com/PednoiiPakin 🍭IG : PednoiiPakin || pednoii_ahha *กรณีต้องการนำรูปไปใช้งานให้ขออนุญาตและให้เครดิตทุกครั้ง มิฉะนั้นจะถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์และแจ้งความทุกกรณี เพิ่มเติม
  • 6
  • 0
avatar image Veerapat Ma
2022/04/17
scene type icon
ภัตตาคาร โคคาสุกี้ สีลม ชาบู/สุกี้/หม้อไฟ
COCA หรือ โคคา ร้านสุกี้เก่าแก่ที่เปิดทำการมาไม่ต่ำกว่า 65 ปีตั้งแต่ปี พ.ศ. 2500 โดยผู้ก่อตั้ง 2 ท่านได้แก่ คุณศรีชัย และคุณปัทมา พันธ์เพ็ญโสภณ ปัจจุบันเข้าสู่ใน Generation ที่ 3 แล้ว พร้อมกับการขยายสาขาไปถึง 8 สาขารอบกรุงเทพมหานคร ซึ่งสามารถหาทานได้ง่าย ทั้งในห้างสรรพสินค้า หรือ Community Mall ต่างๆ แต่ถ้าหากอยากทานรสชาติออริจินัลแท้ๆ ก็ต้องมาที่สาขาสุรวงศ์นั่นเอง ตำแหน่งร้านของสาขาสุรวงศ์จะอยู่ในซอยทานตะวัน ซึ่งสามารถขับเข้ามาจากถนนสุรวงศ์ก็ได้ หรือจะเข้าจากถนนสีลม แล้วเลี้ยวเข้าซอยสีลม 6 อีกที ที่ร้านมีที่จอดรถพอสมควร แต่ถ้าหากที่จอดเต็ม สามารถฝากรถยนต์ไว้กับทางร้าน แล้วทางร้านจะนำไปจอดให้อีกทีได้เช่นกัน ภายในร้านจะมีอยู่ด้วยกัน 2 ชั้น เป็น indoor ทั้งหมด โดยมีห้องส่วนตัวให้บริการด้วยเช่นกัน ถ้าหากมาทานกันหลายคน แนะนำว่าควรโทรมาจองล่วงหน้าก่อนจะได้ไม่เสียเวลา เมนูอาหารจะเป็น a la carte ที่มีให้เลือกหลากหลายมาก ตั้งแต่สุกี้ ที่เป็นเมนูอาหารออริจินัล เมนูอาหารจีนต่างๆ ทั้ง ผัด ต้ม ทอด นึ่ง ย่าง สารพัดมีให้เลือกสั่งได้ตามใจชอบ แนวอาหารจะเป็นอาหารจีนจากหลายภูมิภาค ซึ่งทำให้เหมาะกับการกลับมาทานได้หลายครั้งโดยไม่รู้สึกเบื่อแต่อย่างใด นอกจากนี้ในช่วงนี้ทางร้านเองก็มีบริการบุฟเฟ่ในราคา 699 บาท ซึ่งจะเป็นเมนูเนื้อวัวสไลด์ส่วนต่างๆ และมีเนื้อวากิวด้วยเช่นกัน เนื่องจากวันนี้ทานหลายเมนูมากๆ เลยจะแบ่งเป็นประเภทต่างๆ เพื่อให้ได้อรรถรสเหมือนมานั่งทานที่ร้านเอง เริ่มต้นกันด้วยเมนูกับข้าว ก็จะมี - แมงกะพรุนน้ำมันงา ราคา 188 บาท: ปกติแล้วเวลาไปทานเมนูนี้ ร้านไหนๆ ก็จะมีสูตรเฉพาะตัว เปรี้ยวบ้าง เผ็ดบ้าง หรือไม่ก็ไม่ใส่น้ำมันงา แต่ของร้านนี้คือแมงกะพรุน ที่นำไปคลุกกับน้ำมันงาจริงๆ เติมความเผ็ดนิดๆ และโรยด้วยงาขาว รสชาติหอมน้ำมันงา แมงกะพรุนเด้งกรอบกำลังดี จานนี้เหมาะกับเป็นออเดิร์ฟ ทานได้เรื่อยๆ ระหว่างรออาหาร - เต้าหู้พริกเกลือ ราคา 118 บาท: ตัวเต้าหู้จะนำไปห่อด้วยแป้งปาท่องโก๋ ก่อนนำไปทอดให้เหลืองอร่าม ราดด้วยกระเทียมเจียวที่คั่วกับพริกและเกลือจนหอม แป้งด้านนอกกรอบอร่อยมีความหอม ส่วนเต้าหู้ด้านในเป็นเต้าหู้แบบนิ่ม เข้ากับตัวแป้งด้านนอกได้ดี โดยไม่ต้องจิ้มอะไรเพิ่มเติมให้เสียเวลา - ไก่ห่อโคคา ราคา 68 บาท: เมนูนี้ตอนเสิร์ฟมาหน้าตาจะดูแปลกๆ หน่อย เพราะมากับห่อกระดาษที่ไม่สามารถทานได้ เนื้อไก่ด้านในผ่านการหมักและผัดกับซอสสูตรลับเฉพาะของทางร้าน กลิ่นและรสชาติออกไปทางบาร์บิคิวที่เค็มๆ และไม่เผ็ด แต่รสชาติเป็นเอกลักษณ์มากเช่นกัน - เต้าหู้คุณยายปัทมา ราคา 118 บาท: ผัดเต้าหู้สไตล์เสฉวน มาพร้อมกับวัตถุดิบหลากหลาย ทั้ง หมูสับ พริก ต้นหอม และเห็ดหอม รสชาติจะออกเปรี้ยวที่แปลกลิ้นสักหน่อย ออกไปทางเผ็ดร้อนแบบไม่มาก - กระเพาะปลาน้ำแดงเนื้อปู ราคา 2800 บาท: เมนูนี้ราคาอาจจะสูงกว่าร้านอื่นๆ เป็นเพราะทางร้านใช้กระเพาะปลาสดๆ มาทำนั่นเอง เสิร์ฟมาในรูปแบบของซุปเหนียวๆ ที่มีใส่เห็ดหอม และเนื้อปูฝอยๆ เต็มไปหมด รสชาติออกหวานและกลมกล่อมกำลังดี ตัวกระเพาะปลาใช้ของปลากระพง ซึ่งมูลค่าอาจจะไม่ได้สูงมาก แต่การทำความสะอาดและการดับกลิ่นทำได้ยากกว่าที่คิด จึงไม่ค่อยมีใครนำมาทำเป็นเมนูพิเศษสักเท่าไร แต่ถ้าให้ดี เลือกกระเพาะปลาของปลาไซส์ใหญ่มาทำก็น่าจะเพิ่มมูลค่าจานนี้ได้อีก - ชุดบาร์บิคิวใหญ่ ราคา 498 บาท: ประกอบด้วย 3 อย่าง ได้แก่ หมูแดง หมูกรอบ และเป็ดย่าง มาพร้อมกับผักกวางตุ้งลวก มัสตาร์ด และซีอิ้วดำปรุงรส ตัวหมูแดงมีความนุ่มอร่อย ไม่แห้งกระด้างแต่อย่างใด หมูกรอบคัดเฉพาะส่วนตรงกลางที่สัดส่วนของไขมันและโปรตีนพอดี ทอดหนังได้กรอบ จิ้มกับมัสตาร์ดนิดหน่อยคือดี และเป็ดย่างหนังกรอบๆ ทุกชิ้นมีหนังติดมาหมด เนื้อนุ่มแบบออกแรงเคี้ยวนิดๆ ในส่วนต่อมาจะเป็นเมนูจานหลักของทางร้าน นั่นก็คือ สุกี้ นั่นเอง - ชุดสุกี้หมูหมู ราคา 558 บาท: ชุดสุกี้หมูล้วนสุดคุ้มของทางร้าน ประกอบด้วยหมูสามชั้น สันคอ หมูนุ่ม ลูกชิ้นหมู และชุดผักอีกจำนวนหนึ่ง วัตถุดิบโดยรวมถือว่าดีเลยครับ ที่อร่อยจนต้องสั่งเพิ่มเลยคือลูกชิ้นหมู อัตราส่วนของเนื้อสัตว์ที่ผสมเป็นลูกชิ้นนั้นเยอะกว่าแป้งมากๆ ทานแล้วได้ความกรุบกรอบและเด้งๆ ในปาก และไม่มีรสชาติแปลกๆ เหมือนลูกชิ้นหมูทั่วๆไป - น้ำซุปไก่มะพร้าวอ่อน ราคา 128 บาท: ซุปสูตรลับของทางร้านที่ต้มจากน้ำสต็อกไก่ และใส่น้ำมะพร้าวพร้อมกับเนื้อมะพร้าวลงไปด้วย บางคนอาจจะคิดว่ามันดูไม่เข้า แต่จริงๆ แล้วทำให้รสชาติมีความกลมกล่อมมากขึ้น เนื้อมะพร้าวเองก็ทานได้เช่นกัน พอใส่เนื้อสัตว์และเครื่องต่างๆ ลงไปเยอะๆ ก็ทำให้รสชาติซุปหวานมากขึ้นเหมือนกับซุปผัก - น้ำซุปผัก ราคา 50 บาท: เป็นซุปใสที่ใส่เพียงแค่ ผักกาดขาว และแครอท ทานตอนแรกๆ รสชาติยังไม่หวานมาก แต่ถ้าต้มเยอะๆ จะออกหวานเจี๊ยบทันที อันนี้เหมาะกับอยากทานคลีนๆ ไม่เน้นหนักมาก - หมูสันคอสไลด์ ราคา 108 บาท: ปริมาณ 100 กรัม เสิร์ฟมาในถาดไม้พร้อมกับรองใบตองด้านล่างอย่างดี เวลาต้มอย่าต้มนานเพราะจะกลายเป็นหมูแข็งทันที สไลด์บางๆ ทานแล้วมีความได้เคี้ยวนิดๆ กำลังดี - หมูสามชั้นสไลด์ ราคา 108 บาท: ปริมาณ 100 กรัมในถาดไม้ สไลด์มาได้บางเฉียบ เวลาต้มจะสุกเร็วเป็นพิเศษ ดังนั้นควรลงไปจุ่มไม่นาน หากเป็นสีขาวแล้วควรนำขึ้นมารับประทาน จิ้มกับน้ำจิ้มสุกี้สูตรเฉพาะของทางร้านเข้ากันได้ดีเช่นกัน - ตับหมู ราคา 68 บาท: เหมาะกับการสั่งมาต้มเพื่อเพิ่มความหวานให้กับน้ำซุป เวลาต้มควรจะลวกจนสุกพอประมาณ อย่าลวกนานจนเกินไปเพราะจะเหนียวแห้งกระด้าง - ลูกชิ้นชีส ราคา 78 บาท: มีด้วยกัน 5 ลูก ต้มไว้ก่อนเลยถ้ายังไม่ทานเพราะใช้เวลาสุกค่อนข้างนาน โดยเมื่อสุกแล้วจะพองเป็นลูกชิ้นไซส์ใหญ่เลย ซึ่งเวลาทานควรจะระมัดระวังสักหน่อย ด้านนอกเป็นเนื้อปลาผสมกับแป้ง แน่นๆ กำลังดี ส่วนชีสจะให้ความหอมมัน ตัดกับ Texture ของเนื้อปลาได้ดี - บะหมี่ ราคา 48 บาท: มีด้วยกัน 4 สีให้เลือกในราคาเพียง 48 บาทต่อจาน กับ สี่วัตถุดิบจากธรรมชาติ ได้แก่ ไข่ บีทรูท หมึกดำ และใบเตยหรือบะหมี่หยก ตัวเส้นจะออกนุ่มๆ ขาดความหนึบๆ ไปนิดหน่อย ถ้าต้มนานเกินไปก็จะเละ แต่ละเส้นไม่ได้มีรสชาติอะไร ออกจะจืดๆ เหมือนทางร้านจงใจให้เป็นกิมมิค ที่ไม่เหมือนร้านไหนดี - เต้าหู้แผ่นญี่ปุ่น ราคา 78 บาท: ฟองเต้าหู้สด ที่หน้าตาเป็นแท่งๆ คล้ายขนมตังเม แต่จะนิ่มๆ ต้มให้ลอยพอประมาณแล้วตักทาน จะออกนุ่มๆ มันนิดๆ หากต้มนานไปจะเปื่อยและละลายไปกับน้ำซุปจนหมด ในส่วนของเครื่องดื่มที่อยากแนะนำวันนี้ ก็จะมี - เก็กฮวย + ชาเขียวสกัดเย็น ราคา 176 บาท: เมื่อก่อนทางร้านจะผสม 2 เมนูนี้เข้าด้วยกัน และขายในเมนูเดียว แต่ปัจจุบันได้แยกเป็น 2 อย่าง หากอยากจะทานแบบผสม ก็ต้องสั่งแยก 2 ขวด โดยตัวเก็กฮวยจะออกหวานๆ ส่วนชาเขียวจะออกจืดๆ มีความหอมชานิดๆ เวลาผสมให้ผสมอย่างละครึ่ง รสชาติจะมีความหอมของชาเขียวและความหวานจากเก็กฮวยที่มาตัดกันได้ค่อนข้างดีเลย ที่สำคัญไม่ควรใส่น้ำแข็งเยอะเพราะจะทำให้จืดเกินไป - ชาทิกวนอิม ราคา 128 บาท: ราคาจะคิดเป็นรายหัว ซึ่งสามารถเติมได้เรื่อยๆ ไม่มีจำกัด เสิร์ฟมาในกาใสพร้อมกับเตากระเบื้องอุ่นชาให้ร้อนตลอดเวลา ข้อดีของร้านนี้คือ ตัวชาจะเสิร์ฟมาเฉพาะน้ำเท่านั้น ไม่ได้ใส่ซองมาด้วย และเวลาเติมแต่ละครั้ง ก็จะเป็นชาชงใหม่ รสชาติหอมเข้มข้นทุกถ้วยที่ทาน และเมนูสุดท้ายก่อนปิดมื้ออาหารที่ควรสั่งเป็นอย่างยิ่ง คือ ปาท่องโก๋ ราคา 69 บาท เสิร์ฟมาพร้อมกับนมข้น และสังขยาทำเองของทางร้าน ตอนแรกคิดว่าตัวจะเล็กๆ แต่เสิร์ฟมาเป็นชิ้นใหญ่ยาวๆ ที่หั่นเป็นชิ้นๆ ให้เรียบร้อย ตักทานได้ง่าย ตัวแป้งมีความนุ่มและฟู ด้านนอกกรอบกำลังดี ทานกับสังขยาหรือนมข้นเข้ากันได้ดี ความอร่อยโดยรวมแล้วถือว่าทำออกมาได้ดี ในส่วนของสุกี้ วัตถุดิบสดใหม่ทั้งหมด เนื้อหมูค่อนข้างโอเคร ส่วนกับข้าวต่างๆ แต่ละจานปริมาณถือว่าเยอะกว่าที่คิด ที่น้อยสุดคือกระเพาะปลา แต่ข้อดีคือจานนี้ใช้กระเพาะปลาสดมาทำ และการปรุงรสชาติซุปทำออกมาได้ดีเช่นกัน ส่วนที่อร่อยไม่แพ้อย่างอื่นเลย ต้องยกให้เก็กฮวยผสมชาเขียวสกัดเย็นแบบครึ่งต่อครึ่ง ที่ปัจจุบันนี้อาจจะต้องผสมเอง ในส่วนของการบริการ ถือว่า Service ค่อนข้างรวดเร็วแม้พนักงานจะน้อยกว่าปริมาณลูกค้าก็ตาม 💚 สามารถตามติดชีวิตการกินของเป็ดน้อยต่อได้ที่ 💚 👇🏻👇🏻 🍭Fan Page : https://www.facebook.com/PednoiiPakin 🍭IG : PednoiiPakin || pednoii_ahha *กรณีต้องการนำรูปไปใช้งานให้ขออนุญาตและให้เครดิตทุกครั้ง มิฉะนั้นจะถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์และแจ้งความทุกกรณี เพิ่มเติม
  • 3
  • 0
avatar image Veerapat Ma
2022/04/17
scene type icon
รานี สาขาเดอะเซอเคิลราชพฤกษ์ ราชพฤกษ์ พิซซ่า
ร้าน Ranee’s เป็นร้านพาสต้าเส้นสดที่เปิดทำการในกรุงเทพฯ มาอย่างยาวนานถึง 26 ปี โดยสาขาแรกจะอยู่ในตรอกมะยม ถนนข้าวสาร และเป็นครั้งแรกที่ร้านนี้ได้ทำการขยายสาขาที่ 2 มาอยู่ที่ The Circle ราชพฤกษ์ สามารถขับรถมาจอดที่ตัวโครงการ ร้านนั้นจะเป็นตึกเดี่ยวๆ สีดำๆ อยู่ฝั่งซ้ายมือของ Food Villa ที่ต้องเดินเข้าไปอีกสักหน่อย ตัวร้านจะมีอยู่ด้วยกัน 2 ชั้น ที่นั่งจะกระจายไปรอบๆ ร้านทั้ง 2 ชั้น โดยมีมุมแนะนำบริเวณหน้าต่าง ซึ่งจะมีความเป็นส่วนตัวมากที่สุด เมนูอาหารเป็นแนวอิตาเลียน ก็จะมี พาสต้า สลัด ของทานเล่น พิซซ่า และอื่นๆ ตอนนี้เข้าใจว่ายังอยู่ระหว่างการปรับปรุง ทำให้หลายๆ เมนูยังไม่พร้อมให้บริการ เช่นเครื่องดื่มต่างๆ เส้นสดที่ปกติมีให้เลือกมากกว่านี้ ยังมีให้เลือกแค่ 5 แบบเท่านั้น เริ่มต้นเมนูอาหารกันเบาๆ ด้วย French Fries Truffle ราคา 190 บาท เป็นเฟรนช์ฟรายด์แบบหยัก ชิ้นใหญ่พอสมควร ผ่านการคลุกกับเห็ดทรัฟเฟิลขูดและบดเป็นชิ้นเล็กๆ โรยด้วยพาร์เมซานชีสขูดหอมๆ ตัวมันฝรั่งมีความกรอบกลางๆ ทานแล้วรู้สึกฟูๆ ในปาก กลิ่นทรัฟเฟิลชัดเจนมาก จิ้มกับซอสมะเขือเทศเข้ากันได้ดี ต่อกันด้วย New Orleans Chicken ราคา 160 บาท ไก่ย่างนิวออร์ลีนที่ย่างด้านนอกจนกรอบ ทาด้วยซอสนิวออร์ลีนหวานๆ ทำออกได้ค่อนข้างพอดี หนังกรอบอร่อย เนื้อไก่ด้านในสุกกำลังดีฉ่ำน้ำมากๆ ซอสก็ทาพอดีเช่นกัน มาถึงเมนูที่ 3 ที่เหมาะกับทานตัดเลี่ยนอย่าง Burrata Salad ราคา 280 บาท สลัดมะเขือเทศสด และบูเรต้าชีสที่ด้านนอกหุ้มด้วยไข่ขาว ตกแต่งด้วยใบเบซิล Basil oil และน้ำส้มสายชูสีดำ เวลาทานให้ตักมะเขือเทศก่อน แล้วตักชีสพร้อมกับส่วนของไข่ขาวมานิดหน่อยแล้วนำเข้าปาก ตัวชีสจะกลบความเขียวๆ ของมะเขือเทศ รวมทั้งดึงความหวานของมะเขือเทศออกมาให้ชัดมากขึ้น ตัวชีสมีความนุ่มๆ ละมุน กลิ่นหอม ไม่รู้สึกเลี่ยนแต่อย่างใด ส่วน oil เพิ่มความ Fresh ให้กับจานนี้ และแล้วก็มาถึงจานหลักจานแรก อย่าง Tagliatelle Truffle ราคา 330 บาท เมนูของคนที่ไม่อยากทานเนื้อสัตว์ ประกอบด้วยเส้นพาสต้าแบบแบนยาวๆ ราดด้วยซอสเห็ดทรัฟเฟิลที่ผสมกับครีม และเห็ดต่างๆ ทั้งออเร็นจิ และแชมปิญอง ตัวเส้นเป็นเส้นสด ทานแล้วจะอยู่กึ่งกลางระหว่างหนึบๆ กับเริ่มนิ่ม ตัวซอสรสชาติเข้มข้น รวมทั้งกลิ่นทรัฟเฟิลก็เด่นมาก สุดท้ายกับจานหลักอย่างที่ 2 กับเมนู Tartufo Truffle + Pepperoni Pizza ราคา 520 บาท สั่งเป็นแบบ Half ที่จะได้ทานหน้าพิซซ่าที่เป็นซิกเนเจอร์ของร้านเลย หน้า Tartufo Truffle จะเน้นไปที่ความหอมของทรัฟเฟิลเป็นหลัก รสชาติเข้มข้น และมีพาร์ม่าแฮมเพิ่มความเค็มให้กับหน้านี้ ทางร้านเลยแนะนำให้สั่งคู่กับ Pepperoni ที่จะออกเปรี้ยวและเฟรชๆกว่าจากซอสมะเขือเทศ ตัวเปเปอร์โรนีเองก็มีความหอมแบบไส้กรอกสมุนไพรอยู่เช่นกัน ตัวแป้งตรงกลางจะออกนุ่มมากกว่ากรอบ และส่วนขอบมีความหนากว่าร้านอื่นๆ พอสมควร แนะนำว่าควรทานตอนร้อนๆ จะทานง่ายที่สุด รสชาติอาหารโดยรวมถือว่ากำลังดี ด้วยความที่เป็นอาหารอิตาเลียนที่เน้นการใช้ชีส นม และแป้งค่อนข้างเยอะอยู่แล้ว ทำให้รสชาติอาจจะออกไปทางเลี่ยนเป็นส่วนใหญ่ แต่ถ้าหากมีสั่งเมนูที่ช่วยบาลานซ์รสชาติ อย่างเช่นสลัด ก็จะช่วยทำให้ทานได้ง่ายขึ้นเช่นกัน พาสต้าร้านนี้ทำเส้นออกมาได้ดีเช่นกัน สำหรับช่วงนี้ทางร้านจะยังรับแค่เงินสดและเงินโอน ส่วนการชำระเงินผ่านบัตรเครดิต น่าจะพร้อมให้บริการในเดือน พฤษภาคม ของปี 2022 นี้เป็นต้นไป ส่วนตัวแล้ว รู้สึกว่าการขยายร้านมาแถบนี้ถือเป็นการขยายฐานลูกค้าไปในตัว ส่วนหนึ่งเป็นเพราะร้านอาหารอิตาเลียนจะชอบกระจุกตัวอยู่ในฝั่งพระนครเป็นส่วนใหญ่ ทำให้ลูกค้าฝั่งธนฯ มีทางเลือกมากขึ้น และลดการเดินทางระยะไกลไปในตัว หากอยู่แถวราชพฤกษ์แล้วอยากทานอาหารอิตาเลียน ลองมาทานร้านนี้ดูสักครั้ง แล้วอาจจะไม่อยากไปทานที่ฝั่งพระนครอีกเลยก็ได้ 💚 สามารถตามติดชีวิตการกินของเป็ดน้อยต่อได้ที่ 💚 👇🏻👇🏻 🍭Fan Page : https://www.facebook.com/PednoiiPakin 🍭IG : PednoiiPakin || pednoii_ahha *กรณีต้องการนำรูปไปใช้งานให้ขออนุญาตและให้เครดิตทุกครั้ง มิฉะนั้นจะถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์และแจ้งความทุกกรณี เพิ่มเติม
  • 4
  • 0
avatar image Veerapat Ma
2022/04/16
scene type icon
Limitless Roaster ตลิ่งชัน คาเฟ่
ร้านกาแฟลับๆ ในซอยสวนผักย่านตลิ่งชัน การเดินทางอาจจะต้องใช้รถยนต์ส่วนตัวในการเดินทางเข้ามาที่ร้านอีกทีผ่านถนนราชพฤกษ์ช่วงโบสถ์วัดศีลมหาสนิท ตัวร้านเหมือนเคยเป็นโรงงานเก่าแล้วนำมาปรับปรุงเป็นร้านกาแฟอีกที บริเวณหน้าร้านจะมีที่จอดรถได้ประมาณ 4 คัน หากเต็มอาจจะต้องจอดริมถนนแทน นอกจากนี้บริเวณหน้าร้านยังมีสวนและบ่อปลาคราฟด้วยเช่นกัน ภายในร้านจะตกแต่งเป็นแนวสีเขียวที่ค่อนข้างกลมกลืนไปกับหน้าร้านพอสมควร โต๊ะเก้าอี้ส่วนใหญ่เป็นไม้ และทาผนังร้านด้วยสีเขียวที่ดูสบายตา เหมาะแก่การมานั่งทำงานในวันที่อากาศร้อนๆ พร้อมกับสั่งขนมทานเล่นไปเรื่อยๆ เมนูอาหารราคาจะเบาๆ เริ่มต้นที่ 60 บาท โดยส่วนใหญ่จะเป็นเครื่องดื่ม แต่ถ้าหากต้องการทานขนมด้วย ที่ร้านก็มีเมนูให้เลือกหลากหลายเช่นกัน สำหรับเมนูอาหารที่ทานวันนี้ก็จะเป็นเครื่องดื่มทั้งหมด ได้แก่ - Thai Milk Tea ราคา 80 บาท: ถ้าสั่งเป็นแก้ว ราคาจะอยู่ที่ 65 บาท แต่ถ้าสั่งเป็นขวดกลับบ้าน ราคาจะเป็น 80 บาท แต่แพ็คกิ้งแบบนี้ดีกว่าใส่ในถุงซิปเยอะ รสชาติเข้มข้น ออกไปทางหวาน แต่ยังคงได้กลิ่นและรสของชาแบบเต็มเปี่ยม ไม่ฝาดแต่อย่างใด นมเข้มข้นเช่นกัน - Hojicha Latte ราคา 80 บาท: เมนูนี้สั่งแบบแยกน้ำแข็ง และทางร้านเองก็ใส่ตัวโฮจิฉะในถุงซิปอีกที ซึ่งแพ็คไม่ค่อยดีเท่าไร ตอนจะทานหกเลอะทั้งถุงเลย รสชาติเข้มข้นดี ปรุงออกหวานพอสมควร นมมีความนุ่มแต่ไม่ได้แย่งซีนของตัวโฮจิฉะแต่อย่างใด - Dirty ราคา 80 บาท: เสิร์ฟมาในถ้วยพลาสติกแบบใสที่จะเห็นกาแฟค่อยๆ ไหลลงไปด้านล่างของถ้วยเรื่อยๆ รสชาติจะออกฉุนนิดๆ มีความ Nutty และ Fruity ปิดท้าย ส่วนนมรสชาติดี เหมือนผสมกับครีมเข้าไปด้วยทำให้รสชาตินุ่มนวลยิ่งขึ้น ถือว่าใช้ได้เลย สำหรับการสั่งซื้อทุกๆ 50 บาทจะได้สะสมแต้ม 1 แต้มผ่าน QR Code ที่ทางร้านมีแปะไว้ที่เคาเตอร์สำหรับการสมัครครั้งแรก และครั้งต่อๆ ไปให้แจ้งเบอร์โทรศัพท์ หากทานครบจำนวนที่กำหนดก็จะได้ส่วนลด 100 บาทครับ รสชาติอาหารโดยรวมแล้วถือว่าใช้ได้เลยครับ ส่วนของกาแฟก็ดี หรือจะเป็นชาก็อร่อยเช่นกันในราคาที่ถือว่าไม่แรงมากกับ Location ลับๆ แบบนี้ ส่วนการบริการก็ค่อนข้างรวดเร็วดี แนะนำว่าให้มาช่วงเช้าๆ ร้านจะเงียบและไม่ต้องรอคิวอาหารนานครับ 💚 สามารถตามติดชีวิตการกินของเป็ดน้อยต่อได้ที่ 💚 👇🏻👇🏻 🍭Fan Page : https://www.facebook.com/PednoiiPakin 🍭IG : PednoiiPakin || pednoii_ahha *กรณีต้องการนำรูปไปใช้งานให้ขออนุญาตและให้เครดิตทุกครั้ง มิฉะนั้นจะถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์และแจ้งความทุกกรณี เพิ่มเติม
  • 3
  • 0
avatar image Veerapat Ma
2022/04/15
scene type icon
ครัวคุณจ๋า อัมพวา (สมุทรสงคราม) อาหารทะเล
ร้านอาหารซีฟู้ดในคลองโคน ติดกับทางเข้าวัดยี่สารเลยครับ ซึ่งเมื่อก่อนตัวร้านจะเป็นเหมือนลานปูนที่สร้างยื่นลงไปในน้ำ ไม่ใหญ่มาก แต่ปัจจุบันได้ย้ายมาอยู่อีกฝั่งที่เป็นลานไม้ยื่นเข้าไปในคลองอีกที ส่วนฝั่งที่เป็นลานปูน นำมาปรับปรุงเป็นร้านขายของแห้งที่ทางร้านทำเอง ซึ่งถ้าใครเข้าจากฝั่งนี้ ก็จะทะลุไปฝั่งร้านอาหารปัจจุบันได้เลยครับ สำหรับส่วนของฝั่งร้านอาหารใหม่นั้น สภาพจะดูโทรมๆ หน่อย โดยจะมีทั้งโซน indoor และ outdoor ซึ่งในส่วน outdoor นั้นจะติดกับคลองทั้ง 3 ฝั่ง และมีอีกโซนที่จะแคบกว่าหน่อย แต่ทุกโต๊ะจะติดกับริมน้ำครับ นอกจากนี้ วันที่ไปทานนั้นลูกค้าเยอะเป็นพิเศษ แต่ดีที่ทางร้านเคลียโต๊ะก่อนหน้าค่อนข้างเร็วเลยได้นั่งไว สำหรับเมนูอาหารก็จะเป็นแนวซีฟู้ดเกือบทั้งหมด นอกจากนี้ก็ยังมีเมนูอาหารขึ้นชื่อจากวัตถุดิบอย่างใบชะคราม และกะปิคลองโคนนำมาปรุงอาหารเป็นเมนูหลากหลายเช่นกัน โดยเมนูที่ทานวันนี้ก็จะมี - ส้มตำชะคราม ราคา 70 บาท: หน้าตาดูดี เสิร์ฟมาในจานวงรี ตัวใบชะครามเหมือนลวกให้สุกแล้วมาราดด้วยน้ำส้มตำที่ทำต่างหากอีกที รสชาติเลยยังไม่เข้ากันเท่าไร ต้องคลุกให้เข้ากันอีกที แนะนำว่าเวลาทานให้ทานกับไข่ต้มรสชาติจะอร่อยขึ้นอย่างบอกไม่ถูก จานนี้ถือว่าราคาและปริมาณคุ้มค่าที่สุดในมื้อนี้แล้วครับ - ฮ้อยจ้อปู ราคา 150 บาท: ปริมาณดูเยอะกว่าที่คิด เสิร์ฟมาเป็นลูกเล็กๆ พร้อมกับน้ำจิ้มหวาน รสชาติปรุงรสด้วยพริกไทยและเกลือทำให้ออกเค็มๆ และเผ็ดนิดๆ เข้าใจว่าทำเพื่อกลบกลิ่นคาวของปูอีกที ส่วนตัวไส้ด้านในเป็นเนื้อปูผสมกับแป้งนิดหน่อย ด้านนอกเป็นฟองเต้าหู้มาพันอีกทีและทอดได้กรอบกำลังดี จานนี้หากสั่งแล้วทางร้านจะขอเก็บเงินก่อน เนื่องจากเป็นอีกร้านที่มาฝากขายในนี้อีกที - น้ำพริกกะปิชะคราม ราคา 90 บาท: ตัวใบชะครามจะนำไปลวกและปั้นเป็นก้อนๆ ก่อนที่จะโปะด้วยกะทิ เสิร์ฟมาพร้อมกับน้ำพริกกะปิข้นๆ ตัวใบชะครามทานแล้วมีความเด้งๆ ในปาก รู้สึกได้ถึงความหอมของกะทิ และความเข้มๆ ของตัวน้ำพริกกะปิ เข้ากันได้ดี - หมึกผัดไข่เค็ม ราคา 250 บาท: จานนี้แนะนำว่าอยากให้สั่ง ปริมาณอาจจะดูน้อยกว่าจานอื่น แต่รสชาติคือดีจริง ทางร้านจะนำไข่เค็มไปยีให้เป็นเม็ดเล็กๆ ก่อนนำไปผัดและมาคลุกกับปลาหมึกก่อนเสิร์ฟ ตัวปลาหมึกเองก็ผ่านการลวกมารอบนึง เพื่อให้เนื้อยังนิ่มอยู่ พอเจอกับซอสไข่เค็มปรุงรสมันเข้ากันมากๆ ถ้าอยากได้รสชาติเผ็ดนิดๆ ให้เหยาะซอสพริกที่เสิร์ฟมาด้วยกันสักเล็กน้อย อันนี้แหละคืออร่อยสุด - หอยแครงลวก ราคา 150 บาท: จานนี้เหมือนรีบลวกแล้วนำมาเสิร์ฟ เรื่องการทำความสะอาดหอยยังไม่ค่อยดีเท่าไร มีขี้โคลนติดมาพอสมควร ลวกไปทางจะสุกแล้ว และผ่านการแกะทุกฝาไม่มีแกงแน่นอน เนื้อหอยรสชาติใช้ได้ กลิ่นคาวไม่เยอะเท่าไร มีความเด้งกรอบนิดๆ จิ้มกับซีฟู้ดเข้ากันได้ดี - ไข่เจียวกุ้งสับ ราคา 100 บาท: หน้าตาออกมาดูกลมๆ เหมือนเวลาทอดใช้หม้อทอดมากกว่า ด้านในให้ Texture เหมือนกับไข่คนเลย ออกนุ่มๆ มีกุ้งใส่เข้ามาพอสมควร แต่ก็แอบต้องสุ่มตอนตักว่าจะได้ทานเนื้อกุ้งหรือไม่ มีข้อดีตรงที่ไม่ได้กลิ่นสาบของกุ้งแต่อย่างใด - ต้มยำรวมมิตร ราคา 190 บาท: เสิร์ฟมาแบบหม้อไฟ มีเนื้อสัตว์หลักอยู่ 2 อย่างคือ ปลาหมึกและกุ้ง โดยทั้ง 2 อย่างสดดี การปรุงรสชาติใช้สมุนไพรที่เฉพาะอย่างนอกเหนือจาก ขิง ข่า ตะไคร้ และไม่ได้ใส่ใบมะกรูด รสชาติเลยออกจะหอมๆ เป็นพิเศษ ส่วนพริกสั่งแบบแยกมาเพราะคิดว่าน่าจะเผ็ดครับ - ปลาทูทอดกระเทียม ราคา 150 บาท: มีด้วยกัน 4 ตัวเสิร์ฟมาในจานเดียวและโรยด้วยกระเทียมเจียวกรอบๆ หน้าตาดูน่าทานดี เนื้อด้านในยังไม่แห้งและอร่อย มีความหอมจากการทอด ส่วนหนังด้านนอกมีความกรอบกำลังดี และผ่านการราดด้วยน้ำซอสที่ทอดในกระทะลงไปทำให้รสชาติอร่อยขึ้น เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของร้านนี้เลยก็ว่าได้ - ชะครามชุบแป้งทอด ราคา 70 บาท: ใบชะครามนำไปชุบแป้งทอด เสิร์ฟมาพร้อมกับน้ำจิ้มบ๊วย ให้ texture กรอบๆ ขาดความอร่อยไปนิด เหมือนเน้นให้เป็นของทานเล่นรออาหารจานหลักมากกว่า - ปูเนื้อ ราคา 890 บาท: ใช้ปูไซส์ใหญ่ ลงไปนึ่งจนสุกและทำการทุบเปลือกบางส่วนเพื่อให้ทานง่ายขึ้น ส่วนเครื่องในบางชิ้นที่ทานไม่ได้หรือสิ่งสกปรกอันนี้ไม่ได้ทำการเอาออกให้ เราอาจจะต้องมาเขี่ยทิ้งเอาเอง เนื้อแน่นใช้ได้แต่น่าจะนึ่งนานไปหน่อยเลยรู้สึกแห้งๆ ถ้าอร่อยที่สุดของจานนี้ต้องยกให้ส่วนของก้ามปูที่เนื้อแน่นมาก - ปูม้า ราคา 750 บาท: น้ำหนักประมาณ 1 กิโลกรัมบวกลบนิดๆ เสิร์ฟมาแบบแกะแล้วไม่ต้องทำอะไรมาก จิ้มกับซีฟู้ดก็อร่อยแล้วครับ เนื้อมีความหวานใช้ได้แต่ยังไม่อร่อยเท่ากับช่วงฤดูหนาว มีไข่ปูติดมาด้วยนิดหน่อย รสชาติอาหารโดยรวมถือว่าใช้ได้ครับ ราคาไม่แรงสมกับปริมาณอาหารที่ได้รับ อาจจะมีแค่เรื่องของความสะอาดของวัตถุดิบก่อนนำมาทำอาหารที่ควรปรับปรุง ส่วนการบริการ เนื่องจากลูกค้าเยอะและพนักงานที่ร้านเองก็จะเป็นแนวแบบครอบครัวที่จ้าง Part time มานิดหน่อย หากสั่งอะไรไปเยอะ อาจจะจำได้ไม่หมด ร้านนี้รับเฉพาะเงินสดและเงินโอนครับ หากมาเที่ยวคลองโคน ลองแวะทานร้านนี้ดูครับ รอคิวไม่นานได้ทานแน่นอน 💚 สามารถตามติดชีวิตการกินของเป็ดน้อยต่อได้ที่ 💚 👇🏻👇🏻 🍭Fan Page : https://www.facebook.com/PednoiiPakin 🍭IG : PednoiiPakin || pednoii_ahha *กรณีต้องการนำรูปไปใช้งานให้ขออนุญาตและให้เครดิตทุกครั้ง มิฉะนั้นจะถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์และแจ้งความทุกกรณี เพิ่มเติม
  • 5
  • 0
avatar image Veerapat Ma
2022/04/14
นูฟ แคฟ บางแค คาเฟ่
ร้านกาแฟเปิดมาได้สักพักใหญ่ๆ แถวๆ พุทธมณฑลสาย 2 และยังได้รางวัล User Choice 2022 เป็นครั้งแรกด้วย ด้วยความที่อยากจะทานกาแฟสักหน่อย เลยลองค้นหาผ่าน App Lineman และเจอร้านนี้ที่ค่าส่งไม่แพงด้วยเช่นกัน ไม่รอช้ากดสั่งไปเลย 3 เมนูด้วยกัน - Scone ราคา 45 บาท: ปกติแล้วเราจะเห็นสโคนขนาดพอดีคำ แต่อันนี้มาคือใหญ่มากและหน้าตาดูดี ตัวแป้งด้านในจะออกฟู หอมใช้ได้เลย เสิร์ฟมาคู่กับแยมมะม่วงน้ำดอกไม้ ที่ให้รสชาติอร่อยไปอีกแบบครับ - Chouzie Chou Cream ราคา 65 บาท: ขนมชูครีมที่เสิร์ฟมาในถ้วยอย่างดี แต่เสียดายตรงที่แตกไปเรียบร้อยแล้วตอนได้รับสินค้า ตัวแป้งมีความกรอบ ส่วนครีมคือนุ่มและละมุนมาก ออกไปทางเนยๆ มากกว่าร้านอื่นๆ ที่เคยทานมา อันนี้เหมาะกับคนที่ชอบทานอะไรเลี่ยนๆ เมนูนี้คือตอบโจทย์ - Premium Milk Coffee ราคา 86 บาท: มีให้เลือกด้วยกันหลายแบบ วันนี้เลยเลือกเป็น Rain Forest ซึ่งเป็นกาแฟจาก 3 ชาติ คือ ไทย อินโดนีเซีย และลาว มา Blend รวมกัน โดยรสชาติจะออกไปทางถั่วๆ และมีความเปรี้ยวนิดๆ ไม่เด่นมาก ถ้าหากทานที่ร้านจะเสิร์ฟแยกเป็น 3 ชั้นมาให้เลย แต่ถ้าสั่งแบบ Delivery จะรวมกันเป็นเนื้อเดียวในขวด ซึ่งทางร้านเองก็ไม่สามารถแพ็คแยก 3 ส่วนให้ได้ ก็พอเข้าใจได้ครับ รสชาติโดยรวมคือดี กาแฟเด่นใช้ได้ไม่รู้สึกหืนๆ มีความหอมที่ลงตัว ส่วนนมเพิ่มความนุ่มและชูความหอมของกาแฟออกมาได้ชัดขึ้นอีก ความอร่อยโดยรวมแล้วคือดีเลยครับ ตัวขนมอันนี้ผ่านและราคาไม่แรงเลย เช่นเดียวกับตัวกาแฟ แต่ถ้าหากอยากทานแบบ original จริงๆ ควรจะไปทานที่ร้าน ซึ่งหากมีโอกาสจะไปทาน เห็นว่าจัดหน้าร้านเสร็จแล้วด้วยครับ ส่วนการแพ็คกิ้งทำมาดี แยกทุกอย่างออกจากกันชัดเจนยกเว้นตัวกาแฟ แต่ก็ยังดีที่แยกแก้วน้ำแข็ง กับกาแฟใส่มาในขวดต่างหากให้ครับ 💚 สามารถตามติดชีวิตการกินของเป็ดน้อยต่อได้ที่ 💚 👇🏻👇🏻 🍭Fan Page : https://www.facebook.com/PednoiiPakin 🍭IG : PednoiiPakin || pednoii_ahha *กรณีต้องการนำรูปไปใช้งานให้ขออนุญาตและให้เครดิตทุกครั้ง มิฉะนั้นจะถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์และแจ้งความทุกกรณี เพิ่มเติม
  • 4
  • 0
avatar image Veerapat Ma
2022/04/14
scene type icon
ซาโบเตน พระราม 9 อาหารญี่ปุ่น
เนื่องจากร้านทงคัตสึเปิดกันพรึบพั่บในกรุงเทพ แน่นอนว่าเราก็จะต้องหาร้านรีวิวไปเรื่อยๆ แต่มาสะดุดตากับเมนูที่น่าสนใจอย่างมากุโระคัตสึ ของร้านซาโบเตน ไม่รอช้ารีบมากินที่สาขาเซ็นทรัลพระราม 9 เลยเนื่องจากลูกค้าน้อยและไม่ต้องรอคิวนาน ตอนมาถึงร้านก็ได้เข้ารับประทานอาหารเลยครับ เพียงแต่เห็นลูกค้าเต็มเกือบทุกโต๊ะเลยทีเดียว สำหรับเมนูที่เล็งไว้วันนี้ เป็นเมนู มากุโระคัตสึ ราคา 460 บาท เสิร์ฟพร้อมกับ ข้าว กะหล่ำปลี ซุป น้ำชารีฟิว แตงกวาดอง น้ำจิ้มที่ผสมกับมัสตาร์ด และน้ำจิ้มทงคัตสึพร้อมกับงาให้บดเล่นระหว่างรออาหาร ตัวมากุโระจะหั่นออกมาได้ด้วยกัน 6 ชิ้นย่อยๆ ตรงกลางยังมีความแดงๆ อยู่ไม่สุก แต่สิ่งนี้แหละคือความอร่อย เพราะเนื้อเด้งมาก หนึบๆ และพอเจอกับด้านนอกที่กรอบกำลังดี มันไปด้วยกันได้ดีเลยครับ ลองจิ้มกับน้ำจิ้มทงคัตสึอาจจะไม่เข้ากันเท่าไร แต่ลองจิ้มกับน้ำจิ้มที่ผสมกับมัสตาร์ดคือดีจริงๆ ส่วนข้าวและกะหล่ำปลี รวมทั้งซุป อร่อยตามมาตรฐานของซาโบเตนอยู่แล้วครับ นอกจากนี้ยังมีสั่งอุด้งร้อน ราคา 70 บาท โดยมีเงื่อนไขว่าจะต้องสั่งชุดหลักก่อน 1 เมนูถึงจะสั่งเมนูนี้ได้ ปริมาณเยอะดีเสิร์ฟมาแบบเป็นซุปร้อนๆ ตัวเส้นหนึบๆ ส่วนน้ำซุปจะออกใสๆ รสชาติแบบใส่โชยุลงไปนิดหน่อย เหมาะกับการซดเป็นอย่างดี ภาพรวมแล้วรสชาติอาหารถือว่าดีเลยครับ โดยเฉพาะตัวมากุโระคัตสึอันนี้คือดีจริง แนะนำให้จิ้มกับน้ำจิ้มมัสตาร์ดด้วยจะเพอร์เฟกมากๆ ส่วนการบริการค่อนข้างล่าช้าหน่อยๆ เนื่องจากพนักงานค่อนข้างน้อยและต้องให้บริการโต๊ะอื่นๆ ด้วยเช่นกัน 💚 สามารถตามติดชีวิตการกินของเป็ดน้อยต่อได้ที่ 💚 👇🏻👇🏻 🍭Fan Page : https://www.facebook.com/PednoiiPakin 🍭IG : PednoiiPakin || pednoii_ahha *กรณีต้องการนำรูปไปใช้งานให้ขออนุญาตและให้เครดิตทุกครั้ง มิฉะนั้นจะถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์และแจ้งความทุกกรณี เพิ่มเติม
  • 1
  • 0
avatar image Veerapat Ma
2022/04/14
scene type icon
อ้ปป้าจาจางมยอน อาหารเกาหลี
ร้านอาหารเกาหลีแบบ Take Home ในหมู่บ้านชนันทรวินด์มิลแถวๆ หนองแขม ก็มีความไกลจากบ้านอยู่พอสมควร แต่ถ้ากดสั่งผ่าน Robinhood ค่าส่งถูกกว่าค่ายอื่นๆ เยอะพอสมควรเลยทีเดียว สำหรับเมนูอาหารมีอยู่ไม่ถึง 10 อย่าง น่าจะเป็นเพราะร้านเพิ่งเปิดใหม่ด้วย วันนี้เลยลองเลือกมา 2 เมนูดูครับ - มันดู เกี๊ยวเกาหลี ราคา 75 บาท: มีด้วยกัน 5 ลูกเสิร์ฟมาพร้อมน้ำจิ้มที่ผสมกับน้ำมันงาหน่อยๆ ตัวมันดูมีความหอมดีครับ ไส้พอใช้ได้ไม่แน่นมาก แนะนำว่าให้จิ้มกับน้ำจิ้มแล้วทานพร้อมมันจะดีกว่าที่คิด - จาจังเมียน ราคา 150 บาท: ราคาถือว่าไม่แรงมาก ประกอบด้วยตัวเส้นที่เหมือนอุด้งแต่จะเด้งๆ หนึบๆ หน่อย แตงกวา และไข่ดาว เสิร์ฟมาคู่กับไช้เท้าดองสีเหลืองที่ออกเปรี้ยวเบาๆ ส่วนตัวซอสแยกมาอีกถุง ซึ่งมีใส่แครอทและหมูชิ้นๆ เวลาทานให้คลุกให้เข้ากันก่อนทาน รสชาติยังอ่อนไปนิด ขาดความเค็มและหวานไปอีกนิด ส่วนหนึ่งเป็นเพราะซอสดำที่ไม่เยอะเท่าไร แต่ก็มีข้อดีตรงที่เครื่องใส่มาเยอะมากเช่นกัน เนื้อหมูมีความแข็งไปนิด รสชาติอาหารโดยรวมถือว่าใช้ได้เลยครับ ทั้ง 2 เมนูตอนมาส่งยังร้อนๆ อยู่เลย ทานแล้วเลยได้อรรถรสเหมือนไปเกาหลีอยู่นิดๆ อาจจะต้องปรับปรุงเรื่องเนื้อสัตว์ที่แข็งไปนิด และรสชาติของซอสจาจังมยอนยังไม่เข้มข้นมาก การแพ็คกิ้งค่อนข้างดี แยกเป็นสัดส่วนและไม่มีเสียหายแต่อย่างใด 💚 สามารถตามติดชีวิตการกินของเป็ดน้อยต่อได้ที่ 💚 👇🏻👇🏻 🍭Fan Page : https://www.facebook.com/PednoiiPakin 🍭IG : PednoiiPakin || pednoii_ahha *กรณีต้องการนำรูปไปใช้งานให้ขออนุญาตและให้เครดิตทุกครั้ง มิฉะนั้นจะถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์และแจ้งความทุกกรณี เพิ่มเติม
  • 3
  • 0
avatar image Veerapat Ma
2022/04/14
scene type icon
ซ้งเป็ดพะโล้ สาขาวังหิน ลาดพร้าววังหิน อาหารจีน
ร้านอาหารร้านใหญ่ร้านดังย่านลาดพร้าววังหิน โดยตรงช่วงซอยลาดพร้าว 82 ติดกับปั๊มเชลล์เลย สามารถขับรถเข้ามาจอดภายในร้านได้เลย แต่แนะนำว่าให้มาจอดตรงลานจอดรถด้านหลัง ดีกว่าจอดบริเวณถนนเข้าออกของร้าน ซึ่งจะลำบากกับลูกค้าท่านอื่นเวลาขับรถสวนกัน ภายในร้านก็ยังมีที่นั่งอยู่ 2 โซน จะ indoor หรือ outdoor แล้วแต่สะดวก แต่ถ้าให้แนะนำ หากมาทานอาหารในช่วงกลางวันควรนั่งด้านในจะดีกว่าครับ เมนูอาหารยังเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน ตั้งแต่มาทานเมื่อ 2 ปีก่อน จนถึงบัดนี้ก็ยังใช้เล่มเดิม โดยเฉพาะสมุดเมนูที่เริ่มเก่าไปตามกาลเวลาและบางหน้าก็ขาดหายไปไม่สมบูรณ์ แต่ก็ยังไม่ได้เป็นปัญหาในการสั่งแต่อย่างใด ฝ เริ่มต้นกันด้วยเบสิกอย่าง เป็ดพะโล้ + ไส้ ราคา 140 บาท ปริมาณเยอะใช้ได้ไม่ดูน่าเกลียดแต่อย่างใด เสิร์ฟมาพร้อมกับพริกน้ำส้มเหมือนเดิม รสชาติเป็ดทำออกมาได้ดี เนื้อนุ่มอร่อยและตัวน้ำซุปซึมเข้าไปถึงเนื้อด้านใน ส่วนไส้เป็ดวันนี้ค่อนข้างเหนียวไปนิดเหมือนลวกนานไปหน่อย ต่อกันด้วยไส้หมูพะโล้ทอด ราคา 110 บาท เมนูทานเล่นที่มากี่ครั้งก็ต้องสั่ง ปริมาณพอๆ กับที่มาทานครั้งก่อน มีทั้งกรอบและไม่กรอบผสมกัน โดยเฉพาะพวกที่ไม่กรอบจะมีความเหนียวระดับนึงเลย จิ้มกับซีอิ๊วดำเพื่อเพิ่มความหอม และทานแตงกวาเพื่อตัดเลี่ยนด้วยเช่นกัน เมนูที่สามกับโป๊ะแตก ราคา 150 บาท จริงๆ ตอนสั่งตั้งใจอยากทานเป็นรวมมิตร แต่พนักงานที่รับออเดอร์ดูงงๆ และคิดไปเองว่าสั่งกุ้งล้วน ตอนที่เสิร์ฟมาครั้งแรกน้ำซุปรสชาติหนักเค็มมาก เลยให้ทางร้านเปลี่ยนให้ ซึ่งก็เหมือนจะทำน้ำซุปมาให้ใหม่เลย รสชาติดีและกลมกล่อมขึ้น ด้วยความที่ทางร้านใส่กระชายลงไปด้วย รสชาติเลยจะแปลกๆ กว่าร้านอื่นนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้เป็นปัญหาแต่อย่างใด กุ้งที่ใส่มาสดดี มีความกรุบกรอบ ตามมาติดๆ กับเมนู ปลาช่อนผัดคึ่นช่าย ราคา 150 บาท ปลาทอดให้กรอบก่อนจะนำไปผัดกับต้นหอม เต้าเจี้ยว ขิง และคึ่นช่าย ดับกลิ่นคาวปลาได้ค่อนข้างดี กลิ่นโดยรวมหอม ตัวปลาน่าจะทอดนานไปหน่อยเลยรู้สึกแห้งๆ ขนาดชิ้นใหญ่กำลังดี ก้างเยอะนิดหน่อยตามสไตล์ปลาน้ำจืด และสุดท้ายกับยยำวุ้นเส้นทะเล ราคา 150 บาท จะเป็นแนวยำแบบโบราณที่จะมีใส่ถั่วลิสงคั่ว และกุ้งแห้ง จานนี้ใส่วัตถุดิบมาเยอะมาก โดยเฉพาะปลาหมึก และเนื้อปลากระพง แต่รสชาติโดยรวมไม่ดีอย่างที่คิด ยังปรุงได้ไม่ค่อยทั่ว บางจุดหวาน บางจุดเปรี้ยว บางจุดจืดๆ ตัววัตถุดิบเองดูจะมีปัญหาเหมือนกัน อย่างตัวปลาหมึกที่ใช้แบบหมึกที่ไม่ค่อยดีเท่าไร มีกลิ่นคาวเยอะพอสมควร และทานไม่ได้หลายชิ้นเลย ส่วนปลาลวกนานไปหน่อยแข็งกระด้างเลย ที่โอเครสุดคงจะเป็นกุ้ง ส่วนวุ้นเส้นและเครื่องอื่นๆ ไม่ติดปัญหาอะไร ถ้าหากเจอเหตุการณ์แบบนี้เราสามารถแจ้งร้านให้ทำใหม่ได้เลยครับ โดยรวมแล้วรสชาติอาหารถ้าเป็นเมนูซิกเนเจอร์ของทางร้านไม่ติดปัญหาอะไร จะมาเจอกับบางเมนูที่ทางร้านอาจจะไม่ได้ทำบ่อยๆ เช่นที่ได้กล่าวไปข้างต้น อาจจะดีตรงที่ทางร้านเต็มใจทำให้ใหม่ได้เลยถ้าไม่ถูกปากหรืออาหารมีปัญหา แต่จริงๆ แล้วควรจะ QC วัตถุดิบอะไรก็ตามที่นำมาทำอาหารก่อนจะดีที่สุดครับ เพราะลูกค้าบางคนอาจจะไม่รู้และทานจนร่างกายมีปัญหาก็ได้เช่นกัน ส่วนการบริการรวดเร็วดี โดยเฉพาะการทำกับข้าวอันนี้ไวมากแทบยังไม่ทันจะตักข้าวเลย ส่วนที่ดีอีกอย่างที่ลืมพูดถึงไปก่อนหน้าคือข้าวสวยร้านนี้ดีมาก หุงออกแข็งๆ หน่อยแต่มีความหอมที่ชัดเจนดีครับ 💚 สามารถตามติดชีวิตการกินของเป็ดน้อยต่อได้ที่ 💚 👇🏻👇🏻 🍭Fan Page : https://www.facebook.com/PednoiiPakin 🍭IG : PednoiiPakin || pednoii_ahha *กรณีต้องการนำรูปไปใช้งานให้ขออนุญาตและให้เครดิตทุกครั้ง มิฉะนั้นจะถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์และแจ้งความทุกกรณี เพิ่มเติม
  • 4
  • 0
avatar image Veerapat Ma
2022/04/12
scene type icon
ตวง ติ่มซำ เจริญกรุง ติ่มซำ
ร้านติ่มซำในตึกแถวขนาด 1 คูหาบนถนนเจริญกรุงฝั่งขาออก การเดินทางสามารถนั่ง BTS ลงที่สถานีสะพานตากสิน และต่อด้วยรถโดยสารสาธารณะ หากขับรถยนต์ส่วนตัวมาอาจจะหาที่จอดลำบากพอสมควร ถ้าหากกลัวว่าจะหาร้านไม่เจอ ลองสังเกตว่า แถวๆนั้นมีคนมายืนรอหน้าร้านเยอะๆ แสดงว่าคุณเจอร้านนี้แล้ว ด้วยขนาดร้านที่ค่อนข้างเล็ก ทำให้ที่นั่งมีค่อนข้างจำกัด จึงอยากแนะนำว่าหากจะมาทานที่ร้านจริงๆ ควรมาในช่วงเช้า โดยเฉพาะช่วงวันทำงานลูกค้าจะไม่เยอะมาก และถ้ามาถึงแล้ว โชคดีอาจจะได้โต๊ะว่างเลย แต่ถ้าโต๊ะไม่ว่าง ก็รับบัตรคิวและเลือกเมนูอาหารไว้ให้เรียบร้อย แต่ถ้าไม่อยากนั่งทานที่ร้าน ก็สามารถสั่งกลับได้ หรือจะใช้บริการ Delivery ผ่าน Lineman แต่ราคาอาจจะสูงกว่าหน้าร้านพอสมควร เมนูอาหารอาจจะไม่ได้มีให้เลือกเยอะเท่ากับร้านติ่มซำอื่นๆ โดยจะเน้นไปประเภทขนมจีบ ซาลาเปา และของทอดมากกว่า โดยราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 18 บาท ไปจนถึง 55 บาท ถือว่าไม่แพงมาก เมนูที่อยากแนะนำเมื่อมาร้านนี้เลย คือ เสี่ยวหลงเปาเซี่ยงไฮ้ ราคา 45 บาท มีด้วยกัน 3 ลูก ขาดแค่ขิงสดฝอยที่ไม่มีเพราะใส่เข้าไปในไส้เรียบร้อยแล้ว ตักทานได้ง่ายไม่ติดกระดาษ รสชาติดี น้ำซุปด้านในรสชาติออกเค็มนิดๆ เนื้อหมูปรุงรสอร่อย และแป้งด้านนอกก็บางและมีกลิ่นหอมอ่อนๆ อีกเมนูที่หน้าตาคล้ายๆ กับเสี่ยวหลงเปา คงไม่พ้น ฮะเก๋า ราคา 55 บาท ราคาถือว่าแพงที่สุดในร้านแล้ว แต่สิ่งที่ได้รับคุ้มกว่าราคาที่จ่ายอีก ตัวแป้งห่อเหมือนจะหนาแต่จริงๆ บางกว่าที่คิด นุ่มอร่อยและมีกลิ่นหอม ส่วนไส้ด้านในจะผสมระหว่างกุ้งและหมูสับ โดยกุ้งที่ใส่มาเป็นตัวๆ มีความเด้งกรอบและหอมแบบไม่ต้องจิ้มน้ำจิ้มก็ยังได้ แต่ถ้าให้ดี ลองใส่จิ๊กโฉ่วและเติมพริกเผาลงไปนิดหน่อย จะช่วยให้เมนูจานนี้อร่อยขึ้นได้อีก ต่อกันด้วยเมนูเบสิกอย่าง ขนมจีบหมูเห็ดหอม ราคา 30 บาท ไส้หมูสับแน่นปรุงรสชาติออกเค็มนิดๆ ทานแล้วยังรู้สึกได้ถึงแป้งด้านนอกที่ห่อไว้ เมนูต่อมาที่ไม่เหมือนใครกับ ฟองเต้าหู้น้ำมันหอย ราคา 45 บาท ทางร้านจะใช้ฟองเต้าหู้ห่อกับหมูสับ และราดด้วยซอสน้ำมันหอยที่ปรุงรสออกหวานๆ ทานพร้อมกันเข้ากันได้ดี รวมทั้งรสชาติโดยรวมไม่เหมือนร้านไหนเลย แน่นอนว่ามาทานติ่มซำแล้วไม่ทานซี่โครงก็คงถือว่าทานไม่ครบ จึงต้องสั่ง ซี่โครงหมู ราคา 45 บาท หน้าตาดูธรรมดา แต่ทพอทานแล้วรู้สึกได้ถึงความเค็มนำและหวานตามแบบกลมกล่อม เนื้ออาจจะไม่ได้หลุดออกมาจากกระดูกง่ายๆ แต่ทานแล้วได้ความนุ่มหนึบๆ ออกแรงเคี้ยวนิดๆ กำลังดีเช่นกัน นอกจากนี้มีเมนูที่น่าสนใจไม่แพ้กันอย่าง ก๋วยเตี๋ยวหลอดหมูแดง ราคา 45 บาท มีด้วยกัน 3 ชิ้น โดยทางร้านใช้เส้นใหญ่แบบแผ่นใหญ่ ใส่หมูแดงเข้าไปและม้วนให้เป็นทรงกระบอก นึ่งจนสุกแล้วราดด้วยซีอิ๊วปรุงรสสูตรลับของทางร้าน รสชาติจะออกหวานๆ กำลังดี ทานกับเส้นอร่อยมาก ส่วนหมูแดงเพิ่ม Texture หนึบๆ เข้ามา ที่สำคัญตัวเส้นไม่มีกลิ่นเลย อันนี้ชอบมาก และของนึ่งจานสุดท้ายที่อยากแนะนำสำหรับคนทานเนื้อ ควรลองสั่ง ลูกชิ้นเนื้อวัว ราคา 45 บาท หน้าตาเหมือนเนื้อสับที่ปั้นเป็นก้อนๆ ผ่านการปรุงรสและนึ่งจนสุก และมีฟองเต้าหู้รองด้านล่างของลูกชิ้นไว้ ซึ่งสามารถทานได้เช่นกัน รสชาติจะออกเผ็ดๆแบบขิงนิดๆ ออกเค็มกลางๆ ทานได้เพลินๆ ส่วนของทอดที่ได้ทานวันนี้มีแค่เมนูเดียวกับ เผือกทอด ราคา 18 บาทต่อลูก หน้าตาอาจจะดูเริ่มเกรียมและไม่ฟูฟ่องเหมือนร้านอื่นๆ แต่ความกรอบด้านนอกยังมาครบ ด้านในเป็นไส้หมูแดงผสมกับเผือกที่ปรุงรสชาติได้กำลังดี ไม่รู้สึกเค็มหรือหวานจนเกินไป และเมนูซิกเนเจอร์ที่อยากแนะนำให้สั่งคือ ซาลาเปาลาวาไส้ครีม ราคาลูกละ 20 บาท ซาลาเปาครีมมี่ไส้ทะลัก เพียงแค่กันหรือแยกเป็น 2 ซีกก็ไหลออกมาแบบเยิ้มๆ แล้ว รสชาติออกหวานมันและครีมมี่จากไข่เค็มที่เป็นส่วนผสมหลัก ส่วนแป้งนุ่มอร่อยและหอม ส่วนซาลาเปาอีกไส้ที่เพิ่งเคยได้ชิมครั้งแรก อย่าง ซาลาเปาไส้ข้าวเหนียว ราคาลูกละ 18 บาท จะเป็นซาลาเปาแท่งยาวๆ แล้วนำมาตัดขวางเสิร์ฟให้ทานอีกที แป้งหนาแต่นุ่มอร่อย ส่วนไส้นั้น ให้ความรู้สึกคล้ายๆ กับทานบะจ่าง แต่จะออกหวานกว่าและไม่ได้มีส่วนผสมที่เยอะเท่ากับบะจ่าง และสุดท้ายในส่วนของเครื่องดื่ม ที่ร้านจะมีน้ำชา และเก๊กฮวยเย็น ให้สั่งด้วยเช่นกัน ถ้าเป็นน้ำชารสชาติเข้มข้นใช้ได้แต่ไม่ได้ใช้ชาคุณภาพสูง และเก๊กฮวยจะไม่หวานมาก โดยรวมแล้ว รสชาติถือว่าอร่อยทุกเมนูจริงๆ ทางร้านใส่ใจในคุณภาพของอาหารทุกจาน สังเกตได้จากขนาดของติ่มซำแต่ละลูกมีความใกล้เคียงกันมากๆ ไส้ที่อัดอยู่ด้านในก็แน่นสมกับราคาจริงๆ อิ่มจุกได้ในราคาไม่ถึง 500 บาทเท่านั้น ส่วนใครที่อยากจะมาทานร้านนี้ จะต้อง walk in มาเพียงอย่างเดียวที่ร้านไม่รับจอง และอาจจะไม่เหมาะกับการมาเป็นหมู่คณะเพราะที่นั่งในร้านค่อนข้างจำกัด และทางร้านเองจะจัดแบบนั่ง 2 คนและ 4 คนมากกว่า หรือไม่ก็สั่งกลับไปทานที่บ้านอาจจะ enjoy ได้มากกว่า อาจจะต้องรอนานสักหน่อย แต่ถ้าได้ทานแล้วจะคุ้มค่ากับเวลาที่รอคอย 💚 สามารถตามติดชีวิตการกินของเป็ดน้อยต่อได้ที่ 💚 👇🏻👇🏻 🍭Fan Page : https://www.facebook.com/PednoiiPakin 🍭IG : PednoiiPakin || pednoii_ahha *กรณีต้องการนำรูปไปใช้งานให้ขออนุญาตและให้เครดิตทุกครั้ง มิฉะนั้นจะถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์และแจ้งความทุกกรณี เพิ่มเติม
  • 8
  • 0
avatar image Veerapat Ma
2022/04/12
scene type icon
โกหมาก หัวหิน (Ko Mark Hua Hin) หัวหิน (ประจวบคีรีขันธ์) อาหารทะเล
ร้านอาหารใต้ในตัวเมืองหัวหิน การเดินทางไม่ยากโดยตัวร้านจะอยู่บนถนนเพชรเกษมฝั่งขาเข้ากรุงเทพเลย มีที่จอดรถในร้านประมาณ 10 คันได้ แต่ถ้าหากเต็ม สามารถจอดริมถนนหน้าร้านได้ด้วยเช่นกัน จากคราวที่แล้วที่สั่งไปทานที่พัก รอบนี้เปลี่ยนมาทานที่ร้านดูบ้าง ซึ่งแนะนำว่าควรโทรสำรองที่นั่งก่อน โดยเฉพาะช่วงเทศกาลแบบนี้หากไป walk in อาจจะรอคิวนาน เมนูอาหารเท่าที่ดูคร่าวๆ ไม่ได้แตกต่างจากที่สั่งได้ผ่าน App ดังนั้น เมนูที่ทานวันนี้ก็จะมี - ฮ่อยจ้อ ราคา 180 บาท: เป็นครั้งแรกที่ได้ทานเมนูนี้ หน้าตาดูเกรียมเหมือนในรูปเมนูอาหารไม่มีผิด ตัวไส้ด้านในเป็นเนื้อปูที่แน่นกว่าที่คิด ด้านนอกมีความกรอบและหอมๆ ปรุงรสชาติออกเค็มๆ จิ้มกับน้ำจิ้มหวานอร่อยดี - หมูกุเลาคุณย่า ราคา 210 บาท: เมนูเมี่ยงประจำร้าน ที่ประกอบด้วยหมูที่ผสมกับสมุนไพรก่อนนำไปปั่นและทอดจนออกมาเป็นเกล็ดๆ เม็ดเล็กๆ เสิร์ฟมาพร้อมกับคะน้า พริกสด หอมแดง และมะนาว เวลาทานจะตักเป็นอย่างๆ ก็ได้ หรือจะคลุกให้เข้ากันแล้วค่อยวางใส่ผัก ตัวหมูรสชาติเค็มมาก ไม่สามารถทานเปล่าๆได้ ถ้าให้ดีควรจะให้ผักเยอะกว่านี้ครับ - ไข่เจียวหอยนางรม ราคา 120 บาท: ทอดออกมาได้ดูฟูกำลังดี รสชาติมีความเป็นหอยนางรมแทรกอยู่เป็นระยะๆ เปรียบเทียบกับออส่วนก็คล้ายๆ กันเลย เพียงแต่อันนี้จะได้ความฟูและกรอบของไข่มาช่วยเสริมความอร่อยของหอยได้ดีกว่า - ต้มยำโป๊ะแตก ราคา 200 บาท: หม้อไฟดูดีเสิร์ฟมาแบบร้อนๆ เครื่องเยอะดีโดยเฉพาะปลาหมึกและกุ้ง มีเนื้อปลากระพงแบบประราย รสชาติออกเปรี้ยวแบบเฟรชๆ ทำให้ตื่นได้เป็นอย่างดี - สละลอยแก้ว ราคา 45 บาท: ปิดท้ายด้วยเมนูของหวาน ที่ตัวสละไม่ได้มาเป็นเกล็ดๆ แล้ว เหมือนทิ้งไว้ด้านนอกนานไปนิด รสชาติออกหวาน โดยรวมแล้วรสชาติอาหารยังอร่อยเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือปริมาณอาจจะดูลดลงเล็กน้อยโดยเฉพาะตัวหมูกุเลา ที่จำได้ว่าตอนสั่งไปทานคือล้นจานเลย ส่วนการบริการค่อนข้างรวดเร็วและเป็นกันเองดีครับ มีแค่ต้องตามบางเมนูที่ทำช้าๆ และเมนูนั้นคือ หมูกุเลานั่นเอง ร้านนี้รับชำระเงินสด เงินโอน และเครดิต แต่ถ้ารูดบัตรต้องขั้นต่ำ 1000 บาท 💚 สามารถตามติดชีวิตการกินของเป็ดน้อยต่อได้ที่ 💚 👇🏻👇🏻 🍭Fan Page : https://www.facebook.com/PednoiiPakin 🍭IG : PednoiiPakin || pednoii_ahha *กรณีต้องการนำรูปไปใช้งานให้ขออนุญาตและให้เครดิตทุกครั้ง มิฉะนั้นจะถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์และแจ้งความทุกกรณี เพิ่มเติม
  • 4
  • 1
avatar image Veerapat Ma
2022/04/11
scene type icon
หรอยในหลืบ หัวหิน (ประจวบคีรีขันธ์) อาหารทะเล
จากคราวที่แล้ว ที่มีการรีวิวร้านอาหารญี่ปุ่นที่นำเสนอความแปลกจากท้องทะเล มารอบนี้เลยอยากนำเสนอร้าน Local ที่มีเสิร์ฟเมนูแปลกๆ กันบ้าง แต่ถ้าจะแนะนำร้านในกรุงเทพฯ ก็คงรู้จักกันหมดแล้ว เลยเปลี่ยนมาต่างจังหวัด ที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากเท่าไร และยังเป็นกระแสโด่งดังในช่วงนี้มากๆ กับร้าน “หรอยในหลืบ” ร้านที่ความอร่อยไม่ได้แอบอยู่ในซอกมุม แต่ทะลุออกมาถึงโซเชียล ก่อนที่จะมาทานร้านนี้ แนะนำว่าให้โทรสำรองที่นั่งก่อนล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วัน หากต้องการทานเมนูแปลกๆ เพิ่มเติมควรสอบถามและจองไว้ล่วงหน้าเช่นเดียวกัน โดยทักไปทาง Messenger Facebook แต่ถ้าลืมจองก่อนแล้วจะไปทานวันนี้เลย ควรโทรหาร้านโดยตรง ตำแหน่งร้านด้วยความที่อยู่ในซอกมุมที่ไม่คิดว่าจะนำมาทำเป็นร้านอาหารได้ ทำให้การเข้าซอยอาจจะมีหลงได้หากไม่ได้นำทางด้วย Google Map หากขับมาแล้วเจอที่จอดรถที่มีเต๊นท์ผ้าใบตั้งอยู่ และมีคนคอยโบกรถ แสดงว่าคุณมาถึงร้านนี้แล้ว โดยที่จอดรถสามารถจอดได้ประมาณ 6 คัน และอาจจะมีซ้อนคันได้ในช่วง Prime Time ตัวร้านจะมีอยู่ด้วยกัน 2 โซนเป็นแบบห้องแอร์ และด้านนอก หากมาทานในช่วงเย็นอยู่แล้วแนะนำว่าให้นั่งด้านนอกจะได้บรรยากาศมากกว่า ด้วยความที่เจ้าของเป็นคนใต้ ดังนั้นเมนูที่มีให้สั่งจะเป็นตระกูลอาหารใต้โดยส่วนใหญ่ ที่เพิ่มเติมขึ้นมา ก็จะมีซาชิมิต่างๆ หรือจะเป็นเมนูชาบู ปิ้งย่างพร้อมกับเนื้อสัตว์คุณภาพดี ก็มีให้สั่งได้เช่นกัน วันไหนอยากจะทานอะไร ร้านนี้ก็สามารถให้บริการได้ทั้งหมดเช่นกัน เริ่มต้นกันด้วยเมนูอาหารใต้เบาๆ อย่าง ใบเหลียงผัดไข่หน้าแตก ราคา 80 บาท ทานอาหารใต้ทั้งทีไม่ควรขาดผัก และผักที่ควรสั่งก็น่าจะต้องเป็นใบเหลียงนั่นเอง ร้านนี้จะผัดแบบอมน้ำมันเยิ้มๆ หน่อยๆ แล้วโปะด้วยไข่ดาวที่เจาะให้หน้าแตก รสชาติจะออกเค็มปนหวานนิดๆ ทานแบบเปล่าๆ ก็ได้ หรือจะทานกับข้าวสวยก็อร่อยเช่นกัน ต่อกันด้วยเมนูปริศนาในวันนี้กับ ชิราโกะ ราคา 550 บาท เมนูท่อเก็บน้ำอสุจิของปลาคอต ที่เสิร์ฟมาในรูปแบบของยำเปรี้ยวๆ มาพร้อมกับมะนาวให้บีบและมีขิงดองกับไช้เท้าดองไว้ทานตัดเลี่ยน ปกติแล้วเมนูนี้หาทานได้ค่อนข้างยากทีเดียว ต้องเป็นร้านแนวโอมากาเสะ และปกติเราจะเจอแต่แบบเบิร์นไฟ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ทานแบบสดๆ รสชาติจะออกมันๆ ลื่นๆ แบบละลายในปากหน่อยๆ มะนาวเพิ่มความเฟรชๆ ลดความเลี่ยนลงได้ดี มาร้านนี้ทั้งทีไม่ควรจะพลาดเมนูซาชิมิ กับชุดรวมใหญ่ซาชิมิ ราคา 380 บาท ซึ่งจะได้ทานอะไรนั้นอยู่ที่การสุ่ม โดยวันนี้ทางร้านเสิร์ฟเป็นปลากระพงแดง หอยเป๋าฮื้อ และปลาหมึก เวลาทานแนะนำว่าให้จิ้มกับโชยุจะอร่อยที่สุด วัตถุดิบแต่ละตัวนั้น วันนี้ต้องยกให้ หอยเป๋าฮื้อเป็นพระเอก ตัวหอยผ่านการนึ่งและหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ แนวยาว รสชาติดีและนุ่มอร่อย ปลาหมึกจะมีความนุ่มไม่กรึบ ไม่ต้องออกแรงเคี้ยวเยอะ ส่วนปลากระพงแดง ปกติแล้วถ้าเสิร์ฟแบบสุก เนื้อจะค่อนข้างแข็งกระด้าง แต่พอลองทานเป็นแบบซาชิมิแล้วดีกว่ามากๆ เนื้อมีความเฟิร์ม ทานแล้วเหมือนจะแข็งแต่จริงๆ นุ่มอร่อยมากทีเดียว หวานกลางๆ ไม่ได้เข้มข้นมากเพราะไม่ได้ aging นั่นเอง สุดท้ายกับเมนูที่เป็นตำนานของร้านนี้เลยคือ เต๋าเต้ยหม้อไฟ ราคา 900 บาท ราคาเริ่มต้นของเมนูนี้จะอยู่ที่ 450 บาท แต่ว่าตอนที่มาทางร้านเหลือแต่ไซส์นี้แล้ว ตอนแรกคิดว่าตัวจะเล็ก แต่จริงๆ คือไซส์มาตรฐานที่ขึ้นภัตตาคารเลย มีโอกาสเลยที่ราคาจะไม่ต่ำกว่า 2000 ต่อจาน แต่มาขายในราคานี้ถือว่าคุ้มค่ามากๆ ตัวปลาจะแล่ก้างออกให้เสร็จสรรพ โปะด้วยไข่ มาพร้อมกับหม้อน้ำซุปที่ขอเติมได้เรื่อยๆ และยังมีชุดผักเผื่อไม่อิ่มอีก ถ้ามาทาน 2 คน สั่งแค่ชุดนี้ชุดเดียวก็อิ่มมากแล้ว ตัวปลาสดอร่อย เนื้อมีความนุ่มที่ต้องเคี้ยวนิดๆ แต่ได้ Texture ที่แน่นๆ ด้วยเช่นกัน ขอให้ลองชุบไข่แล้วลงไปต้ม เนื้อปลาจะหวานขึ้นอีก และการต้ม ควรจะต้มจนกว่าเนื้อปลาจะลอยขึ้นมา ถ้าตักขึ้นมาทานก่อนจะยังมีความคาวอยู่ ส่วนน้ำซุปและชุดผักโดยรวมถือว่าดี ซุปหวานมาก อย่างที่บอกไปตอนแรก ที่ร้านนี้ยังมีเมนูอีกมากมายที่ให้สั่ง แต่แน่นอนว่า ถ้ามาทานร้านนี้ เมนูที่อยากแนะนำเลยคือ เต๋าเต้ย อันนี้ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง ส่วนซาชิมิ ก็เป็นเมนูรองลงมาแต่รสชาติก็อร่อยไม่แพ้จานแรกเช่นกัน ส่วนเมนูอื่นนๆ อันนี้แล้วแต่อยากจะสั่งเลย แต่ถ้าให้เดาคงจะอร่อยเหมือนกัน ส่วนการบริการร้านนี้ถือว่าค่อนข้างรวดเร็ว อาหารเสิร์ฟไวไม่ต้องรอนาน ถ้าหากช่วงหยุดยาวนี้ไม่รู้จะไปทานอะไร หรือหากไปหัวหินแล้วเบื่อร้านเดิม ลองจองร้านนี้และไปทานดูสักครั้ง แล้วคุณจะรู้ว่า วัตถุดิบจากท้องทะเลไทยอร่อยไม่แพ้ของญี่ปุ่นแต่อย่างใด 💚 สามารถตามติดชีวิตการกินของเป็ดน้อยต่อได้ที่ 💚 👇🏻👇🏻 🍭Fan Page : https://www.facebook.com/PednoiiPakin 🍭IG : PednoiiPakin || pednoii_ahha *กรณีต้องการนำรูปไปใช้งานให้ขออนุญาตและให้เครดิตทุกครั้ง มิฉะนั้นจะถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์และแจ้งความทุกกรณี เพิ่มเติม
  • 8
  • 2
avatar image Veerapat Ma
2022/04/11
scene type icon
ครัวเจ๊แมว ปากน้ำปราณ ปราณบุรี (ประจวบคีรีขันธ์) อาหารทะเล
“ปราณบุรี” เมืองเล็กๆ ที่ติดทะเลของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ย่อมคู่กับเมนูซีฟู้ดที่หลากหลาย แน่นอนว่าผู้บริโภคอย่างเราๆ เองก็ต้องเลือกร้านที่ดี วัตถุดิบสดใหม่ ในราคาที่ย่อมเยาว์และสมเหตุสมผล รวมทั้งถ้าได้ทานรสชาติอาหารที่อร่อย แบบที่คนพื้นที่ได้ทานเป็นปกติด้วยนั้นจะยิ่งน่าสนใจ วันนี้จึงอยากมาแนะนำร้านอาหารร้านนึงที่แสนจะ Local อาจจะไม่ได้มีวิวสวยๆ ติดริมทะเลเหมือนร้านอื่นๆ แต่ในเรื่องรสชาติและราคาที่เหมาะสม คงไม่มีร้านใดที่จะดีไปกว่า “เจ๊แมว ปากน้ำปราณ” อย่างแน่นอน ร้านอาหารซีฟู้ดที่มาปราณบุรี หรือมาเที่ยวหัวหินกี่ครั้ง ก็จะพยายามมาให้ได้ ตำแหน่งร้านอยู่ในซอยผาสุขวานิช 8 ในอำเภอเมืองปราณบุรี การเดินทางไม่ยากและถนนราดยางมะตอยเป็นอย่างดี ที่จอดรถ สามารถจอดรถได้บริเวณแถวร้านที่เป็นที่ว่างๆ หากที่จอดเต็ม สามารถขับไปจอดแถวชายหาดแล้วเดินย้อนกลับมาไม่ไกล ตัวร้านเป็นบ้านไม้ 2 ชั้นที่ด้านล่างเป็นห้องอาหารแบบ Open Air หากมาทานในช่วงกลางวันอาจจะร้อนสักหน่อย เหมาะกับมาทานในช่วงเย็นมากกว่าครับ ถ้าจะมาทานร้านนี้ควรโทรเช็คก่อนว่าเปิดหรือไม่ และรับจองเฉพาะวันธรรมดา ส่วนเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดเทศกาลต้องมารอคิวหน้าร้านอย่างเดียว สำหรับเมนูอาหารร้านนี้จะมีรูปประกอบพร้อมกับเมนูอาหารให้ ซึ่งบางเมนูอาจจะไม่มี เช่น กั้ง ที่ปกติไปทานกี่ทีก็มีตลอด แต่รอบนี้ไม่มีวัตถุดิบเลยเช่นกัน นอกจากนี้ก็จะมีเมนูพื้นๆ ทั่วๆไป ที่เรารู้จักกันดี เช่น น้ำพริก ทอดกระเทียม ต้มยำ และอื่นๆ เริ่มต้นมื้ออาหารควรจะเลือกเมนูที่เป็นของทอด จึงเลือกเป็น ปลาทรายทอดกระเทียม ราคา 200 บาท หน้าตาดูเรียบง่าย ด้านบนโรยกระเทียมเจียวหอมๆ เสิร์ฟคู่กับซอสพริกศรีราชา ตัวปลาทางร้านจะลอกก้างออกก่อน แล้วหั่นเป็นชิ้นๆ พอดีคำ ก่อนจะนำไปทอดแบบไม่ได้ชุบแป้ง รสชาติอร่อย เนื้อปลายังมีความนุ่มไม่แห้ง ส่วนด้านนอกกรอบ กระเทียมเจียวร้านนี้ก็ดีมีความกรุบๆ และหอมในปากมากๆ ต่อกันด้วยเมนูรสชาติจัดจ้านและเรียบง่ายกว่าที่คิดอย่าง น้ำพริกไข่ปู ราคา 150 บาท ทางร้านใช้ไข่ของปูม้าขูดออกมา คลุกเคล้ากับน้ำจิ้มซีฟู้ดของทางร้านที่ใส่กระเทียมเยอะหน่อย เสิร์ฟมาพร้อมกับผักสด ตอนแรกก็อึ้งๆ หน่อยตรงที่คลุกน้ำยำซีฟู้ด ไม่ใช่เครื่องแกงแบบภาคกลาง แต่รสชาติก็จัดจ้าน อร่อย และทานได้เพลินๆ นอกจากนี้ยังมีเมนูแซ่บๆ อีกเมนูที่อยากแนะนำกับ หมึกไข่นึ่งมะนาว ราคา 200 บาท ทางร้านใช้ปลาหมึกไซส์เล็กแบบพอดีคำ เนื้อปลาหมึกนุ่มมากไม่เหนียวเลย และทุกตัวมีไข่หมด เวลาทานแนะนำว่าให้นำน้ำยำราดลงไปด้วย จะได้รสชาติเปรี้ยวหวานและเผ็ดปิดท้าย จบในคำเดียว มาร้านนี้ทั้งทีไม่ควรพลาดเมนูต้มยำอย่างต้มยำกุ้ง ราคา 200 บาท จะสั่งแบบน้ำใสหรือน้ำข้นได้หมด แต่ให้แนะนำอยากให้สั่งน้ำใสมากกว่า รสชาติออกเปรี้ยวนำและหวานตาม มีความหอมของใบกะเพราที่ใส่ลงไป เข้าใจไม่ผิด ใบกะเพราจริงๆ ทำให้รสชาติน้ำมีกลิ่นที่เฉพาะตัวและอร่อยไม่แพ้แบบใส่ใบมะกรูดเลย ตัวกุ้งคัดแต่ไซส์ใหญ่ เนื้อมีความเด้งกรอบกำลังดี เมื่อมีกับข้าวแล้ว ก็ควรจะมีข้าวสวย แต่ถ้าข้าวสวยอาจจะธรรมดาไป เลยสั่งเป็นข้าวผัดทะเล จานเล็ก ราคา 60 บาท เป็นข้าวผัดที่เม็ดเรียวสวย ไม่เละ มีกลิ่นหอมของกระทะนิดๆ ผัดกับไข่ และผัก มีเนื้อสัตว์อย่าง หมึก และกุ้งให้อีกนิดหน่อย ถ้ารู้สึกจืดไปนิด ยังมีพริกน้ำปลาให้ราดเพิ่มได้ อันที่จริง ยังมีเมนูซิกเนเจอร์อีกหลายอย่างที่อยากแนะนำ อาทิเช่น ปลาลิ้นหมาทอดน้ำปลา หอยเชลล์ทอดกระเทียม ปลากระพงทอดน้ำปลา และอื่นๆ อีกมากมายที่มาทานครั้งเดียวก็ทานไม่หมด รสชาติอาหารโดยรวมแล้วยังรักษามาตรฐานความอร่อยได้เป็นอย่างดี ถึงแม้ลูกค้าจะเยอะแต่อาหารก็ยังเสิร์ฟไว คุณภาพและปริมาณในแต่ละครั้งที่มาทานไม่ได้ลดลงแต่อย่างใด ส่วนการบริการด้วยความที่เป็น Local การบริการอาจจะไม่ได้ดีมาก แต่ก็ถือว่าบริการรวดเร็วอยู่ หากมาเที่ยวหัวหินหรือแวะมาปราณบุรีแล้ว ไม่มาร้านนี้ ถือได้ว่ายังมาไม่ถึงประจวบฯ 💚 สามารถตามติดชีวิตการกินของเป็ดน้อยต่อได้ที่ 💚 👇🏻👇🏻 🍭Fan Page : https://www.facebook.com/PednoiiPakin 🍭IG : PednoiiPakin || pednoii_ahha *กรณีต้องการนำรูปไปใช้งานให้ขออนุญาตและให้เครดิตทุกครั้ง มิฉะนั้นจะถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์และแจ้งความทุกกรณี เพิ่มเติม
  • 1
  • 0
avatar image Veerapat Ma
2022/04/11
scene type icon
ป้าหยัน เพชรบุรี เมืองเพชรบุรี อาหารไทย
ร้านอาหารกลางทุ่งนาในตัวเมืองเพชรบุรีที่ไม่มีใครคิดว่าคนจะเยอะ ด้วยความที่จะมาแวะซื้อยำวุ้นเส้นโบราณกลับบ้าน เลยจะทานอาหารกลางวันร้านนี้ทีเดียว ซึ่งพอมาถึงที่ร้านก็พบว่าคนเยอะมาก ต้องนั่งรอคิวนานถึงครึ่งชั่วโมงพร้อมกับตบยุงไปพลางๆ ก่อน แต่ยังดีที่ได้นั่งห้องแอร์ครับ สำหรับเมนูอาหารก็ยังเป็นแบบเดิมไม่เคยเปลี่ยน ที่เพิ่มเติมคือสมุดเมนูเก่าจนเกือบจะกลายเป็นใบลานไปเรียบร้อยแล้ว ไม่แน่ใจว่ารอใช้จนพังแล้วค่อยเปลี่ยนใหม่ทีเดียวหรือไม่ครับ โดยจะเป็นเมนูอาหารใต้แถบภูเก็ต และเป็นกลุ่มเมนูที่เน้นรสชาติเผ็ดจัดจ้านเป็นส่วนใหญ่เช่นกัน เริ่มต้นกันด้วยเมนูเบาๆ ที่สั่งมาทานอีกรอบกับ กุ้งซอสมะขาม ราคา 280 บาท มีอยู่ด้วยกัน 6 ตัวที่ทอดด้านนอกจนกรอบ และราดด้วยน้ำปรุงรสซอสมะขาม วันนี้ตัวกุ้งยังทอดได้ไม่ค่อยกรอบเท่าไร แต่ยังทานได้ทั้งตัว หัวกุ้งมีความขมๆ หน่อยตามสไตล์กุ้งเลี้ยง ส่วนซอสรสชาติออกหวานแต่ไม่กลมกล่อมเท่ากับทานครั้งที่แล้ว และหน้าตาดูเร่งรีบเสิร์ฟมากเกินไปสักหน่อย ต่อกันด้วยแกงจืดเยื่อไผ่ ราคา 150 บาท เป็นซุปแบบต้มจืดที่ใส่หมูสับ ไม่ได้เป็นแบบแกงใส่สมุนไพรจีน รสชาติออกเค็มหนัก เหมาะกับทานคู่กับข้าวสวย หมูสับอร่อยทานแล้วมีความหนึบๆ ส่วนเยื่อไผ่มีความกรุบกรอบ และไม่มีกลิ่นหืน เสียดายที่ขนาดชิ้นเล็กไปนิด และปิดท้ายด้วยเมนู ยำวุ้นเส้นโบราณหมูสับ ราคา 150 บาท ยำโบราณที่ใส่ถั่วลิสงและกุ้งแห้งลงไปเพิ่มความกรุบกรอบ รสชาติโดยรวม วันนี้สั่งมา 3 จานด้วยกัน โดยจานนึงที่ทานที่ร้านรสชาติออกเปรี้ยวนำ ส่วนอีกจานที่ซื้อกลับบ้านหนักเค็ม ถือว่ารสชาติไม่ค่อยเสถียรสักเท่าไร ยังดีที่รอบนี้มีให้ถั่วลิสงมาด้วย เครื่องโดยรวมอร่อยดี โดยเฉพาะหมูสับและวุ้นเส้น โดยรวมแล้วรสชาติอาหารถือว่าดรอปลงอย่างเห็นได้ชัด ร้านนี้เหมาะกับมาทานในช่วงที่คนไม่ค่อยเยอะ หรือไม่ใช่ช่วงเทศกาล นอกจากนี้วัตถุดิบหลายๆ อย่างก็ขายหมดเกลี้ยงตั้งแต่ช่วงกลางวันเช่นกัน ส่วนการบริการก็จะล่าช้าหน่อย แต่เหมือนกับจ้างพนักงานพาร์ทไทม์มาเยอะขึ้น ทำให้ยังบริการลูกค้าได้ทั่วถึง สิ่งหนึ่งที่ตลกก็คือ ภาชนะบางอย่างไม่มีให้ในช่วงแรกอย่าง ส้อม เพราะล้างไม่ทัน อันนี้ก็ควรปรับปรุงเช่นกัน เพราะอาหารมาแล้วแต่ไม่มีส้อมให้ใช้ สุดท้าย การทำอาหารยังช้าเหมือนเดิม ซึ่งก็อาจจะต้องปรับให้เร็วขึ้นกว่านี้ครับ 💚 สามารถตามติดชีวิตการกินของเป็ดน้อยต่อได้ที่ 💚 👇🏻👇🏻 🍭Fan Page : https://www.facebook.com/PednoiiPakin 🍭IG : PednoiiPakin || pednoii_ahha *กรณีต้องการนำรูปไปใช้งานให้ขออนุญาตและให้เครดิตทุกครั้ง มิฉะนั้นจะถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์และแจ้งความทุกกรณี เพิ่มเติม
  • 2
  • 0
avatar image Veerapat Ma
2022/04/09
scene type icon
The Chocolate Factory at Hua Hin หัวหิน (ประจวบคีรีขันธ์) อาหารไทย
ร้านอาหารกึ่งร้านคาเฟ่ที่มีคาวหวานจบในร้านเดียว ตำแหน่งร้านจะอยู่ติดกับซอยหัวหิน 65 มีที่จอดรถภายในร้าน รวมทั้งมี EV Charger สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าด้วยเช่นกัน เมื่อเข้าไปในร้านจะพบกับโซนขายขนมก่อนเป็นอันดับแรก และโซนทานอาหารจะอยู่ด้านในอีกที โดยที่นั่งจะมีทั้งเป็นโซฟา และแบบโต๊ะอาหารทั่วๆไป เช่นกัน สำหรับเมนูอาหาร หลักๆ จะเป็นอาหารนานาชาติโดยส่วนใหญ่ เช่น สเต็ก พาสต้า พิซซ่าและอื่นๆ นอกจากนี้ก็มีอาหารไทยด้วยเช่นกัน แต่จะมีให้เลือกน้อยกว่าพอสมควร และถ้าหากทานของคาวอิ่มแล้ว อยากทานของหวานต่อ ที่ร้านก็มีให้สั่งเพิ่มเติมได้เช่นกัน เริ่มต้นกันด้วย ยำแซลมอนแซ่บ ราคา 380 บาท แซลมอนซาซิมิ ราดด้วยน้ำยำแซ่บๆ เสิร์ฟแยกกับผักสมุนไพร ที่ประกอบด้วย ผักชีใบเลื่อย ไวด์ร็อกเกต หอมแดง กระเทียม และพริกสด ตอนแรกที่ทานรสชาติค่อนข้างดี แต่พอทานไปเรื่อยๆ เริ่มรู้สึกว่าตัวแซลมอนมีความคาวพอสมควรเลยทีเดียว ส่วนน้ำยำรสชาติเผ็ดจัดจ้านใช้ได้ ต่อกันด้วยเมี่ยงคอหมูย่าง ราคา 320 บาท จัดจานมาได้ค่อนข้างดูดี ประกอบด้วยตัวคอหมูย่างที่ไม่ได้ใช้ส่วนของคอหมูย่างมาย่าง แค่หน้าตาคล้ายๆ กัน เนื้อจึงมีความเหนียวพอสมควร เสิร์ฟมาพร้อมกับผักคะน้า เม็ดมะม่วงหิมพานต์ มะนาว พริกสด หอมแดง และกระเทียม พร้อมกับน้ำราดที่สีออกน้ำตาลๆ รสชาติคล้ายซีฟู้ดแต่ออกจะหวานกว่า และยังมีเส้นหมี่ที่ผัดกับซีอิ๊วดำด้วยเช่นกันแต่จะมีความหืนๆ อยู่ ทานรวมๆ รสชาติพอไปได้ และให้ผักมาค่อนข้างน้อยกว่าปริมาณเนื้อสัตว์ ส่วนเมนูที่ 3 เป็น มักกะโรนีอบชีสและเบคอน ราคา 220 บาท ปริมาณไม่เยอะมากเน้นอิ่มคนเดียว ตัวมักกะโรนีใช้แบบขนาดเล็ก ทานแล้วได้ความหนึบๆมันๆ ชีสเยอะและหอม ปริมาณเบคอนกลางๆ ไม่เยอะ รสชาติโดยรวมจานนี้ดีกว่า 2 จานก่อนหน้า และของหวานปิดมื้อนี้ คือบิงซูสตรอเบอร์รี่ ราคา 250 บาท หน้าตาเหมือนในรูปเพียงแต่ไม่ได้ใส่น้ำแข็งแห้งมาเท่านั้นเอง รสชาติออกนวลๆ ตัวสตรอเบอร์รี่ออกเปรี้ยวตัดเลี่ยนกับตัวบิงซูได้ค่อนข้างดี รู้สึกอย่างนึงว่าปริมาณโดยรวมยังค่อนข้างน้อยกว่าบิงซูเจ้าดังพอสมควรเลยทีเดียว รสชาติอาหารโดยรวมถือว่ากลางๆ ไม่ได้ดีและก็ไม่ได้แย่ ถ้าเป็นตระกูลอาหารไทยหรือยำๆ อาจจะยังไม่ตอบโจทย์ แต่ถ้าเป็นอาหารนานาชาติอันนี้ใช้ได้ ส่วนการบริการรวดเร็วและเป็นกันเองดีครับ ไม่ต้องรอนาน 💚 สามารถตามติดชีวิตการกินของเป็ดน้อยต่อได้ที่ 💚 👇🏻👇🏻 🍭Fan Page : https://www.facebook.com/PednoiiPakin 🍭IG : PednoiiPakin || pednoii_ahha *กรณีต้องการนำรูปไปใช้งานให้ขออนุญาตและให้เครดิตทุกครั้ง มิฉะนั้นจะถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์และแจ้งความทุกกรณี เพิ่มเติม
  • 6
  • 0
avatar image Veerapat Ma
2022/04/09
scene type icon
เวโล คาเฟ่ หัวหิน (Velo Cafe' Hua Hin) หัวหิน (ประจวบคีรีขันธ์) คาเฟ่
ร้านกาแฟร้านดังของหัวหินที่ใครหลายๆ คนต้องแวะทานเมื่อมาที่นี่ สำหรับรอบนี้ก็เป็นรอบที่หลายรอบแล้วสำหรับผม แต่ส่วนตัวก็ยังเทใจให้คะแนนร้านนี้มากกว่าร้านอื่นเหมือนเดิม ตำแหน่งร้านและรูปแบบร้านทุกอย่างยังเหมือนเดิมหมด ที่เพิ่มเติมขึ้นมาสำหรับครั้งล่าสุด น่าจะเป็นการออกแบบแพ็คเกจถ้วยน้ำแบบกลับบ้าน ในรูปแบบกระป๋องพร้อมดื่ม ซึ่งที่ร้านเองก็มีเครื่องอัดฝากระป๋องโดยเฉพาะ ไม่ต้องกลัวว่าน้ำจะรั่วซึมแต่อย่างใด ที่สำคัญ ใส่เครื่องดื่มอะไรลงไปได้หมด เพียงแค่แจ้งแคชเชียร์ก่อนทำเท่านั้นเอง สำหรับเมนูอาหารที่ทานวันนี้ ก็จะมี Dirty ราคา 100 บาท เสิร์ฟมาในรูปแบบขวดแก้วพร้อมนำกลับบ้านเช่นเดิม รสชาติกาแฟจะมีกลิ่นเฉพาะตัวที่ออกแปลกๆ หน่อย ให้รสชาติออกขมนำและฟรุตตี้นิดๆ ส่วนนมมีความนุ่มใช้ได้เลยทีเดียว เมนูที่สองก็จะเป็นชานมในรูปแบบกระป๋อง ราคา 55 บาท สามารถเลือกได้ว่าจะใส่แก้วปกติ หรือจะเป็นกระป๋อง แต่ที่แน่ๆ คือบวกเพิ่ม 5 บาท รสชาติยังเหมือนเดิม ที่นมจะนุ่ม ส่วนตัวชาจะไม่ได้เน้นเข้มข้นมากเหมือนร้านอื่นๆ และสุดท้ายเป็นเมนูเอแคลร์ ราคา 75 บาท เลือกได้ 2 รสชาติเหมือนเดิม หน้าตาจะเป็นขนมแท่งๆ ยาวๆ ที่ด้านในสอดไส้ครีม และราดด้วยครีมอีกทีด้านบน ให้รสชาติที่นุ่มนวลหวานนิดๆ ไม่เลี่ยนมาก ส่วนตัวแป้งให้ Texture ที่กรอบๆ ทานแล้วเข้ากันได้ดีมาก โดยรวมแล้วคุณภาพและรสชาติอาหารยังเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน ราคาอาจจะบวกเพิ่มนิดหน่อย แต่ถ้าลดการใช้พลาสติกก็คุ้มที่จะจ่ายเพิ่มเช่นกัน การบริการทั่วๆไป ไม่ได้เน้นความเป็นกันเองสักเท่าไร ส่วนตัวร้านนั้น ด้วยความที่ตอนนี้ทางร้านปรับรูปแบบมาเป็น Take Home มากกว่า จึงไม่ได้มีการตกแต่งร้านอะไรเพิ่มเติม นอกจากจะรู้สึกว่าอุปกรณ์เยอะขึ้น เช่นตู้เย็นที่เคาะกระจกแล้วจะเห็นด้านใน เป็นต้น 💚 สามารถตามติดชีวิตการกินของเป็ดน้อยต่อได้ที่ 💚 👇🏻👇🏻 🍭Fan Page : https://www.facebook.com/PednoiiPakin 🍭IG : PednoiiPakin || pednoii_ahha *กรณีต้องการนำรูปไปใช้งานให้ขออนุญาตและให้เครดิตทุกครั้ง มิฉะนั้นจะถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์และแจ้งความทุกกรณี เพิ่มเติม
  • 1
  • 0
avatar image Veerapat Ma
2022/04/09
สรณะ (Srna) หัวหิน (ประจวบคีรีขันธ์) คาเฟ่
ร้านคาเฟ่เล็กๆ ที่เน้นเมนูเครื่องดื่มสุดพรีเมี่ยม รวมทั้งยังมีขนมจำหน่ายด้วยเช่นกัน จากคราวที่แล้วที่มาทานในช่วงที่คนไม่ค่อยเยอะ พอมาวันนี้ลูกค้าเริ่มกลับมาเยอะตามปกติ ดังนั้นรอคิวอยู่นานเกือบ 20 นาทีกว่าจะได้เครื่องดื่ม วันนี้สั่งมาเพียง 2 เมนูเนื่องจากต้องรีบไปทำธุระต่อ ก็จะมี Premium Matcha ราคา 150 บาท สำหรับสูตรนี้จะเป็นสูตรเข้มข้นสำหรับคนชอบทานหวานน้อย หรือต้องการความอูมามิแบบสาหร่ายๆ สักหน่อย ควรจะสั่งเมนูนี้ รสชาติเข้มข้นมีความขมของชาเขียวที่ชัดเจน และยังได้ความทะเลๆ ของตัวชาด้วยเช่นกัน แทบไม่มีความหวานเลย หากรู้สึกเข้มข้นไป ควรจะรอให้น้ำแข็งละลายสักหน่อยแล้วค่อยทาน ส่วนอีกเมนูเป็น Dirty Coffee ราคา 100 บาท เมนูซิกเนเจอร์ที่ทางร้านอยากแนะนำ รอบนี้รู้สึกว่าเหมือนทางร้านรีบทำไปหน่อย ตัวนมเป็นเบสหลักยังเป็นก้อนน้ำแข็งอยู่เลย ทานแล้วเลยรู้สึกจืดๆ ขาดความเข้มข้นไปพอสมควร ส่วนกาแฟก็รู้สึกแต่ความขมๆ ขาดความฟรุตตี้หรือรสชาติอื่นๆ ที่ปกติจะได้ไปหมด ความอร่อยโดยรวมถือว่ามีความดรอปลงนิดหน่อย อาจเป็นเพราะมาในช่วง Peak Time ของร้านด้วย ส่วนการบริการ เนื่องจากเน้นเป็น Take Home และไม่ให้นั่งร้านเหมือน 2 ปีที่ผ่านมา ก็อาจจะบอกไม่ได้ว่าดี แต่ที่แน่ๆ เจ้าของร้านที่รับออเดอร์อัธยาศัยดีมากและใจเย็นสุดๆ 💚 สามารถตามติดชีวิตการกินของเป็ดน้อยต่อได้ที่ 💚 👇🏻👇🏻 🍭Fan Page : https://www.facebook.com/PednoiiPakin 🍭IG : PednoiiPakin || pednoii_ahha *กรณีต้องการนำรูปไปใช้งานให้ขออนุญาตและให้เครดิตทุกครั้ง มิฉะนั้นจะถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์และแจ้งความทุกกรณี เพิ่มเติม
  • 3
  • 0
avatar image Veerapat Ma
2022/04/06
scene type icon
Miss T cafe ชะอำ (เพชรบุรี) เบเกอรี่/เค้ก
คาเฟ่กึ่งร้านอาหารริมทะเลหัวหิน ทางเข้าร้านจะเป็นซอยแถวๆ ทางโค้งก่อนเข้าอุโมงค์ลอดใต้สนามบินหัวหิน ขับค่อนข้างง่ายและถนนพอใช้ได้ ส่วนที่จอดรถมีเยอะมากไม่ต้องกลัวว่าจะหาที่จอดไม่ได้ โชคดีที่มาในช่วงวันหยุดกลางสัปดาห์ และลูกค้าน้อยมาก ปกติถ้าเป็นช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์ จะนั่งได้นานสูงสุดแค่ 2 ชั่วโมงเท่านั้นเอง เมื่อเข้ามาในร้านจะสังเกตได้ว่าค่อนข้างใหญ่ มีที่นั่งทั้ง indoor และ outdoor ซึ่งอยากแนะนำว่าถ้ามาในช่วงหน้าร้อนนี้ควรจะนั่งในห้องแอร์จะดีกว่า แต่ถ้าอยากชิวๆ กับบรรยากาศ ควรเลือกโต๊ะที่อยู่ติดทะเลเลยครับ นอกจากนี้ก็จะมีจุดถ่ายรูปหลายจุด เช่นประตูสีชมพูซึ่งเป็นไฮไลท์ของที่นี่ นอกนั้นก็จะเป็นบรรยากาศทั่วๆไป และยังมีสนามเด็กเล่นให้กับครอบครัวที่พาเด็กเล็กมาเที่ยว การสั่งอาหารร้านนี้ สามารถดูเมนูได้ผ่านการสแกน QR Code หากเลือกเมนูเสร็จแล้ว พนักงานจะมารับออเดอร์อีกที ประเภทอาหาร จะเป็นกลุ่มของหวานและเครื่องดื่มโดยส่วนใหญ่ นอกจากนี้ยังมีแอลกอฮอล์ให้บริการภายในระยะที่กฎหมายกำหนดด้วยเช่นกัน เริ่มต้นกันด้วยเมนูเครื่องดื่มเบาๆ อย่าง Marshmallow Passion ราคา 210 บาท คือน้ำเสาวรสใส่น้ำ Sparkling วางมาร์ชเมลโล่ที่ผ่านการ Flaming Burn เล็กๆ ก่อนเสิร์ฟ รสชาติออกเปรี้ยวและมีความขมพอสมควร รู้สึกว่าอัตราส่วนของเสาวรสจะเยอะไปสักหน่อย ถ้าบาลานซ์กับน้ำ Sparkling ได้ดีกว่าอาจจะอร่อยกว่านี้ครับ ต่อกันด้วยเมนูที่ 2 กับ The Choco-nut ราคา 220 บาท เป็นเมนูแนะนำของทางร้าน โดยการนำน้ำมะพร้าวไปปั่นกับช็อกโกแลตตกแต่งด้วย วิปปิ้งครีม เนื้อมะพร้าวที่ขูดออกมา และช็อกโกแลตชิป รสชาติโดยรวมจะออกไปทางนมๆ นวลๆ กินแล้วรู้สึกหนักๆ หน่อย ชอบตรงที่มีช็อกโกแลตชิป ที่ตักทานพร้อมกับตัวน้ำปั่นแล้วเข้ากันได้ดี เมนูสุดท้ายเป็น Miss T Giant Original Pancake ราคา 230 บาท แพนเค้กกับผลไม้รวมมิตรหลากหลายชนิด ได้แก่ กล้วย มะม่วงน้ำดอกไม้ สตรอเบอร์รี่ กีวี่ และองุ่น โรยด้วยไอซ์ซิ่ง เสิร์ฟมาพร้อมกับเมเปิ้ลไซรัปให้ราดได้ตามใจชอบ ตัวแพนเค้กแนะนำว่าให้ทานตอนมาเสิร์ฟใหม่ๆ จะมีความกรอบๆ มากกว่า รสชาติโดยรวมคือทั่วๆไป ไม่ได้อร่อยมากอย่างที่คิด โดยรวมแล้วรสชาติอาหารถือว่ากลางๆ เทียบกับราคาแล้วถือว่าสูงไปพอสมควรเลยทีเดียว เข้าใจได้ว่าบวกค่าสถานที่กับระยะเวลาที่มานั่งชิวๆ ด้วยแล้ว แต่ก็ยังมีบวก Service Charge และ VAT เข้าไปอีกซึ่งทำให้ราคาสูงขึ้นไปอีก ถึงแม้ว่าการบริการจะรวดเร็วและดีกว่าที่คิดก็ตาม การชำระเงินรองรับทั้งแบบเงินสดและเงินโอน ซึ่งจะตลกหน่อยตรงที่หากจ่ายเงินสด พนักงานจะนำเงินทอนมาให้ แต่ถ้าโอนเงินต้องเดินขึ้นไปจ่ายที่เคาเตอร์ในห้องแอร์แทน ทั้งๆ ที่ออกใบเสร็จที่มี QR Code แล้วให้มาสแกนที่โต๊ะก็ได้เหมือนกัน 💚 สามารถตามติดชีวิตการกินของเป็ดน้อยต่อได้ที่ 💚 👇🏻👇🏻 🍭Fan Page : https://www.facebook.com/PednoiiPakin 🍭IG : PednoiiPakin || pednoii_ahha *กรณีต้องการนำรูปไปใช้งานให้ขออนุญาตและให้เครดิตทุกครั้ง มิฉะนั้นจะถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์และแจ้งความทุกกรณี เพิ่มเติม
  • 4
  • 0
avatar image Veerapat Ma
2022/04/01
scene type icon
Kensaku สามเสนใน อาหารญี่ปุ่น
ร้านอาหารญี่ปุ่นที่มีคอนเซปเฉพาะตัวสุดๆ กับวัตถุดิบสุดแปลกที่หาทานได้ยาก และหลายๆ อย่างก็คาดไม่ถึงว่าจะทานได้ ตำแหน่งร้านอยู่ในซอยพหลโยธิน 4 ซึ่งทางเข้าซอยจะแคบสักหน่อยแบบรถสวนกันยาก ดีที่สามารถขับรถมาจอดภายในร้านได้เลย แต่ที่จอดก็มีค่อนข้างจำกัดเช่นกัน สำหรับการจะมาทานอาหารร้านนี้ สามารถ Walk in เข้ามาได้ แต่ว่าวัตถุดิบแปลกประหลาดที่ทางร้านอยากแนะนำ อาจจะไม่ได้กิน ซึ่งคำแนะนำของผม อยากให้ลองดูก่อนว่า มีเมนูหรือวัตถุดิบปริศนาอะไรที่น่าสนใจในเพจก่อน และจองวัตถุดิบนั้น แล้วค่อยจองโต๊ะอีกที จะมีโอกาสได้ทานมากที่สุดครับ แต่อันนี้ก็อยู่ที่ความเร็วด้วย เพราะบางวัตถุดิบเองก็หายากมากๆ เช่นเดียวกัน ที่มาของวัตถุดิบปริศนาของร้านนี้มีที่มาจากทะเลของทุกมุมโลก แล้วแต่ว่า Supplier ของงร้านจะเจออะไรมานำเสนอมากกว่า และอาจจะมีบางส่วนของเนื้อปลาที่ปกติเราไม่รู้ว่ามันทานได้ ก็มีให้เลือกสั่ง ตัวอย่างเช่นทูน่าส่วนติดกระดูก อันนี้หมดเร็วต้องจองล่วงหน้าอย่างเดียว แต่ไม่ได้หายากเท่ากับเมนูอื่นๆ เช่นงูทะเล ซึ่งอันนี้ก็ Legendary จริงๆ นอกจากวัตถุดิบปริศนาแล้ว ที่ร้านก็ยังมีเมนูซิกเนเจอร์อย่างปลาไหลย่างที่ไม่เหมือนที่ไหนเช่นเดียวกัน สำหรับเมนูอาหารที่ทานวันนี้ก็จะมี - Tennen Unagi ราคา 1400 บาท หรือในชื่อไทยคือข้าวหน้าปลาไหลธรรมชาติขนาดครึ่งตัว เสิร์ฟมาบนข้าวสวยญี่ปุ่นที่ราดซอสที่ไว้ย่างปลาโดยเฉพาะ มีเครื่องเคียงด้วยกันถึง 5 อย่าง ก็จะมี เต้าหู้เย็นไว้ปรับลิ้น ผักดองไว้ทานตัดเลี่ยน ต้นหอมย่างที่กรอบมากๆ มะเขือม่วงต้มซอสที่รสชาติออกหวานเหมือนขนมอะไรสักอย่าง และซุปใสเพิ่มความชุ่มคอ ซึ่งซุปนี้อร่อยจริงๆ และคลีนมากๆ ตัวปลาจะย่างไม่ได้ชุ่มซอสมาก ด้านในยังมีความขาวอยู่ เนื้อไม่แห้ง เคลียก้างปลาได้ดีแต่ก็มีอยู่อีกนิดหน่อย ส่วนหนังปลาคือกรอบที่สุดเท่าที่ร้านในเมืองไทยจะกรอบได้ โดยรวมคือเข้ากันมากๆ ทั้งตัวปลาและเครื่องเคียง - ซูชิหอยท้ายเภา ราคา 150 บาท ต่อ 1 คำ เป็นหอยพื้นเมืองของจังหวัดสตูล ซึ่งหาทานได้ยากอีกเช่นกัน โดยจะมีแค่ในช่วงปลายฤดูหนาวถึงต้นหน้าร้อนนี้เท่านั้น ทางร้านเสิร์ฟมาเป็นแบบซูชิที่พันด้วยสาหร่ายอีกที และทาซอส รสชาติมีความหวานละมุนเหมือนทานปลาหมึกสดๆเลย เคี้ยวได้เพลินไม่มีความเหนียวแต่อย่างใด อันนี้อยากให้ลองมากถ้ามีให้สั่งครับ - Kihada Maguro Zekedon ราคา 450 บาท ข้าวหน้าปลาทูน่าหางเหลืองพร้อมกับไข่แดงออแกนิก เวลาทานให้เจาะไข่แดงและทานพร้อมกับข้าวและทูน่า ส่วนของทูน่าที่ใช้เป็นอากามิที่ไม่รู้สึกแข็งกระด้าง ออกจะนุ่มละมุนด้วยซ้ำ ตัวไข่แดงเป็นเหมือนตัวประสานข้าวกับปลาให้รสชาติเข้มข้นขึ้น หวานขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อยากให้ตอกไข่แดงมากกว่า 1 ฟองน่าจะฟินกว่านี้ มีโรยต้นหอมขูดและงาขาวเพิ่มความหอมขึ้นไปอีก เป็นจานที่รู้สึกว่าคุ้มค่ามากๆ เช่นเดียวกับ 2 จานก่อนหน้า - Ore Saba ราคา 1800 บาท หรือในชื่อไทยคือปลาซาบะคอหัก สามารถเลือกได้ว่าจะเสิร์ฟ 2 แบบจาก 3 แบบ คือซูชิ มากิ หรือซาชิมิ โดยวันนี้เลือกแบบซูชิและซาซิมิ ทางร้านใช้ปลาทั้งตัวแล่ส่วนเนื้อออกมาโดยเฉพาะ แบ่งเป็นส่วนๆ ตามลำตัว ซึ่งถ้าทานแบบซาชิมิ จะได้ทานทั้งส่วนต้น กลาง ปลาย ที่จะให้รสชาติและความเข้มข้นที่ต่างกัน ช่วงต้นๆ ไขมันจะเยอะ มีความนุ่มละมุน และไม่รู้สึกคาวเหมือนเวลาทานซาบะย่าง ส่วนกลางและปลายจะมีความลีนมากกว่า และเป็นการแล่แบบยังมีหนังติดอยู่ด้วย รสชาติไม่คาวเช่นกัน มีความเข้มข้นแบบเฉพาะตัวของซาบะ ลองทานแบบซูชิก็อร่อยไปอีกแบบ แถมตัวข้าวยังชูรสชาติปลาได้ชัดมากขึ้นอีกครับ สิ่งที่ต้องยกนิ้วให้เลยคือการแล่ ปกติซาบะเป็นปลาที่ก้างเยอะมาก แต่อันนี้คือไม่มีเลย ทำออกมาได้ดีมากๆ แนะนำว่าให้แต้มวาซาบินิดหน่อยก่อนทาน และปิดท้ายแต่ละคำด้วยขิงดอง จะช่วยเคลียลิ้นได้ดีและไม่รู้สึกเลี่ยนเลย จบเมนูของคาวไปแล้ว ก็มาต่อกันด้วยของหวาน - ไดฟูกุ ราคา 120 บาท เป็นราคาต่อชิ้นซึ่งถือว่าราคาสูงมาก ทางร้านจะผ่าเป็น 4 ส่วนแบบยังไม่ขาดจากกัน ตัวสตรอเบอร์รี่หวานเจี๊ยบและฉ่ำน้ำมาก ส่วนแป้งจะบาง มีความหนึบ เคี้ยวได้เพลินๆ และรู้สึกหอมมาก - เจลลี่ซาบายอง ราคา 85 บาท เป็นฟรุตสลัดที่เสิร์ฟมาในหน้าตาของพุดดิ้ง มีความแข็งกระด้างหน่อยๆ ทานคู่กับซอสครีมสูตรเฉพาะของร้าน เป็นรสชาติที่คุ้นเคยแต่บอกไม่ถูกว่าคืออะไร อันนี้ก็ดีเช่นกัน ส่วนของเครื่องดื่ม สั่งเป็นชาร้อนแบบรีฟิว ราคา 40 บาท มีความขมๆ รู้สึกได้ถึงความเข้มข้นกำลังดีเลยทีเดียว ตัดเลี่ยนได้ดี รสชาติอาหารโดยรวมแล้ว ถ้าตัดเรื่องความแปลกของวัตถุดิบออกไปและให้คะแนนเฉพาะเรื่องรสชาติ ต้องถือได้ว่าทำออกมาได้ดีจริงๆ ทางเชฟเข้าใจในและสามารถดึงศักยภาพของวัตถุดิบนั้นๆ ออกมาได้เป็นอย่างดี ถ้าจะหาร้านแบบนี้ในไทยคงหาได้ยากครับ ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นห้องแล็บที่มีกลิ่นอายของร้านอาหารญี่ปุ่นจริงๆ การบริการตามมาตรฐานร้านอาหารญี่ปุ่น บริการรวดเร็วไม่ต้องรอนานแต่อย่างใด บรรยากาศเงียบสงบ เหมาะกับมาสังสรรค์กับเพื่อนร่วมงานหลังเลิกงานเป็นอย่างยิ่ง 💚 สามารถตามติดชีวิตการกินของเป็ดน้อยต่อได้ที่ 💚 👇🏻👇🏻 🍭Fan Page : https://www.facebook.com/PednoiiPakin 🍭IG : PednoiiPakin || pednoii_ahha *กรณีต้องการนำรูปไปใช้งานให้ขออนุญาตและให้เครดิตทุกครั้ง มิฉะนั้นจะถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์และแจ้งความทุกกรณี เพิ่มเติม
  • 7
  • 1
avatar image Veerapat Ma
2022/04/01
คุณแดงก๋วยจั๊บญวน ถนนพระอาทิตย์ บางลำพู อาหารเวียดนาม
ร้านคุณแดงก๋วยจั๊บญวน อาจจะเป็นร้านก๋วยจั๊บญวนที่อร่อยที่สุดแล้วเท่าที่เคยทานมา ด้วยรสชาติน้ำซุปอันเป็นเอกลักษณ์ เส้นที่นุ่มเหนียวเฉพาะตัวไม่มีกลิ่นหืน และเครื่องแน่นๆ และล่าสุดเองก็ยังได้รางวัล User’s Choice 2022 จากวงในด้วยเช่นกัน วันนี้จึงไม่พลาดที่จะสั่งมาทานผ่าน Robinhood ที่ค่าอาหารไม่บวกเพิ่มแต่ค่าส่งแอบโหดอยู่เนื่องจากร้านไม่ได้เข้าร่วมโปรส่วนลดค่าส่ง สำหรับวันนี้สั่งมา 2 เมนู ก็จะมี - ก๋วยจั๊บญวนทรงเครื่องพิเศษ ราคา 70 บาท ปริมาณเส้นเท่ากับแบบธรรมดาเลยครับ ส่วนเครื่องที่ได้จะมีหมูยอพริกไทย ลูกชิ้น และเห็ดหอม นอกจากนี้ก็มีกระเทียมเจียว ต้นหอมที่แยกมาให้ต่างหาก พร้อมกับน้ำซุปที่ให้มาเต็มถุง เหลือเอาไปทำต้มจืดได้อีกหม้อเลยทีเดียว สำหรับการต้มเส้นหากสั่งแบบมาลวกเอง ให้ต้มน้ำซุปให้เดือดและนำเส้นลงไปต้มในซุป เพื่อให้ตัวเส้นดูดน้ำซุปเข้าไปเยอะๆ รสชาติเส้นอร่อยเหมือนเดิม นุ่มเหนียวไม่มีกลิ่นหืน น้ำซุปรสชาติเหมือนมาม่าหมูสับตามเดิมไม่เปลี่ยนแปลง แต่เครื่องน้อยลงไปเกือบ 50% เลยทีเดียว กระดูกอ่อน ก็ไม่ได้มีให้เหมือนเดิมอีกแล้ว ไม่แน่ใจหมูแพงหรือลดต้นทุนก็ไม่รู้ครับ - ปอเปี๊ยะทอด ราคา 60 บาท มีด้วยกันประมาณ 9 ชิ้น ไส้อัดมาแน่นกำลังดีที่ประกอบไปด้วย วุ้นเส้น แครอท เห็ดหอม และกะหล่ำปลี ส่วนน้ำจิ้มจะเป็นแบบใสๆ รสชาติอมเปรี้ยวหวาน ตัวแป้งยังมีความกรอบอยู่ ทานแล้วรู้สึกว่าไส้แน่นดีไม่เหมือนร้านอื่นๆ โดยรวมแล้วรสชาติอาหารยังถือว่าเหมือนเดิม แต่ปริมาณน้อยลงกว่าคราวที่แล้วเกือบ 50% เลยทีเดียว ต่อให้ไม่สั่งแบบไข่ก็ไม่ควรจะให้น้อยขนาดนี้ครับ การแพ็คกิ้งทำมาได้ดี เส้น และน้ำซุปที่ใส่เครื่องอยู่ก็มัดมาแน่นดีครับ 💚 สามารถตามติดชีวิตการกินของเป็ดน้อยต่อได้ที่ 💚 👇🏻👇🏻 🍭Fan Page : https://www.facebook.com/PednoiiPakin 🍭IG : PednoiiPakin || pednoii_ahha *กรณีต้องการนำรูปไปใช้งานให้ขออนุญาตและให้เครดิตทุกครั้ง มิฉะนั้นจะถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์และแจ้งความทุกกรณี เพิ่มเติม
  • 6
  • 0